การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ระบบใหม่
-----------------------------------------------


องค์ประกอบของการคัดเลือก
การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ระบบใหม่ จะพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครจากองค์ประกอบ
ดังต่อไปนี้
1. ผลการเรียนตลอดหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ที่นักเรียนแต่ละคนได้รับจาก
สถานศึกษาที่สำเร็จการศึกษา ให้ค่าน้ำหนักร้อยละ 10
2. ผลการสอบวิชาความรู้พื้นฐานวิชาการ (วิชาหลัก) และวิชาพื้นฐานวิชาชีพ (วิชาเฉพาะ) ให้ค่าน้ำหนัก
รวมกันร้อยละ 90
ในกรณีคณะ/ประเภทวิชาที่มีการสอบวิชาเฉพาะด้วย การกำหนดสัดส่วนค่าน้ำหนักระหว่างคะแนนวิชาหลัก
และคะแนนวิชาเฉพาะให้เป็นไปตามที่แต่ละมหาวิทยาลัย/สถาบันกำหนด
3. ผลการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย มหาวิทยาลัย/สถาบัน จะทำการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย เพื่อหาข้อมูลประกอบการพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมเป็นขั้นสุดท้ายก่อนการรับเข้าศึกษา โดยไม่คิด
เป็นค่าน้ำหนักคะแนน
ผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
การนำผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่ามาใช้ จะพิจารณาจากผลการเรียนตลอดหลักสูตร
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของนักเรียนแต่ละคนที่ได้รับจากโรงเรียน โดยโรงเรียนแต่ละแห่งจะออกเอกสารแสดง
ผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรให้แก่นักเรียนแต่ละคน พร้อมกับใบแสดงผลการเรียน (รบ.1-ป) เพื่อให้นักเรียนนำ
ไปใช้สมัครเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ในเอกสารนี้จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวกับผลการเรียนเฉลี่ยและหน้าที่ความ
รับผิดชอบและ/หรือความสามารถพิเศษของนักเรียน รวมทั้งค่าสถิติต่าง ๆ
ผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า มีหลายส่วนที่สามารถนำมาใช้ในการคัดเลือกนิสิต
นักศึกษาได้ แต่ในระยะแรกที่นำการคัดเลือกระบบใหม่มาใช้ ทบวงมหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษาได้เห็นพ้อง
ต้องกันว่าจะใช้องค์ประกอบของผลการเรียน เพียง 2 ส่วน คือ
1. ความสามารถทั่วไปของนักเรียน วัดได้จากคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ
เทียบเท่า (GPAX)
2. ความสามารถของนักเรียน เมื่อเทียบกับกลุ่มในแต่ละโรงเรียน วัดได้จากค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ (Percentile
Rank - PR)
ในการนำผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่ามาใช้ ในระยะแรกกำหนดให้ใช้ค่าน้ำหนัก
เพียงร้อยละ 10 โดยแบ่งสัดส่วนองค์ประกอบทั้ง 2 องค์ประกอบดังกล่าวแล้วข้างต้น เป็นร้อยละ 5:5 กล่าวคือ ให้ค่าน้ำหนัก GPAX ร้อยละ 5 และให้ค่าน้ำหนักค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ (PR) ร้อยละ 5
เนื่องจากคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรของนักเรียนแต่ละคนได้มาจากแต่ละโรงเรียน จึงเห็นสมควร
ทำการแปลงคะแนนของนักเรียนแต่ละคน ให้เป็นคะแนนในสเกลของเส้นโค้งปกติมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธี
การทางสถิติที่สามารถแก้ไขความผิดปกติของคะแนนเฉลี่ยสะสมของนักเรียนทั้งกลุ่มได้ระดับหนึ่ง
สำหรับค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ หรือคะแนนเปอร์เซ็นต์ไทล์ เป็นค่าสถิติที่แสดงคะแนนของนักเรียน ณ ตำแหน่ง
นั้นว่า มีจำนวนร้อยละเท่าไรของจำนวนนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนที่ได้คะแนนต่ำกว่าคะแนนของนักเรียนคนนั้น ๆ เนื่องจากเป็นค่าสถิติอยู่แล้ว จึงสามารถนำมาใช้ได้ โดยกำหนดค่าเป็นช่วง (Range) แล้วจึงแปลงเป็นคะแนนจาก
คะแนนเต็มตามค่าน้ำหนักที่กำหนดไว้
วิธีคำนวณค่าคะแนนของ GPAX
1. นำคะแนน GPAX ของนักเรียนที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกทุกคน ไปคำนวณหาค่าเฉลี่ย และหาค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (SD)
2. แปลง GPAX ของนักเรียนแต่ละคนเป็นคะแนน Z
3. นำคะแนน Z ที่ได้ไปหาค่า Probability โดยเปิดตาราง Standard Normal Probability Distribution จะได้ค่า
คะแนนของ GPAX ในสเกลของเส้นโค้งปกติมาตรฐาน
4. คำนวณหาค่าคะแนนร้อยละ 5 ของ GPAX เนื่องจากแต่ละคณะ/ประเภทวิชากำหนดให้สอบวิชาหลักและ
วิชาเฉพาะแตกต่างกัน เช่น 700 600 500 และ 400 เป็นต้น ในการตัดสินผลการคัดเลือก กำหนดค่าน้ำหนัก GPAX เป็นร้อยละ 5 และวิชาหลักกับวิชาเฉพาะ เป็นร้อยละ 90 จึงต้องคำนวณหาคะแนนร้อยละ 5 ของคะแนนทั้งหมดที่นำ
มาใช้ตัดสินการคัดเลือกของแต่ละคณะ/ประเภทวิชา
วิธีคำนวณหาคะแนนร้อยละ 5 ของคะแนนทั้งหมดที่นำมาใช้ตัดสินการคัดเลือกของแต่ละคณะ/ประเภทวิชา
จึงคำนวณจากเกณฑ์ที่กำหนดค่าน้ำหนักวิชาหลักและวิชาเฉพาะเท่ากับร้อยละ 90 และคำนวณหาร้อยละ 5 ของ
คะแนนวิชาหลักและวิชาเฉพาะเท่ากับเท่าไร ซึ่งจะเป็นค่าคะแนนเต็มของ GPAX และ Percentile Rank
ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่คณะ/ประเภทวิชา ที่กำหนดให้สอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะรวมคะแนนเต็ม 600 คะแนน ซึ่งเท่ากับร้อยละ 90 และสามารถคำนวณหาค่าคะแนนของ GPAX ซึ่งเท่ากับร้อยละ 5 ได้ดังนี้
ร้อยละ 90= 600 คะแนน
ร้อยละ 5= (600 x 5)/90 = 33.3333 คะแนน
ดังนั้น คะแนนเต็มในส่วนของ GPAX จึงเท่ากับ 33.33 คะแนน ซึ่งหมายความว่านักเรียนที่ได้ GPAX = 4 คิดเป็นค่าน้ำหนักคะแนนเท่ากับ 33.33 คะแนน เมื่อนำคะแนนเต็มในส่วน GPAX (33.33) ไปคูณค่า GPAX ของนักเรียนแต่ละคนที่แปลงค่าโดยวิธีการทางสถิติ (ค่า Probability) แล้ว ก็จะได้ค่าน้ำหนักคะแนนของ GPAX ของนักเรียนแต่ละคน เพื่อนำไปรวมกับคะแนนวิชาหลักและหรือวิชาเฉพาะที่นักเรียนสอบได้ และค่าคะแนน Percentile Rank เพื่อตัดสินผลการคัดเลือกต่อไป
ตัวอย่าง เช่น นาย ก. มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) = 3.30 สมัครเข้าศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งกำหนดให้สอบเฉพาะวิชาหลัก 6 วิชา คะแนนเต็ม 600 คะแนน สามารถคำนวณหาค่าคะแนน GPAX ของนาย ก. ได้ดังนี้
ค่า Probability ของ GPAX ของ นาย ก.= 0.9778*
ค่าคะแนนเต็มของ GPAX= 33.33
ค่าคะแนน GPAX ของ นาย ก.= .9778 x 33.33
= 32.59

*หมายเหตุ คำนวณจากกลุ่มตัวอย่าง 3876 คน ซึ่งมีค่าเฉลี่ย GPAX = 2.28 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.51
วิธีคำนวณค่าคะแนนของเปอร์เซ็นต์ไทล์
1. กำหนดช่วงค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ เป็น 20 ช่วง
2. เนื่องจากค่าน้ำหนักคะแนนของค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ คิดเป็นร้อยละ 5 เท่ากับค่าน้ำหนักคะแนนของ GPAX
ดังนั้น ค่าคะแนนเต็มของเปอร์เซ็นต์ไทล์จะเท่ากับค่าคะแนนเต็มของ GPAX เช่น คณะ/ประเภทวิชาที่มีการสอบ
วิชาหลักและหรือวิชาเฉพาะ 6 วิชา มีคะแนนเต็ม 600 คะแนน ค่าคะแนนเต็มของเปอร์เซ็นต์ไทล์ จะเท่ากับ 33.33 เท่ากับค่าคะแนนเต็มของ GPAX ดังกล่าวแล้ว
3. กำหนดคะแนนตามช่วงเปอร์เซ็นต์ไทล์ ซึ่งแบ่งเป็น 20 ช่วง เมื่อคะแนนในส่วนนี้เท่ากับ 33.33 คะแนน แบ่งคะแนนเป็น 20 ช่วง ดังนั้นค่าคะแนนของค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์แต่ละช่วงจึงเท่ากับ 1.6665
4. ค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ของนักเรียนอยู่ในช่วงใด คะแนนที่ได้ = อันดับช่วง X 1.6665 คะแนน เช่น นักเรียนที่
มีค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ อยู่ในช่วงที่ 10 จะคิดเป็นคะแนน 1.6665 X 10 = 16.665 คะแนน
การคิดคะแนนรวมเพื่อคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์
การพิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จะพิจารณาตามเกณฑ์ที่แต่ละคณะ/ประเภท
วิชากำหนด ตัวอย่าง เช่น คณะวนศาสตร์ กำหนดให้สอบเฉพาะวิชาหลัก 6 วิชา คะแนนรวม 600 คะแนน นาย ก. มีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) 3.30 มีค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ 91.51 และสอบวิชาหลักได้คะแนนรวม 262 สามารถคิด
คะแนนรวมของ นาย ก. ได้ดังนี้
คะแนนรวม= ค่าคะแนน GPAX + ค่าคะแนนเปอร์เซ็นต์ไทล์ + คะแนนสอบ
= 32.59 + 31.67 + 262
= 326.26

การสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะ
ในระยะแรก (3-5 ปี) ที่นำวิธีคัดเลือกนิสิตนักศึกษาระบบใหม่มาใช้ ทบวงมหาวิทยาลัยจะจัดสอบวิชาหลัก
และวิชาเฉพาะ ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่แต่ละคณะ/ประเภทวิชา กำหนดให้สอบ เพื่อวัดความรู้ของผู้ประสงค์จะเข้า
ศึกษาในคณะ/ประเภทวิชานั้น ๆ ดังนี้
วิชาหลักที่จะจัดสอบ มีทั้งหมด 15 วิชา ได้แก่
  1. ภาษาไทย
  2. ภาษาอังกฤษ
  3. สังคมศึกษา
  4. คณิตศาสตร์ 1 (วิทย์)
  5. คณิตศาสตร์ 2 (ศิลป์)
  6. เคมี
  7. ชีววิทยา
  8. ฟิสิกส์
  9. วิทยาศาสตร์กายภาพชีวภาพ
  10. ภาษาฝรั่งเศส
  11. ภาษาเยอรมัน
  12. ภาษาบาลี
  13. ภาษาอาหรับ
  14. ภาษาจีน
  15. ภาษาญี่ปุ่น
สำหรับวิชาภาษาไทย และวิชาสังคมศึกษาทุกคณะ/ประเภทวิชากำหนดให้สอบเนื่องจากพิจารณาเห็นว่า
ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ และเป็นสื่อที่สำคัญในการเรียนการสอน และวิชาสังคมศึกษาเป็นวิชาที่จะช่วยให้
นักเรียนเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในสังคม ชีวิต ทำให้มีการปรับตัวได้ดี อีกทั้งการกำหนดให้สอบวิชาทั้ง 2 วิชา
ดังกล่าว จะส่งเสริมให้นักเรียนมีความสนใจวิชาดังกล่าวในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าด้วย
ข้อสอบแต่ละวิชา จะครอบคลุมเนื้อหาวิชาตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ของกรมวิชาการ กระทรวง
ศึกษาธิการทั้งหมด และใช้เวลาสอบวิชาละ 2 ชั่วโมง
วิชาเฉพาะที่จะจัดสอบ มีทั้งหมด 26 วิชา ได้แก่
  1. พื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์
  2. วัดแววความเป็นครู
  3. ความถนัดทางสถาปัตย์
  4. ความรู้ความถนัดทางศิลป์
  5. ความสามารถทางศิลปะ
  6. ความรู้ทั่วไปทางศิลปวัฒนธรรม
  7. ความถนัดทางนิเทศศิลป์
  8. ทฤษฎีทัศนศิลป์
  9. ปฏิบัติทัศนศิลป์
  10. ทฤษฎีนฤมิตศิลป์
  11. ปฏิบัตินฤมิตศิลป์
  12. วาดเส้น
  13. องค์ประกอบศิลป์
  14. วาดเส้นมัณฑณศิลป์
  15. ออกแบบภายใน
  16. ออกแบบนิเทศศิลป์
  17. ออกแบบผลิตภัณฑ์
  18. ออกแบบประยุกต์ศิลป์
  19. ออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา
  20. ทฤษฎีดุริยางคศิลป์
  21. ปฏิบัติดุริยางคศิลป์ (ไทย)
  22. ปฏิบัติดุริยางคศิลป์ (สากล)
  23. ทฤษฎีนาฎยศิลป์
  24. ปฏิบัตินาฎยศิลป์ (ไทย)
  25. ปฏิบัตินาฎยศิลป์ (สากล)
  26. พลศึกษาปฏิบัติ

กำหนดการสอบ

ทบวงมหาวิทยาลัย จะจัดสอบวิชาหลัก ปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน ในเดือนมีนาคม และเดือนตุลาคมของทุกปี และจัดการสอบวิชาเฉพาะ ปีละ 1 ครั้ง ในเดือนตุลาคม โดยจะเริ่มสอบครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2541 ทบวง
มหาวิทยาลัยจะแจ้งผลการสอบให้ผู้เข้าสอบทราบทุกครั้ง ภายหลังการสอบประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ผู้เข้าสอบนำ
ไปใช้ตรวจสอบคุณสมบัติและประกอบการตัดสินใจเลือกสมัครเข้าศึกษาในคณะ/ประเภทวิชา ที่ประสงค์จะเข้า
ศึกษาต่อไป โดยผู้สมัครจะสอบกี่ครั้ง ครั้งละกี่วิชาก็ได้ และใช้คะแนนครั้งที่ดีที่สุดสมัครเข้าศึกษาในสถาบัน
อุดมศึกษา คะแนนที่สอบได้สามารถเก็บไว้ใช้ได้ 3 ปี
คุณสมบัติของผู้สมัคร
ผู้มีสิทธิสมัครสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะจะต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า
สำหรับนักเรียนหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน (สอบเทียบ) จะต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษา
สุดท้ายของหลักสูตร
สถานที่จัดสอบ
ทบวงมหาวิทยาลัยมีนโยบายที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้สมัครสอบให้มากที่สุด จึงได้กระจายสนามสอบไป
ทั่วประเทศ โดยมีมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ทำหน้าที่เป็นศูนย์สอบ และในระยะ 3-5 ปีแรกนี้ ทบวงมหาวิทยาลัยโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัย/สถาบัน ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาเห็นสมควรกำหนด
สถานที่สอบทั่วประเทศ ดังนี้
1. กรุงเทพมหานคร มีมหาวิทยาลัย/สถาบัน ทำหน้าที่เป็นศูนย์สอบ 8 แห่ง คือ
1.1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
1.2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
1.3 มหาวิทยาลัยมหิดล
1.4 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
1.5 มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ)
1.6 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
1.7 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
1.8 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
2. ส่วนภูมิภาค มีมหาวิทยาลัย/สถาบัน ทำหน้าที่เป็นศูนย์สอบ จำนวน 12 แห่ง ศูนย์สอบแต่ละแห่ง จะรับผิดชอบในการจัดสอบในแต่ละจังหวัด ดังนี้
2.1
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง น่าน
2.2
มหาวิทยาลัยนเรศวรพิษณุโลก อุตรดิตถ์ ตาก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์
2.3
มหาวิทยาลัยขอนแก่นขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร
2.4
มหาวิทยาลัยมหาสารคามมหาสารคาม นครพนม
2.5
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีอุบลราชธานี ศรีสะเกษ
2.6
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีนครราชสีมา สุรินทร์
2.7
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
วิทยาเขตองครักษ์
ลพบุรี ปราจีนบุรี นครนายก (องครักษ์)
2.8
มหาวิทยาลัยบูรพาชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี
2.9
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน
สุพรรณบุรี อยุธยา นครปฐม (กำแพงแสน)
2.10
มหาวิทยาศิลปากร
วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
นครปฐม เพชรบุรี
2.11
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี
2.12
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สงขลา ปัตตานี ตรัง ภูเก็ต
สำหรับหน่วยสอบหรือสถานที่สอบของแต่ละศูนย์สอบ ทบวงมหาวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบเป็นคราว ๆ ไป
การจัดสอบวิชาหลักทุกวิชา และวิชาเฉพาะที่มีผู้สมัครสอบเป็นจำนวนมาก ได้แก่ วิชาพื้นฐานทางวิศวกรรม
ศาสตร์ วิชาความถนัดทางสถาปัตย์ และวิชาวัดแววความเป็นครู จะจัดให้สอบทุกหน่วยสอบ สำหรับวิชาเฉพาะที่เหลือ จะจัดสอบเฉพาะที่หน่วยสอบของมหาวิทยาลัย/สถาบันที่เป็นศูนย์สอบ ในส่วนภูมิภาค 12 แห่ง และในกรุงเทพมหานคร 1 แห่ง
การสอบสัมภาษณ์และการตรวจร่างกาย
มหาวิทยาลัย/สถาบัน จะทำการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายผู้ได้รับการประกาศให้เป็นผู้มีสิทธิเข้ารับ
การสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย ผลการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย จะนำมาใช้ใน 2 ลักษณะ คือ
1. เป็นข้อมูลเพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริม และเตรียมความพร้อมให้แก่นิสิต นักศึกษา
2. เป็นข้อมูลเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดหรือไม่ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกนิสิตนักศึกษาครั้งสุดท้ายก่อนรับเข้าศึกษา
ปฏิทินการสอบวัดความรู้วิชาหลัก/วิชาเฉพาะ
ครั้งที่ 1/2541 (ตุลาคม 2541)

รายการวัน เดือน ปีสถานที่
จำหน่ายใบสมัคร29 สิงหาคม - 7 กันยายน 2541ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร
อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตบางเขน
ศูนย์สอบส่วนภูมิภาค
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
มหาวิทยาลัยนเรศวร
มหาวิทยาลัยบูรพา
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
องครักษ์
มหาวิทยาลัยศิลปากร
วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตหาดใหญ่
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
รับสมัคร1-7 กันยายน 2541ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร
อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตบางเขน
รับสมัคร5-7 กันยายน 2541ศูนย์สอบส่วนภูมิภาค
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
มหาวิทยาลัยนเรศวร
มหาวิทยาลัยบูรพา
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
องครักษ์
มหาวิทยาลัยศิลปากร
วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตหาดใหญ่
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ประกาศรายชื่อผู้สมัคร15 กันยายน 2541ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตบางเขน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
พระจอมเกล้าธนบุรี
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
มหาวิทยาลัยศิลปากร
วิทยาเขตวังท่าพระ
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
พระนครเหนือ
ศูนย์สอบส่วนภูมิภาค
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
มหาวิทยาลัยนเรศวร
มหาวิทยาลัยบูรพา
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
องครักษ์
มหาวิทยาลัยศิลปากร
วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตหาดใหญ่
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
โรงเรียนที่เป็นหน่วยรับสมัครทุกจังหวัด
ผู้สมัครยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูล16-17 กันยายน 2541ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัย/สถาบัน
ที่เป็นสนามสอบ
ศูนย์สอบส่วนภูมิภาค
มหาวิทยาลัย/โรงเรียน
ที่เป็นหน่วยรับสมัคร
ประกาศแผนผังที่นั่งสอบ4 ตุลาคม 2541ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร
มหาวิทยาลัย/สถาบัน
ที่เป็นสนามสอบ
ศูนย์สอบส่วนภูมิภาค
มหาวิทยาลัย/จังหวัด
ที่เป็นสนามสอบ
สอบข้อเขียนและปฏิบัติ10-25 ตุลาคม 2541ตามประกาศแผนผังที่นั่งสอบ
ของแต่ละสนามสอบ
แจ้งผลสอบ10 พฤศจิกายน 2541แจ้งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของ
ผู้สอบ

