![]() |
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2543 หลังจากร่วมพิธีทางศาสนาและวางพานพุ่มดอกไม้คารวะศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ที่อนุสาวรีย์หน้าอาคารโดม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์จำนวนหนึ่งโดยมีนายมานิจ สุขสมจิต ประธานชมรมเพื่อนโดม คุณยอดยิ่ง โสภณ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณสัมผัส พึ่งประดิษฐ์ ประธานชมชม ต.มธก. คุณระวิ ฤกษ์จำนง คุณสุโข สุวรรณศิริ และคุณสุรศักดิ์ สุชาติ ร่วมปรึกษาหารือเรื่องงานเฉลิมฉลองชาตกาลครบรอบ 100 ปี ท่านศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลกและยูเนสโกได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองตลอดเวลา 1 ปี ในประเทศไทยนั้น นอกจากจะมีการพิมพ์หนังสือที่ระลึกโดยหน่วยงานต่าง ๆ ที่ท่านเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงการอภิปรายปาฐกถาและแสดงนิทรรศการแล้ว ควรจะมีพยานวัตถุไว้เป็นอนุสรณ์ ซึ่งป็นอนุสรณ์ประเภทรูปปั้นของท่าน ประดิษฐานอยู่แล้ว และเนื่องจากอาคารยิมเนเซี่ยม 2 มีความใหญ่โตโอ่อ่ามาก รูปปั้นจึงมีขนาด 2 เท่าตัวคน สำหรับแบบที่จะนำมาปั้นจะเป็นท่ายืนสวมครุยวิทยฐานะในตำแหน่งศาสตราจารย์ ขณะที่มีอายุประมาณ 40 ปี ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างนั้น เป็นการระดมเงินจากศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน คณาจารย์และประชาชนโดยทั่วไป เพื่อให้ทุกคนมีส่วนรวม สำหรับการระดมทุนเริ่มขึ้นโดยคุณยอดยิ่ง โสภณ ทำหนังสือเชิญชวนให้บริจาคเงินสมทบกองทุน “ อนุสรณ์ 100 ปี ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ” |
| ประติมากร คือคุณวัชระ ประยูรคำ ท่านได้สเกตซ์ทำรูปปั้นย่อส่วนสูงขนาด 1 ศอก มีการแก้ไขรูปสเก็ตซ์หลายครั้งและครั้งสุดท้ายนำรูปสเก็ตซ์ที่แก้ไขแล้ว ให้ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ พิจารณาซึ่งท่านออกปากชมว่าปั้นได้เหมือนตัวจริง หลังจากนั้นคุณวัชระจึงได้นำมาเป็นแบบในการปั้นรูปขนาดใหญ่ 2 เท่าตัวจริง ซึ่งมีการนัดดูการปั้นถึง 5 ครั้งก่อนนำไปทำแบบหล่อทองแดง - แผ่นแรก อยู่ด้านทิศใต้ คือ “ ยี่สิบสี่มิถุนายนมหาอภิวัฒน์ สิทธิเสรีศรีสวัสดิ์อุบัติสมัย ” - แผ่นที่สอง อยู่ด้านทิศตะวันออก “ ธรรมศาสตร์สถิตเด่นเป็นหลักชัย ฐานประชาธิปไตยในธาตรี ” - แผ่นที่สาม อยู่ด้านทิศเหนือ “ แก้สนธิสัญญาด้วยสามารถ เศรษฐกิจเอกราชประศาสน์ศรี ” - แผ่นที่สี่ อยู่ด้านทิศตะวันตก “ เสรีไทยเสี่ยงชีวิตอุทิศพลี เอกราชปราศราคีชั่วดินฟ้า ” สำหรับท่อนบนของฐานอนุสาวรีย์ก่อนถึงรูปปั้นเป็นเรื่องของการสดุดี ประวัติและบอกที่มาของการสร้างอนุสาวรีย์ โดยด้านหน้าคือด้านทิศตะวันออกให้ใช้คำประพันธ์โดยผู้ใช้นามปากกาว่า “ เฉินซัน ” (คุณวิกฤช สุนทรจามร) เขียนเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2526 หลังจากที่ท่านถึงแก่อสัญกรรมแล้ว 6 วัน เป็นบทประพันธ์ที่ยอมรับกันว่าไพเราะมาก มีข้อความดังนี้ |
|
| ในโอกาสฉลอง 100 ปี ชาตกาลของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ประศาสน์การฯ บรรดาศิษย์เก่า นักศึกษา คณาจารย์ ข้าราชการ ชาวธรรมศาสตร์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งประชาชนที่มีความศรัทธา จึงได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ผู้ประศาสน์การ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งได้ประกอบพิธีตั้งอนุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 โดยมีพระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยได้มีพิธีการเปิดอนุสาวรีย์ในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2544 |
| สถานที่ตั้ง |
| หน้าอาคารยิมเนเซี่ยม 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต |
| ประติมากร |
|
| ประวัติศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ |
| ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺจารี : ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม |
| นายปรีดี พนมยงค์ เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2443 ณ บ้านเรือนแพ หน้าวัดพนมยงค์ ตำบลวาสุกรี อำเภอกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของนายเสียงและนางลูกจันทร์ พนมยงค์ เมื่อสอบไล่ได้ประถมบริบูรณ์ ที่โรงเรียนวัดศาลาปูน อำเภอกรุงเก่าแล้ว ได้ย้ายไปศึกษาชั้นมัธยมเตรียมที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร พระนคร แล้วกลับมาศึกษาต่อที่โรงเรียนตัวอย่างมณฑลกรุงเก่าจนสอบไล่ได้ชั้นมัธยม 6 จากนั้นไปศึกษาต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบอีก 6 เดือน จึงลาออกเพื่อกลับไปช่วยบิดาทำนาระหว่าง พ.ศ. 2458-2460 ต่อมาเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม และใน พ.ศ. 2462 สอบไล่วิชากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตได้ในวัย 19 ปี ในปีต่อมา เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้เป็นสมาชิกสามัญแห่งเนติบัณฑิตยสภา ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2463 ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงยุติธรรมรับทุนไปศึกษาวิชากฎหมาย ณ ประเทศฝรั่งเศส เริ่มแรกศึกษาวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยก๊อง สอบไล่ได้ปริญญารัฐเป็น “ บาเชอลิเอร์ ” กฎหมาย และสอบไล่ได้ปริญญารัฐ เป็น “ ลิซองซิเอ ” กฎหมาย จากนั้นศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยปารีส สอบไล่ได้ปริญญารัฐ ( Docteur d' Etat ) เป็น “ ดุษฎีบัณฑิตกฎหมาย ” ( Docteur en Droit ) ฝ่ายนิติศาสตร์ และสอบไล่ได้ประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูงในทางเศรษฐศาสตร์ นายปรีดี พนมยงค์ เป็นหนึ่งในผู้นำคณะราษฎร ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ในระหว่างปี พ.ศ. 2475 ถึง 2490 นายปรีดี พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งที่สำคัญหลายตำแหน่งได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้นำขบวนการเสรีไทยและนายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลาดังกล่าว นายปรีดี พนมยงค์ ได้มีผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและราษฎรไทยนานัปการ อาทิ ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ร่างธรรมนูญการปกครองแผ่นดินชั่วคราว ฉบับ 27 มิถุนายน 2475 และรัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธันวาคม 2475 นอกจากนั้นได้ปรารภกับนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นในการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 9 พฤษภาคม 2485 ในด้านเศรษฐกิจ ได้เสนอเค้าโครงเศรษฐกิจปรับปรุงภาษีอากรให้เป็นธรรม ยกเลิกภาษีรัชชูปการ ประกาศใช้ประมวลรัษฎากร จัดตั้งธนาคารกลาง อันเป็นที่มาของธนาคารแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ในด้านบริหาร นายปรีดี พนมยงค์ ได้ร่าง พ.ร.บ. เทศบาล พ.ร.บ. ปกครองท้องที่ ตั้งกรมโยธาเทศบาลและอื่น ๆ เพื่อให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการปกครองท้องถิ่นและท้องที่ อันเป็นการกระจายอำนาจไปสู่ชนบท และเอื้ออาทรต่อความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ยากไร้ ในด้านการศึกษา นายปรีดี พยมยงค์ ได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิดให้การศึกษาแก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ ทั้งในด้านวิชาการเมือง การปกครอง การบริหาราชการแผ่นดิน กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลังและการทูต นอกจากนี้นายปรีดี พนมยงค์ ยังได้กำหนดนโยบายขยายการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ในด้าน การต่างประเทศ นายปรีดี พนมยงค์ ได้ดำเนินการแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เสมอภาคกับมหาประเทศ โดยจัดทำสนธิสัญญาใหม่ ทำให้ประเทศไทยมีเอกราชและอธิปไตยที่สมบูรณ์ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจและการศาล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เคยปฏิบัติหน้าที่คนไทยที่พึงรับใช้ประเทศชาติในการต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่น นำขบวนการเสรีไทยดำเนินการต่อสู้เพื่อให้ชาติไทยได้คืนซึ่งเอกราชและอธิปไตยสมบูรณ์ และประกาศสันติภาพของประเทศไทย ด้วยเป็นที่ประจักษ์ในความซื่อสัตย์สุจริต และความปรีชาสามารถ บำเพ็ญคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเป็นอเนกประการ ดังนั้น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2489 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกย่องนายปรีดี พนมยงค์ ไว้ในฐานะรัฐบุรุษอาวุโส และให้มีหน้าที่รับปรึกษากิจราชการแผ่นดินเพื่อความวัฒนาถาวรของชาติสืบไป นายปรีดี พนมยงค์ จำต้องลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศนานถึง 36 ปี อันเนื่องจากคณะนายทหารได้ทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ระหว่าง พ.ศ. 2492 ถึง พ.ศ. 2513 ได้พำนึกในสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากนั้นพำนัก ณ ประเทศฝรั่งเศส จนถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2526 สิริรวมอายุ 82 ปี 11 เดือน 21 วัน ด้วยเกียรติประวัติการทำงานของนายปรีดี พนมยงค์ ในที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 30 ขององค์การยูเนสโก ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2542 ได้มีมติประกาศให้ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส เป็นบุคคลสำคัญของโลก และกำหนดการไว้ในปฏิทินเฉลิมฉลองในช่วง ค.ศ. 2000-ค.ศ.2001 (พ.ศ. 2543-2544) |
ที่มา : หนังสือปรีดี พนมยงค์ ประดับไว้ในใจชน
