|
เนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ท่าพระจันทร์ มีพื้นที่ประมาณ 49 ไร่ โดยทิศเหนือจดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ทิศใต้จดวัดพระศรีมหาธาตุ ทิศตะวันออกจดสนามหลวง และทิศตะวันตกจดแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ไม่สามารถขยายการเรียนการสอน เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถตามความต้องการของสังคม และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จึงเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ รองรับการขยายตัวเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2510 และวันที่ 12 ธันวาคม 2510 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ได้แลกเปลี่ยนที่ดินกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมหาวิทยาลัยใช้ที่ดินของกระทรวงอุตสาหกรรมบริเวณทุ่งรังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ระหว่างกิโลเมตรที่ 41-42 มีพื้นที่ประมาณ 2,430 ไร่ และให้กระทรวงอุตสาหกรรมใช้ที่ดินของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริเวณตำบลคันนายาว อำเภอบางกะปิ และที่ตำบลบางชัน อำเภอมีนบุรีแทน บุคคลที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงครั้งนื้คือ ศาสตราจารย์ ดร . ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ต่อมากระทรวงการคลังได้อนุญาตให้สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (A.I.T) เช่าพื้นที่ประมาณ 1,110 ไร่ จึงทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีพื้นที่สำหรับรองรับการขยายตัวประมาณ 1,320 ไร่ ต่อมาในปีงบประมาณ 2522-2524 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินของเอกชนที่แทรกอยู่ระหว่าง กลางที่ดินของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม
อีกประมาณ 181 ไร่ ในวงเงิน 16,200,000.- บาท และในปีงบประมาณ 2522-2527 ได้จัดซื้อที่ดินเพิ่มไปจนจดทางรถไฟ
เพื่อ ทำเป็นทางเชื่อมระหว่างศูนย์รังสิตกับทางรถไฟสายเหนือประมาณ 106 ไร่ ในวงเงิน 3,339,025.- บาท นอกจากนี้
ในปี พ . ศ . 2530 ได้ดำเนินการเวนคืนที่ดินอีกจำนวน 7 แปลง มีพื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ในวงเงินประมาณ
5,700,000.- บาท รวมพื้นที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในปัจจุบัน ( ไม่รวม A.I.T) ประมาณ 1,727 ไร่
ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2522 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เริ่มดำเนินงานตาม โครงการขยายงานมายังศูนย์รังสิตอย่างจริงจัง โดยในสมัยศาสตราจารย์ประภาศน์ อวยชัย เป็นอธิการบดี ได้มีการจัดซื้อที่ดินเอกชนที่แทรกอยู่ระหว่างกลางที่ดินของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังกล่าวแล้วข้างต้น และมหาวิทยาลัยได้ขอความร่วมมือจากกรมโยธาธิการในการจัดทำผังแม่บทเบื้องต้น เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค ต่อมาในปีงบประมาณ 2527 ซึ่งอยู่ในสมัยศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี เป็นอธิการบดี ศูนย์รังสิตได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารกลุ่มแรกขึ้น จำนวน 4 โครงการ คือ อาคารโดมส่วนบริหารและห้องสมุด อาคารบรรยายรวม อาคารวิทยบริการและอาคารหอพักนักศึกษา และอาคารโรงอาหารกลาง ซึ่งอาคารเหล่านี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์และสามารถรับนักศึกษาได้ทันในปีการศึกษา 2529 ต่อจากนั้น ศูนย์รังสิตได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายอาคาร รวมทั้งได้พัฒนาสภาพแวดล้อมให้มีบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนการสอน การวิจัยอื่น ๆ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารโดมบริหาร ณ ศูนย์รังสิต เมื่อวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2528 และในวันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2529 ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และทรงปลูกต้นยูงทอง ณ บริเวณด้านหน้าอาคารโดมบริหาร พร้อมทั้งทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติด้วย
วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2528 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดอาคารศูนย์ญี่ปุ่นศึกษาซึ่งอาคารนี้ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณค่าก่อสร้างจากรัฐบาลญี่ปุ่น จำนวนประมาณ 115 ล้านบาท และในวันที่ 23 มิถุนายน 2529 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร เป็นการปรับปรุงอาคารศูนย์ภาษาอังกฤษเดิมที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบจากทบวงมหาวิทยาลัยให้เป็นสำนักงาน สถานที่เรียน สถานที่ฝึกอบรม และหอพักของบัณฑิตอาสาสมัคร
จากมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 3/2528 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2528 กำหนดแผนการขยายงานมายังศูนย์รังสิต นั้น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2528 จึงเป็นคณะแรกที่เปิดสอนที่ศูนย์รังสิต ในปีการศึกษา 2529 โดยในช่วงแรกนี้ได้เปิดสอน จำนวน 5 สาขาวิชา คือสาขาคณิตศาสตร์ สาขาสถิติศาสตร์ สาขาศาสตร์คอมพิวเตอร์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ในปี พ . ศ . 2530 อันเป็นปีมหามงคลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อโรงพยาบาลและพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งจัดตั้งในปีเดียวกันเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านว่า “ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ” และ “ พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ” ตามลำดับ ซึ่งหม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ ราชเลขาธิการได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์มาทรงเปิดโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2531
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาร่วม บริจาคเงินเป็นจำนวนมาก เช่น ธนาคารทหารไทย จำกัด บริจาคเงินสร้างอาคารผู้ป่วยใน 10 ล้านบาท มูลนิธิ ม . ร . ว . สุวพรรณ สนิทวงศ์ สมทบทุนสร้างอาคารโรงพยาบาล 43 ล้านบาท ชาวธรรมศาสตร์ สมาคม มูลนิธิ บริษัท ห้างร้าน และผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ประมาณ 68 ล้านบาท ทำให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติสามารถเปิดดำเนินการเริ่มแรก จำนวน 101 เตียง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในวันที่ 29 มีนาคม …… พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ทำพิธีเปิดโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีอาคารสำหรับให้บริการด้านการรักษาพยาบาล 5 อาคาร และอาคารสนับสนุนบริการ 1 อาคาร ( อาคารบริการ ) อันประกอบด้วย
1. อาคารกิตติวัฒนา เป็นอาคารที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ซึ่งอาคารแห่งนี้เป็นอาคารสูง 7 ชั้น ก่อสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยนอกเวลาราชการ ให้การบำบัดรักษาและเป็นอาคารสำหรับวิเคราะห์โรค
2. อาคาร ม . ร . ว . สุวพรรณ สนิทวงศ์ เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ก่อสร้างขึ้นโดยมีวัตถุเพื่อให้บริการผู้ป่วยนอก
3. อาคารธนาคารทหารไทย
4. อาคารปัญจา สายาลักษณ์ ซึ่งทั้งอาคารธนาคารทหารไทย และอาคารปัญจา สายาลักษณ์ เป็นอาคารผู้ป่วยใน ปัจจุบันสามารถรองรับผู้ป่วยสามัญ และผู้ป่วยพิเศษ รวม 131 เตียง
5. อาคารดุลโสภาคย์ เป็นอาคารสูง 9 ชั้น สำหรับให้บริการผู้ป่วยเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของแผนกสนับสนุนบริการ อาคารดุลโสภาคย์เป็นอีกอาคารหนึ่งที่ได้รับพระมหากรุณา ธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามว่า “ ดุลโสภาคย์ ” ซึ่งปัจจุบันเปิดใช้แล้ว และเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2544 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจะสามารถรองรับผู้ป่วยในได้ถึงประมาณ 600 เตียง
ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาการขาดบุคลากรผู้ชำนาญการเฉพาะด้านขึ้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงริเริ่มจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ขึ้นเป็นคณะที่ 10 ในปีการศึกษา 2533 ได้จัดให้มีการเรียนการสอน 5 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี และสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ต่อมาในปีการศึกษา 2539 ได้เปิดโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตสองสถาบัน ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งน็อตติ้งแฮม โดยได้เปิดการเรียนการสอน 5 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล และในปีการศึกษา 2540 ได้จัดให้มีการเรียนการสอนระดับปริญญาโท 2 สาขาวิชาคือ สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และสาขาวิชาวิศวกรรม โยธา
ต่อมาได้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ . ศ . 2533 นับเป็นคณะที่ 11 ในปีแรกจัดการศึกษาในระดับปริญญาตรี 1 สาขา คือ สาขาแพทยศาสตร์ ในปีการศึกษา 2534 เป็นปีแรก ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ ได้เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี สาขาแพทยศาสตร์ และระดับประกาศนียบัตร สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก , สาขาเวชปฏิบัติ ทั่วไปและครอบครัว
วันที่ 29 มกราคม 2535 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อนุมัติให้จัดตั้งโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ โดยได้รับความสนับสนุนทางการเงินจากสหพันธ์เศรษฐกิจแห่งประเทศญี่ปุ่น (Keidanren) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การบริหารงานของโครงการฯ อยู่ภายใต้การอำนวยการของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Keidanren และผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอชื่อโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาในการประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 16 กันยายน 2537 ได้มีมติให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งและการดำเนินงานสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2537 ศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี นายกสภามหาวิทยาลัยได้ลงนามในระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการจัดตั้งและดำเนินงานสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ . ศ . 2537 อันมีผลห้สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัยในระดับ คณะ / สำนัก / สถาบัน
ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนาม ว่า “ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2539 จนถึงปัจจุบันโดยเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี 6 สาขาวิชา คือ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมเครื่องกล เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และจัดให้มีการเรียนการสอนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก 6 สาขาวิชา คือ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 มีพระราชกฤษฏีกาให้จัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ เพื่อตอบสนองต่อนโยบายและมาตรการในการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 7 และระยะที่ 8 ในการที่จะเร่งรัดการผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาที่ขาดแคลนให้เพียงพอและตรงต่อความต้องการของประเทศ โดยแบ่งภาคการศึกษาออกเป็น 4 ภาควิชา คือ ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ ภาควิชากายภาพบำบัด ภาควิชารังสีเทคนิค และภาควิชากิจกรรมบำบัด และในปีการศึกษา 2544 ได้มีการจัดการเรียนการสอนปริญญาโท สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ และระดับปริญญาเอก สาขาชีวเวชศาสตร์
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดตั้งขึ้นในปี 2539 เป็นคณะที่ 13 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งในช่วงระยะเวลานั้นยังประสบปัญญาความขาดแคลนบุคลากรในบางสาขาวิชา โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ดังนั้น คณะทันตแพทยศาสตร์ จึงมุ่งรับนักศึกษาทันตแพทย์จากผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์ทุกสาขา เพื่อให้ผู้เรียนมีวุฒิภวะสูงเพียงพอ การเรียนการการศึกษาอาศัยหลักการ Community Oriented โดยนักศึกษาจะได้รับรู้ปัญหาสุขภาพของชุมชน รวมทั้งสุขภาพในช่องปากตั้งแต่เริ่มศึกษาในหลักสูตร เพื่อกระตุ้นและปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคมตั้งแต่ต้น เพื่อให้เกิดผลิตผลที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ลักษณะวิชาที่จัดสอน มีลักษณะบูรณาการของเนื้อหาวิชาหลาย ๆ วิชารวมกัน การเรียนการสอนจัดเป็น “ หน่วยการเรียน ” (block or module) โดยเป็นการศึกษาที่ใช้ปัญหาทางทันตแพทยศาสตร์ และทันตสาธารณสุขเป็นหลัก เน้นการศึกษาภาคสนามและการฝึกปฏิบัติในท้องถิ่นชุมชน
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการสถาปนา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2539 เป็นคณะที่ 14 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มวิชาการ คือ 1. กลุ่มวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 2. กลุ่มวิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น 3. กลุ่มวิชาการพยาบาลครอบครัวและผดุงครรภ์ 4. กลุ่มวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช 5. กลุ่มวิชาการพยาบาลอนามัยชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ ยังได้เปิดดำเนินการศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นหน่วยงานภายใน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2542
โครงการจัดการศึกษาสาขาวิชาศิลปกรรมศาสตร์ เริ่มรับนักศึกษาปีการศึกษา 2539 โดยรับนักศึกษา 2 สาขาวิชาคือ สาขาวิชาการละคอน และสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์
โครงการจัดตั้งคณะปัตยกรรมศาสตร์ ได้รับการบรรจุโครงการ ภายใต้คณะวิศวกรรมศาสตร์แทน โดยให้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2542 เริ่มการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2542 โดยเปิดสอนในระดับปริญญาตรี หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม และเปิดสอนในระดับปริญญาโท หลักสูตรสถาปัตยกรรมมหาบัณฑิต
ส่วนแผนการเรียนการสอนจากท่าพระจันทร์มายังศูนย์รังสิตนั้น จากมติที่ประชุมครั้งที่ 12/2539 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2539 สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแผนการขยายกิจกรรมระดับปริญญาตรีมายังศูนย์รังสิต โดยให้ขยายการเรียนการสอนมาพร้อมกันทุกคณะในปีการศึกษา 2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ หลักสูตรปกติมาดำเนินการที่ศูนย์รังสิต และเพื่อพัฒนาศูนย์รังสิตให้เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการและให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งได้มีการเตรียมการมาตั้งแต่ปี 2539 โดยเตรียมใช้พื้นที่บนเนื้อที่ 2 แห่ง คือ เนื้อที่ติดกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ 70 ไร่ ไว้สำหรับกลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ส่วนแห่งที่ 2 คือ ด้านหน้าอาคารบรรยายรวม 1 ประมาณ 4 ไร่ เพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็นสำนักงานอธิการบดี ซึ่งปัจจุบันอาคารทั้งสองแห่งได้สร้างเสร็จและใช้งานแล้ว
ปัจจุบันมีคณะและหน่วยงานต่าง ที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตดังนี้
|