Loading...

สร้างประสบการณ์จริงในห้องเรียนขนาดใหญ่ไร้ผนังกั้นให้กับนักศึกษา

นักศึกษาจะได้ประสบการณ์จากการเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยการลงมือปฏิบัติจริง และพัฒนาทักษะด้านวิชาชีพ ผ่านโครงการธรรมศาสตร์โมเดล ที่จะช่วยส่งเสริมชุมชนได้อย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ.2561

          มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่งเสริมให้บุคลากร ไม่ว่าจะเป็น นักวิจัย คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ได้นำความรู้ไปบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหา และยกระดับคุณภาพสังคม ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การคมนาคม เศรษฐกิจ และธุรกิจ ผ่านการคิดค้นงานวิจัย นวัตกรรม ตลอดจนการลงพื้นที่เข้าไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่จริง

          การจัดตั้งโครงการ “ธรรมศาสตร์โมเดล” เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้นำความรู้ที่มีไปบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหา และยกระดับคุณภาพสังคมอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย นำกลุ่มนักศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ลงพื้นที่ไปพัฒนาชุมชน ผ่านการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ โดยการต่อยอดภูมิปัญญา วัตถุดิบ และทรัพยากรที่มีในชุมชน มาพัฒนาสินค้าใหม่ให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพ รวมทั้งมีการเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม

          นอกจากนี้ยังช่วยวางแผนการดำเนินธุรกิจที่มีความเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วยการโฆษณา และประชาสัมพันธ์ หาช่องทางการขายที่มีศักยภาพโดยเฉพาะการขายของผ่านช่องทางออนไลน์ และสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า และยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับการผลิต ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งช่วยเหลือการดูแลจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ เช่น การสอนทำบัญชีรายรับ รายจ่ายการตั้งราคาที่เหมาะสม เป็นต้น

          จากการลงพื้นที่จริงของนักศึกษา นอกจากชุมชนจะได้รับรายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนแล้ว นักศึกษาเองก็ยังได้รับประสบการณ์ ในการได้ลงมือปฏิบัติเป็นการพัฒนาศักยภาพของตนเอง รวมทั้งฝึกการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ดังตัวอย่าง

“ชะมวง” พืชไร้ค่า สู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้

          วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ป่าชุมชน ตำบลเนินพระ จังหวัดระยอง จัดตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน และนำรายได้ดังกล่าวมาเป็นกองทุนในการรักษาผืนป่าในพื้นที่ โดยมีน้ำชะมวง ยี่ห้อ ”รสชะมวง” เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ออกขายสู่ท้องตลาด เพราะชะมวงคือพืชท้องถิ่นที่สามารถหาได้ง่าย รวมทั้งมีสรรพคุณ และรสชาติที่ดี

          แต่การขายน้ำชะมวงของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ต้องพบเจอกับอุปสรรคในหลากหลายด้าน ทั้งรสชาติของน้ำชะมวงไม่มีมาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ไม่สะดุดตา เป็นที่รู้จักในวงแคบ รวมทั้งไม่มีการวางแผนทิศทางธุรกิจที่ชัดเจน และไม่มีการจัดการระบบหลังบ้าน เช่น การทำบัญชี ที่ไม่ระบบ จนไม่สามารถแสดงตัวเลขยอดขาย ต้นทุน กำไร หรือขาดทุนที่ชัดเจน

          นายสุทธิชัย ภัทรโสภาคย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนกลุ่มได้เล่าว่า ตัวเอง และเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสลงพื้นที่ พร้อมโจทย์การพัฒนาเครื่องดื่มสมุนไพรใบชะมวง จึงเริ่มวิเคราะห์ตลาด สำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และวางแผนธุรกิจใหม่ จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

          1) ด้านการผลิต โดยนำเครื่องมือต่าง ๆ เช่น เครื่องวัดความเป็นกรด และเครื่องบรรจุร้อน ช่วยให้รสชาติ และสีของน้ำชะมวงคงที่เท่ากันทุกขวด และยังสามารถเก็บได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสูตรให้ถูกปากและกินง่ายขึ้น

          2) ด้านบรรจุภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ดึงดูด และโดดเด่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า

         3) ด้านการสื่อสารการตลาด ได้ทำการเสนอผลิตภัณฑ์น้ำชะมวงที่ร้านอาหารและร้านขายของฝาก และเปิด Facebook Fanpage เพื่อรองรับลูกค้าจากทั่วประเทศ รวมทั้งไปเปิดบูธตามเทศกาลของกิน

          และยังได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์เป็น “แยมสดใบชะมวง” และ “ชะมวงไซรัป” พร้อมทั้งช่วยให้ความรู้ในการทำบัญชีอย่างเป็นระบบ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ยอดขายน้ำชะมวงจากวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์ป่าชุมชนตำบลเนินพระถูกขายไปแล้วกว่า 1,000 ขวด หรือราว 30,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้

นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่รายได้ในชุมชนไม่เพิ่มตาม ปัญหาน่ากังวลของ “คุ้งบางกระเจ้า”

          ชุมชนคุ้งบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้รับรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว มีเพียงจำนวนขยะเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น และลอยเกลื่อนแหล่งน้ำแทน อีกทั้งยังมีปัญหาอยู่อีกจำนวนไม่น้อยที่พบเจอ เช่น การโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวบนออนไลน์ที่ยังไม่น่าสนใจ การขาดการจัดการนักท่องเที่ยวที่ดี เป็นต้น

          นายกาญจน์ ภูมิสวัสดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนกลุ่มได้เล่าว่า จากการปัญหาที่พบเราจึงได้ออกแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบ One Day Trip ที่คุ้งบางกระเจ้า เพื่อสร้างจิตสำนึกรักธรรมชาติแก่นักท่องเที่ยว พร้อมมัคคุเทศก์ที่เป็นคนในชุมชน ทำหน้าที่พานักท่องเที่ยวไปเชี่ยวชมธรรมชาติ และร้านค้าต่าง ๆ ในแหล่งชุมชน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และเกิดกระจายรายได้แก่คนในชุมชนอย่างทั่วถึงจากการซื้ออาหาร และของฝาก

          ส่วนของการประชาสัมพันธ์ ได้ทำการโปรโมทผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจบน Facebook Fanpage และไลน์แอด (Line@) รวมถึงพาคนในชุมชนไปออกบูธ และจัดโปรโมชันการท่องเที่ยวที่คุ้งบางกระเจ้าในเทศกาลการท่องเที่ยวต่างๆ

          หลังจากการดำเนินโครงการดังกล่าวพบว่า ชุมชนคุ้งบางกระเจ้ามีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมราว 28,000 บาท ต่อเดือน และเมื่อชุมชนเริ่มมีรายได้ จึงได้ให้ความรู้ในการทำบัญชีที่ถูกต้อง เป็นระบบ และโปร่งใส

          ทุกกิจกรรมจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นการปลูกฝังให้นักศึกษาทุกคนเป็นบัณฑิตที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการมีคุณธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง สอดคล้องกับพันธกิจสำคัญที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยึดมั่นมาตลอด 84 ปี นั่นคือการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน”