ในสภาวะที่ราคาน้ำมันขยับสูงขึ้นดูเหมือนว่าจักรยานอาจจะ เป็นทางเลือกหนึ่ง  สำหรับผู้ที่ต้องการ เดินทางสัญจรไปมาเพราะว่าประหยัด แถมยังได้ออกกำลังกายไปในตัว จึงรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ผู้คนในเมืองของ เราหันมาปั่นจักรยานกันมากพอสมควร แต่ถ้าเทียบกับประเทศที่พัฒนาเจริญแล้ว ปริมาณจักรยาน ในประเทศของเรา ก็ยังเทียบไม่ได้กับต่างประเทศ เช่น  ในยุโรปซึ่งเขาจะนิยมปั่นจักรยาน กันมากทีเดียว เลยทำให้เกิดเหตุการณ์จักรยานหายกันบ่อยๆ

          จักรยานหายในมหาวิทยาลัยเรานั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีนะ บางคนอาจคิดว่าแค่จักรยานจะหายหรือ โถ..โจรสมัยนี้อะไรที่มันเปลี่ยนเป็นเงินได้นะ มันเอาหมดแหละ แล้วยิ่งจักรยานสองล้อของเรา ขโมยง่ายจะตาย รถธรรมดาราคาพันกว่าบาทยังหายมานักต่อนัก นับประสาอะไรกับรถคันละเรือนหมื่น เรือนแสนหายไปละก็ ตามกลับมานี่ยากมากเลย จะไม่ดีหรือถ้าเรามีการป้องกันระมัดระวัง ภัยจากโจรขโมยจักรยาน ก่อนที่รถที่รักของเราจะหายไปเสียก่อนดีกว่า    ลองดูวิธีง่ายๆ แต่ไม่รับรองนะว่าจะประกันได้
100%

1. ระลึกไว้เสมอว่า จอดรถที่ไหนก็หายได้ ยิ่งจอดรถไว้ในที่ สาธารณะแม้เพียงเวลาสั้นๆ ก็ควรล๊อครถ ให้แน่นหนา ทางที่ดี ถ้าที่จอดรถนั้นมี รปภ.ช่วยเฝ้าก็ยังอุ่นใจได้หน่อย แต่ใช่ว่าจะ ไม่หายนะ ขนาดจอดรถไว้หน้าบ้านหรือในบ้าน ก็มีเหยื่อถูกลักรถมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราจะล๊อครถไว้ในบ้านอีก ทีก็อุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง
2. ล๊อคอย่างน้อยควรมีสัก 2-3 ชั้น แต่ทางที่ดีอย่าจอดทิ้งไว้โดยเด็ดขาด ถ้าจำเป็นต้องจอด ให้ล๊อค ไว้กับเสาไฟ หรือเสาอะไรก็ได้ที่มั่นคง และให้อยู่ในสายตาของเราตลอด หรืออาจตีสนิท กับแม่ค้าหรือยาม แถวนั้นเอ่ยปากฝากจักรยานด้วยก็จะดีไม่น้อย
3. ถ้ามีความจำเป็นต้องเข้าไปติดต่อธุระโดยลืมที่ล๊อคมาด้วย อย่าจอดจะดีที่สุด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ เรื่องด่วน จริงๆ ก็ควรใส่เกียร์หนักทิ้งไว้ คือจานหน้าใบใหญ่ หลังใบเล็ก ปลดเบรกไว้ด้วยก็จะดี แล้วใช้หมวกกันน๊อคร้อยซี่ลวดล้อขัดกับตัวถังรถไว้ อย่างน้อยก็ช่วยชะลอหัวขโมยทำงานได้ช้าลง เจ้าของรถก็ควร ชำเรืองมองจักรยานของเราเสมอ
4. ถ้ามีใครถามราคารถ อย่าบอกว่าจักรยานมีราคาเท่าไร (กรณีที่รถคุณซื้อมา 2-3 หมื่นขึ้นไป) คนทั่วไปมักไม่เชื่อว่าจักรยาน ราคาจะถึงหมื่นบาท ดังนั้นถ้ามีใครถามก็บอกไปสัก 2-3 พันบาท ให้ดูว่าไม่มีราคา ไม่คุ้มที่จะมาเสี่ยงคุกตะรางกับสินทรัพย์ ราคาแค่ไม่กี่พันบาท
5. จอดอย่าให้คลาดสายตา และอย่าทิ้งไว้ไกลตานานๆ แม้แต่จักรยานของเราอยู่บนหลังคารถ หรือท้าย รถกระบะ ถ้ามีจักรยานไปด้วยเวลาจอดทำธุระที่ใด ให้ล๊อกจักรยานติดไว้กับรถให้เรียบร้อย ด้วยอย่าคิดว่าแค่ไปกินข้าวฝั่งตรงข้ามเพียงไม่กี่นาที ไม่หายหรอก

6. จดหมายเลขตัวถังที่ใต้กะโหลกรถรวมทั้งตำหนิรูปพรรณของจักรยานไว้ อาจถ่ายรูปรถพร้อมกับคุณ ที่เป็นเจ้าของไว้ด้วย เผื่อต้องใช้กรณีที่จักรยานเราเกิดหายแล้วต้องแจ้งความลงบันทึก ประจำวันไว้เป็น หลักฐาน เพื่อที่ตำรวจจะได้ตามรถเรากลับมา ได้

7. สุดท้ายอาจต้องมีรถ 2 คัน สำหรับสลับเปลี่ยนหรือกรณีรถหาย จะได้มีปั่นใช้งานได้
8. ถ้าจักรยานเกิดหายจริงๆ ลองไปตามแหล่งตลาดมืด เช่น คลองถม หรือร้านจักรยานหลายๆ แห่งให้ช่วยสอดส่อง เอารูปรถของเราทิ้งไว้ด้วย ไม่แน่ว่าจักรยานที่หายไปอาจได้คืนกลับมา ก็เคยมีมาแล้วเช่นกัน

ข้อมูลจาก la-bicycle.com