เมนูหลัก

ประวัติความเป็นมาของ มธ.ศูนย์รังสิต

     เนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ท่าพระจันทร์ มีพื้นที่ประมาณ 49 ไร่ โดยทิศเหนือจดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ทิศใต้จดวัดพระศรีมหาธาตุ ทิศตะวันออกจดสนามหลวง และทิศตะวันตกจดแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ไม่สามารถขยายการเรียนการสอน เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถตามความต้องการของสังคม และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จึงเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ รองรับการขยายตัวเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ

     ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2510 และวันที่ 12 ธันวาคม 2510 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ได้แลกเปลี่ยนที่ดินกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมหาวิทยาลัยใช้ที่ดินของกระทรวงอุตสาหกรรมบริเวณทุ่งรังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ระหว่างกิโลเมตรที่ 41-42 มีพื้นที่ประมาณ 2,430 ไร่ และให้กระทรวงอุตสาหกรรมใช้ที่ดินของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริเวณตำบลคันนายาว อำเภอบางกะปิ และที่ตำบลบางชัน อำเภอมีนบุรีแทน บุคคลที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงครั้งนื้คือ ศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ต่อมากระทรวงการคลังได้อนุญาตให้สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (A.I.T) เช่าพื้นที่ประมาณ 1,110 ไร่ จึงทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีพื้นที่สำหรับรองรับการขยายตัวประมาณ 1,320 ไร่ ต่อมาในปีงบประมาณ 2522-2524 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินของเอกชนที่แทรกอยู่ระหว่าง กลางที่ดินของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม
อีกประมาณ 181 ไร่ ในวงเงิน 16,200,000.- บาท และในปีงบประมาณ 2522-2527 ได้จัดซื้อที่ดินเพิ่มไปจนจดทางรถไฟ
เพื่อ ทำเป็นทางเชื่อมระหว่างศูนย์รังสิตกับทางรถไฟสายเหนือประมาณ 106 ไร่ ในวงเงิน 3,339,025.- บาท นอกจากนี้
ในปี พ . ศ . 2530 ได้ดำเนินการเวนคืนที่ดินอีกจำนวน 7 แปลง มีพื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ในวงเงินประมาณ
5,700,000.- บาท รวมพื้นที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในปัจจุบัน ( ไม่รวม A.I.T) ประมาณ 1,727 ไร่      

     ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2522 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เริ่มดำเนินงานตาม โครงการขยายงานมายังศูนย์รังสิตอย่างจริงจัง โดยในสมัยศาสตราจารย์ประภาศน์ อวยชัย เป็นอธิการบดี ได้มีการจัดซื้อที่ดินเอกชนที่แทรกอยู่ระหว่างกลางที่ดินของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังกล่าวแล้วข้างต้น และมหาวิทยาลัยได้ขอความร่วมมือจากกรมโยธาธิการในการจัดทำผังแม่บทเบื้องต้น เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค ต่อมาในปีงบประมาณ 2527 ซึ่งอยู่ในสมัยศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี เป็นอธิการบดี ศูนย์รังสิตได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารกลุ่มแรกขึ้น จำนวน 4 โครงการ คือ อาคารโดมส่วนบริหารและห้องสมุด อาคารบรรยายรวม อาคารวิทยบริการและอาคารหอพักนักศึกษา และอาคารโรงอาหารกลาง ซึ่งอาคารเหล่านี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์และสามารถรับนักศึกษาได้ทันในปีการศึกษา 2529 ต่อจากนั้น ศูนย์รังสิตได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายอาคาร รวมทั้งได้พัฒนาสภาพแวดล้อมให้มีบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนการสอน การวิจัยอื่น ๆ
     มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารโดมบริหาร ณ ศูนย์รังสิต เมื่อวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2528 และในวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2529 ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และทรงปลูกต้นยูงทอง ณ บริเวณด้านหน้าอาคารโดมบริหาร พร้อมทั้งทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติด้วย
     วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2528 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดอาคารศูนย์ญี่ปุ่นศึกษาซึ่งอาคารนี้ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณค่าก่อสร้างจากรัฐบาลญี่ปุ่น จำนวนประมาณ 115 ล้านบาท และในวันที่ 23 มิถุนายน 2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร เป็นการปรับปรุงอาคารศูนย์ภาษาอังกฤษเดิมที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบจากทบวงมหาวิทยาลัยให้เป็นสำนักงาน สถานที่เรียน สถานที่ฝึกอบรม และหอพักของบัณฑิตอาสาสมัคร

    จากมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 3/2528 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2528 กำหนดแผนการขยายงานมายังศูนย์รังสิต นั้น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2528 จึงเป็นคณะแรกที่เปิดสอนที่ศูนย์รังสิต ในปีการศึกษา 2529 โดยในช่วงแรกนี้ได้เปิดสอน จำนวน 5 สาขาวิชา คือสาขาคณิตศาสตร์ สาขาสถิติศาสตร์ สาขาศาสตร์คอมพิวเตอร์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ในปี พ . ศ . 2530 อันเป็นปีมหามงคลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อโรงพยาบาลและพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งจัดตั้งในปีเดียวกันเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านว่า “ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ” และ “ พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ” ตามลำดับ ซึ่งหม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ ราชเลขาธิการได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์มาทรงเปิดโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2531
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาร่วม บริจาคเงินเป็นจำนวนมาก เช่น ธนาคารทหารไทย จำกัด บริจาคเงินสร้างอาคารผู้ป่วยใน 10 ล้านบาท มูลนิธิ ม . ร . ว . สุวพรรณ สนิทวงศ์ สมทบทุนสร้างอาคารโรงพยาบาล 43 ล้านบาท ชาวธรรมศาสตร์ สมาคม มูลนิธิ บริษัท ห้างร้าน และผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ประมาณ 68 ล้านบาท ทำให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติสามารถเปิดดำเนินการเริ่มแรก จำนวน 101 เตียง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในวันที่ 29 มีนาคม …… พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ทำพิธีเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีอาคารสำหรับให้บริการด้านการรักษาพยาบาล 5 อาคาร และอาคารสนับสนุนบริการ 1 อาคาร ( อาคารบริการ ) อันประกอบด้วย
1. อาคารกิตติวัฒนา เป็นอาคารที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ซึ่งอาคารแห่งนี้เป็นอาคารสูง 7 ชั้น ก่อสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยนอกเวลาราชการ ให้การบำบัดรักษาและเป็นอาคารสำหรับวิเคราะห์โรค
2. อาคาร ม . ร . ว . สุวพรรณ สนิทวงศ์ เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ก่อสร้างขึ้นโดยมีวัตถุเพื่อให้บริการผู้ป่วยนอก
3. อาคารธนาคารทหารไทย
4. อาคารปัญจา สายาลักษณ์ ซึ่งทั้งอาคารธนาคารทหารไทย และอาคารปัญจา สายาลักษณ์ เป็นอาคารผู้ป่วยใน ปัจจุบันสามารถรองรับผู้ป่วยสามัญ และผู้ป่วยพิเศษ รวม 131 เตียง
5. อาคารดุลโสภาคย์ เป็นอาคารสูง 9 ชั้น สำหรับให้บริการผู้ป่วยเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของแผนกสนับสนุนบริการ อาคารดุลโสภาคย์เป็นอีกอาคารหนึ่งที่ได้รับพระมหากรุณา ธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามว่า “ ดุลโสภาคย์ ” ซึ่งปัจจุบันเปิดใช้แล้ว และเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2544 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจะสามารถรองรับผู้ป่วยในได้ถึงประมาณ 600 เตียง

     ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาการขาดบุคลากรผู้ชำนาญการเฉพาะด้านขึ้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงริเริ่มจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ขึ้นเป็นคณะที่ 10 ในปีการศึกษา 2533 ได้จัดให้มีการเรียนการสอน 5 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี และสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ต่อมาในปีการศึกษา 2539 ได้เปิดโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตสองสถาบัน ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งน็อตติ้งแฮม โดยได้เปิดการเรียนการสอน 5 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล และในปีการศึกษา 2540 ได้จัดให้มีการเรียนการสอนระดับปริญญาโท 2 สาขาวิชาคือ สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และสาขาวิชาวิศวกรรม โยธา
ต่อมาได้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ . ศ . 2533 นับเป็นคณะที่ 11 ในปีแรกจัดการศึกษาในระดับปริญญาตรี 1 สาขา คือ สาขาแพทยศาสตร์ ในปีการศึกษา 2534 เป็นปีแรก ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ ได้เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี สาขาแพทยศาสตร์ และระดับประกาศนียบัตร สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก , สาขาเวชปฏิบัติ ทั่วไปและครอบครัว

     วันที่ 29 มกราคม 2535 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อนุมัติให้จัดตั้งโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ โดยได้รับความสนับสนุนทางการเงินจากสหพันธ์เศรษฐกิจแห่งประเทศญี่ปุ่น (Keidanren) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การบริหารงานของโครงการฯ อยู่ภายใต้การอำนวยการของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Keidanren และผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอชื่อโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาในการประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 16 กันยายน 2537 ได้มีมติให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งและการดำเนินงานสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2537 ศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี นายกสภามหาวิทยาลัยได้ลงนามในระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการจัดตั้งและดำเนินงานสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ . ศ . 2537 อันมีผลห้สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัยในระดับ คณะ / สำนัก / สถาบัน
ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนาม ว่า “ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2539 จนถึงปัจจุบันโดยเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี 6 สาขาวิชา คือ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมเครื่องกล เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และจัดให้มีการเรียนการสอนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก 6 สาขาวิชา คือ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 มีพระราชกฤษฏีกาให้จัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ เพื่อตอบสนองต่อนโยบายและมาตรการในการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 7 และระยะที่ 8 ในการที่จะเร่งรัดการผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาที่ขาดแคลนให้เพียงพอและตรงต่อความต้องการของประเทศ โดยแบ่งภาคการศึกษาออกเป็น 4 ภาควิชา คือ ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ ภาควิชากายภาพบำบัด ภาควิชารังสีเทคนิค และภาควิชากิจกรรมบำบัด และในปีการศึกษา 2544 ได้มีการจัดการเรียนการสอนปริญญาโท สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ และระดับปริญญาเอก สาขาชีวเวชศาสตร์
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดตั้งขึ้นในปี 2539 เป็นคณะที่ 13 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งในช่วงระยะเวลานั้นยังประสบปัญญาความขาดแคลนบุคลากรในบางสาขาวิชา โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ดังนั้น คณะทันตแพทยศาสตร์ จึงมุ่งรับนักศึกษาทันตแพทย์จากผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์ทุกสาขา เพื่อให้ผู้เรียนมีวุฒิภวะสูงเพียงพอ การเรียนการการศึกษาอาศัยหลักการ Community Oriented โดยนักศึกษาจะได้รับรู้ปัญหาสุขภาพของชุมชน รวมทั้งสุขภาพในช่องปากตั้งแต่เริ่มศึกษาในหลักสูตร เพื่อกระตุ้นและปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งแต่ต้น เพื่อให้เกิดผลิตผลที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ลักษณะวิชาที่จัดสอน มีลักษณะบูรณาการของเนื้อหาวิชาหลาย ๆ วิชารวมกัน การเรียนการสอนจัดเป็น “ หน่วยการเรียน ” (block or module) โดยเป็นการศึกษาที่ใช้ปัญหาทางทันตแพทยศาสตร์ และทันตสาธารณสุขเป็นหลัก เน้นการศึกษาภาคสนามและการฝึกปฏิบัติในท้องถิ่นชุมชน

     คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการสถาปนา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2539 เป็นคณะที่ 14 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มวิชาการ คือ 1. กลุ่มวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 2. กลุ่มวิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น 3. กลุ่มวิชาการพยาบาลครอบครัวและผดุงครรภ์ 4. กลุ่มวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช 5. กลุ่มวิชาการพยาบาลอนามัยชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ ยังได้เปิดดำเนินการศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นหน่วยงานภายใน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2542
     โครงการจัดการศึกษาสาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ เริ่มรับนักศึกษาปีการศึกษา 2539 โดยรับนักศึกษา 2 สาขาวิชาคือ สาขาวิชาการละคอน และสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์
     โครงการจัดตั้งคณะปัตยกรรมศาสตร์ ได้รับการบรรจุโครงการ ภายใต้คณะวิศวกรรมศาสตร์แทน โดยให้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2542 เริ่มการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2542 โดยเปิดสอนในระดับปริญญาตรี หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม และเปิดสอนในระดับปริญญาโท หลักสูตรสถาปัตยกรรมมหาบัณฑิต
     ส่วนแผนการเรียนการสอนจากท่าพระจันทร์มายังศูนย์รังสิตนั้น จากมติที่ประชุมครั้งที่ 12/2539 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2539 สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแผนการขยายกิจกรรมระดับปริญญาตรีมายังศูนย์รังสิต โดยให้ขยายการเรียนการสอนมาพร้อมกันทุกคณะในปีการศึกษา 2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ หลักสูตรปกติมาดำเนินการที่ศูนย์รังสิต และเพื่อพัฒนาศูนย์รังสิตให้เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการและให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งได้มีการเตรียมการมาตั้งแต่ปี 2539 โดยเตรียมใช้พื้นที่บนเนื้อที่ 2 แห่ง คือ เนื้อที่ติดกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ 70 ไร่ ไว้สำหรับกลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ส่วนแห่งที่ 2 คือ ด้านหน้าอาคารบรรยายรวม 1 ประมาณ 4 ไร่ เพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็นสำนักงานอธิการบดี ซึ่งปัจจุบันอาคารทั้งสองแห่งได้สร้างเสร็จและใช้งานแล้ว

     ปัจจุบันมีคณะและหน่วยงานต่าง ที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตดังนี้

1. คณะนิติศาสตร์ 20. กองแผนงาน
2. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี 21. กองคลัง
3. คณะรัฐศาสตร์ 22. กองการเจ้าหน้าที่
4. คณะเศรษฐศาสตร์ 23. กองบริการการศึกษา
5. คณะศิลปศาสตร์ 24. กองกิจการนักศึกษา
6. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 25. สำนักงานนิติการ (รังสิต)
7. คณะวิศวกรรมศาสตร์ 26. สำนักหอสมุด
8. คณะแพทยศาสตร์ 27. สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร
9. คณะสหเวชศาสตร์ 28. สำนักทะเบียนประมวลผล
10. คณะทันตแพทยศาสตร์ 29. สถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและการพัฒนา
11. คณะพยาบาลศาสตร์ 30. สถาบันเอเซียตะวันออกศึกษา
12. คณะศิลปกรรมศาสตร์ 31. สถาบันภาษา
13. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง 32. สำนักงานจัดการทรัพย์สิน
14. คณะสาธารณสุขศาสตร์ 33. ศูนย์ศึกษาเอเปคและศึกษาความร่วมมือในภูมิภาค
15. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 34. ศูนย์บริการการกีฬา
16. สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร 35. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
17. สำนักงานประสานศูนย์ภูมิภาค (ศูนย์พัทยา) 36. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
18. กองงานศูนย์รังสิต 37. ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
19. สำนักงานอาคารสถานที่ ศูนย์รังสิต 38. สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำกัด

อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จะยังคงพัฒนาความก้าวหน้าต่อไปเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรมจริยธรรมเพื่อออกไปรับใช้สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
99 ม.18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121
โทรศัพท์ 0-2564-4440-59
โทรสาร 0-2564-4493
Web master : pr.tu@hotmail.com
Copyright © 2011 Thammasat University. All rights reserved.