หมายเหตุ
1. ผู้สมัครทุกคนต้องตรวจสอบข้อมูลของตนเองตามประกาศรายชื่อผู้สมัคร ในกรณีที่ข้อมูลไม่ถูกต้องตาม
ใบสมัครให้ยื่นคำร้องขอแก้ไข ภายในวันที่ 17 กันยายน 2541 หากไม่ขอแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด ทบวง
มหาวิทยาลัยจักถือว่าข้อมูลถูกต้อง
2. ทบวงมหาวิทยาลัยจะส่งใบแจ้งสถานที่สอบและเลขที่นั่งสอบ ให้ผู้มีสิทธิ์สอบทุกคนทางไปรษณีย์ภายใน
วันที่ 3 ตุลาคม 2541 หากไม่ได้รับให้ติดต่อศูนย์สอบที่สมัคร และดูประกาศแผนผังที่นั่งสอบ ตามวัน เวลา และ
สถานที่ที่กำหนดไว้
ตารางวัน เวลา การสอบวัดความรู้วิชาหลัก/วิชาเฉพาะ
ทบวงมหาวิทยาลัย
วันที่ 10-25 ตุลาคม 2541

วันสอบเวลารหัสและชื่อวิชา
10 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.01 ภาษาไทย
12.00-14.00 น.03 ภาษาอังกฤษ
15.00-17.00 น.02 สังคมศึกษา
11 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.06 ฟิสิกส์
12.00-14.00 น.07 ชีววิทยา
15.00-17.00 น.05 เคมี
12 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.04 คณิตศาสตร์ 1
12.00-14.00 น.09 คณิตศาสตร์ 2
10 ภาษาฝรั่งเศส
11 ภาษาเยอรมัน
12 ภาษาบาลี
13 ภาษาอาหรับ
14 ภาษาจีน
15 ภาษาญี่ปุ่น
15.00-17.00 น.08 วิทยาศาสตร์กายภาพชีวภาพ
13 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.16 พื้นฐานทางวิศวกรรม
12.00-14.00 น.18 วัดแววความเป็นครู
15.00-17.00 น.17 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
14 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.22 ความรู้ความถนัดทางศิลป์
12.00-14.00 น.27 ความรู้ทั่วไปทางศิลปวัฒนธรรม
15.00-17.00 น.28 ความสามารถทางศิลปะ
15 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.29 วาดเส้น
12.00-14.00 น.30 องค์ประกอบศิลป์
15.00-17.00 น.37 ความถนัดทางนิเทศศิลป์
16 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.31 วาดเส้นมัณฑนศิลป์
12.00-14.00 น.32 ออกแบบภายใน
15.00-17.00 น.33 ออกแบบนิเทศศิลป์
17 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.34 ออกแบบผลิตภัณฑ์
12.00-14.00 น.35 ออกแบบประยุกตศิลป์
15.00-17.00 น.36 ออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา
18 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.23 ทฤษฎีทัศนศิลป์
12.00-14.00 น.24 ปฏิบัติทัศนศิลป์
15.00-17.00 น.38 ทฤษฎีดุริยางคศิลป์
19 ตุลาคม 254109.00-11.00 น.25 ทฤษฎีนฤมิตศิลป์
12.00-14.00 น.26 ปฏิบัตินฤมิตศิลป์
15.00-17.00 น.39 ทฤษฎีนาฏยศิลป์
20 ตุลาคม 254109.00-16.30 น.19 พลศึกษาปฏิบัติ
21 ตุลาคม 254109.00-16.30 น.40 ปฏิบัตินาฏยศิลป์ (ไทย)
41 ปฏิบัตินาฏยศิลป์ (ตะวันตก)
21-25 ตุลาคม 254109.00-16.30 น.20 ดนตรีปฏิบัติ (ไทย)
21 ดนตรีปฏิบัติ (สากล)

ปฏิทินการดำเนินการคัดเลือกนิสิตนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2542
ที่กิจกรรมวัน/เดือน/ปี
1.รับสมัครสอบ
ครั้งแรก (วิชาหลัก - วิชาเฉพาะ)กทม. 3-7 กันยายน 2541
ตจว. 5-7 กันยายน 2541
ครั้งที่ 2 (วิชาหลัก)21-30 มกราคม 2542
2.สอบวิชาหลัก/วิชาเฉพาะ
ครั้งแรก (วิชาหลัก-วิชาเฉพาะ)10-21 ตุลาคม 2541
ครั้งที่ 2 (วิชาหลัก)13-15 มีนาคม 2542
3.รับสมัครเข้าศึกษามหาวิทยาลัย/สถาบัน11-20 เมษายน 2542
4.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก1 พฤษภาคม 2542
5.มหาวิทยาลัย/สถาบัน สอบสัมภาษณ์ และตรวจร่างกาย10-14 พฤษภาคม 2542
6.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษา22 พฤษภาคม 2542
หมายเหตุ ปฏิทินการดำเนินการฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม