 |
ความเป็นมา
หลังจากที่ศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้ถึงแก่อนิจกรรมไปเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2542 และสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2543 นั้น กรรมการสถาบันป๋วยฯ ได้มีการพิจารณาว่าควรจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขึ้น ซึ่งกิจกรรมหนึ่งที่สมควรจัดทำคือ การสร้างรูปปั้นเต็มตัวของท่าน ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นผู้ริเริ่มจัดหาที่ดินเพื่อให้จัดสร้างมหาวิทยาลัยจะมีรูปปั้นของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อยู่แล้ว แต่ยังเป็นรูปปั้นครึ่งตัวและยังดูไม่เหมาะสมกับสถานภาพของท่าน ทางสถาบันฯ จึงจะสร้างขึ้นใหม่ให้มีขนาดใหญ่ และมีลักษณะที่เหมาะสมแก่การที่เป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึงศาสตราจารย์ ดร . ป๋วยอึ๊งภากรณ์
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเชิดชูเกียรติ แด่ ศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์
2.เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงและเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตที่ยึดถือความจริง ความงาม และความดี |
| รูปปั้น ศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สวมชุดครุยธรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มอบเศรษฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตให้ท่านเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2521 โดยท่านได้รับมอบปริญญานี้เมื่อปี 2541 ที่ประเทศอังกฤษ รูปปั้นมีขนาดสูง 4 เมตร ซึ่งเป็นขนาดกว่า 2 เท่าของตัวจริงและฐานอีก 0.20 เมตร รวมสูงกว่า 4 เมตร หล่อด้วยบรอนซ์ น้ำหนักประมาณ 1.5 ตัน ตั้งอยู่บนฐานอนุสาวรีย์สูงประมาณ 4 เมตร โดยสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้รับเกียรติจากอาจารย์ชัยวัฒน์ คหะแก้ว เป็นประติมากรหัวหน้าทีม ( ท่านเป็นศิลปินอิสระ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร ปริญญาโทด้านการออกแบบจาก Academy de Rome ประเทศอิตาลี ) พร้อมด้วยทีมงานที่เปี่ยมด้วยฝีมือ ทั้งจากศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งอาจารย์ชัยวัฒน์ได้ทำการศึกษาค้นคว้าและเตรียมงานมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2543 จนกระทั้งปั้นแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปลายปี พ . ศ . 2544 โดยกำหนดตั้งอนุสาวรีย์ที่ด้านหน้าอาคารเรียนรวม กลุ่มอาคารทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และทำพิธีเปิดในวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2545 อันเป็นวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ |
- เฉพาะประติมากรรมรูปปั้น ประมาณ 3.5 ล้านบาท
- ค่าก่อสร้างฐานรองรับและจัดภูมิสถาปัตย์ ประมาณ 1.5 ล้านบาท |
| ค่าก่อสร้างฐานและจัดภูมิสถาปัตย์ได้รับการสนับสนุนจากคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำหรับการจัดทำรูปปั้น เป็นการระดมทุนผ่านศิษย์เก่าและผู้ที่เคารพนับถือศรัทธา ศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์ |
ขนาด
- อนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สูงประมาณ 4 เมตร
- ฐานอนุสาวรีย์สูงประมาณ 0.20 เมตร
- ฐานที่ตั้งอนุสาวรีย์ สูงประมาณ 4 เมตร
น้ำหนัก
- น้ำหนักไม่เกิน 1.5 ตัน
วั
- หล่อด้วยบรอนซ์ |
| กรกฎาคม 2543 |
ศึกษา ค้นคว้า และเตรียมงาน |
| กันยายน 2543 – เมษายน 2544 |
ขั้นตอนทั้งหมดของงานปั้น ( เฉพาะส่วนศรีษะ ใช้เวลา ปั้น 3 เดือน ) |
| พฤษภาคม – มิถุนายน 2544 |
งานหล่อ |
| กรกฎาคม 2544 |
เสร็จสมบูรณ์ |
|
1. อาจารย์ชัยวัฒน์ คหะแก้ว |
ประติมากรหัวหน้าทีมงาน ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ จบ การ ศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศึกษา มหาวิทยาลัย ศิลปากร ปริญญาโทด้านการออกแบบ จาก Academy de Rome ประเทศอิตาลี
|
2. อาจารย์บุญส่ง นุชน้อมบุญ |
ที่ปรึกษา |
3. อาจารย์ศิริสวัสดิ์ พันธุมสุต |
ที่ปรึกษา |
|
| บ้านเลขที่ 1034/10 จรัญสนิทวงศ์ ซอย 3 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ 10600 หมายเลข 02457-8686 |
| ประวัติศาตราจารย์ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ |
9 มีนาคม 2459 |
เกิดในครอบครัวคนจีน อยู่ที่บริเวณตลาดน้อย กรุงเทพฯ
|
2476 |
สำเร็จมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ |
2476-2580 |
ทำงานเป็นครูที่โรงเรียนอัสสัมชัญ พร้อมกับศึกษาที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
|
2480 |
สำเร็จอุดมศึกษา เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต |
2481 |
ได้ทุนไปเรียนที่ London School of Economics |
2484 |
ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจาก LSE |
สิงหาคม 2485 – มกราคม 2489 |
ร่วมกับคนไทยก่อตั้งคณะเสรีไทยในอังกฤษ เข้าเป็นทหารใน กองทัพอังกฤษ โดดร่วมเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทย ได้รับ ยศพันตรีเมื่อลาออกไปศึกษาต่อ
|
2492 |
ได้รับปริญญาเอก จาก LSE |
2493-2499 |
เริ่มรับราชการในกระทรวงการคลัง ในตำแหน่งเศรษฐกร ผู้เชี่ยวชาญการคลังและเป็นผู้ช่วยปลัดกระทรวงการคลัง ในปี 2498
|
2496 |
ได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อีกตำแหน่งหนึ่ง ทำงานได้เพียง 7 เดือน ต้องออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามความต้องการของผู้มีอำนาจการเมือง
|
2499-2502 |
ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจการคลังประจำสถาน เอกอัครราชทูตไทยในอังกฤษ หลังจากขัดผลประโยชน์ผู้มีอำนาจการเมืองในกรณีว่าจ้างผู้พิมพ์ธนบัตร
|
2502-2504 |
รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ |
2502-2514 |
รับตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย |
2505-2510 |
รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง |
2507-2515 |
รับตำแหน่ง คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
ตุลาคม 2513- กุมภาพันธ์ 2514 |
ได้รับเชิญเป็นศาสตราจารย์พิเศษ ที่มหาวิทยาลัยปรินซตัน |
2514-2516 |
หลีกกระแสการเมือง เป็นศาสตราจารย์พิเศษที่ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ |
กุมภาพันธ์ 2515 |
นามปากกา นายเข้ม เย็นยิ่ง เขียนจดหมายฉบับประวัติศาสตร์ถึง ทำนุ เกียรติก้อง
|
สิงหาคม 2515 |
ลาออกจากตำแหน่ง คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
2518-2519 |
รับตำแหน่ง อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
ตุลาคม 2519 |
ลี้ภัยการเมืองไปพำนักอยู่ที่บริเวณชานกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ |
28 กรกฎาคม 2542 |
ถึงแก่กรรมที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ |
| |
|
|
ที่มา : สูจิบัตรพิธีเปิดอนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์