ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม
ของส่วนราชการ พ.ศ. 2545

          โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความนัยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 กระทรวงการคลังจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ พ.ศ. 2545"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศใช้ระเบียบนี้เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
           (1) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ พ.ศ. 2534
           (2) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2539
           (3) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2541
           (4) ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2543
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
           "ข้าราชการ" หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู ตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการ ฝ่ายอัยการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรือน ในมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่า ด้วยระเบียบ ข้าราชการ พลเรือนในมหาวิทยาลัยข้าราชราชการรัฐสภาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ข้าราชการตำรวจตาม กฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจและข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร
          "ลูกจ้าง" หมายความว่า ลูกจ้างซึ่งได้รับเงินค่าจ้างจากเงินงบประมาณ รายจ่ายเว้นแต่ลูกจ้างชาวต่างประเทศที่มี สัญญาจ้าง
          "หน่วยงานผู้จัด" หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น ที่มิใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จัดหรือ จัดร่วมกัน
          "การฝึกอบรม" หมายความว่า การอบรม การประชุมทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ การสัมมนาทางวิชาการ หรือ เชิงปฏิบัติการ การบรรยายพิเศษ การฝึกศึกษา การดูงาน การฝึกงาน หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีโครงการ หรือ หลักสูตรและช่วงเวลาจัดที่แน่นอนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยไม่มีการรับปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ
           "การอบรม" หมายความว่า การให้ความรู้โดยการบรรยายและการตอบปัญหาจากวิทยากรเพียงฝ่ายเดียว
           "การประชุมทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ" หมายความว่า การให้ความรู้โดยการบรรยายเช่นเดียวกับการอบรม แต่เป็น
การ ให้ความรู้ ความคิดเห็น เพื่อนำข้อสรุปที่ได้ไปพัฒนาหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และอาจกำหนด ให้มีการ ฝึกปฏิบัติ ด้วยก็ได้
           "การสัมมนาทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ" หมายความว่า การประชุมในลักษณะเป็นการระดมควมคิด การแลกปลี่ยน ความรู้ ความคิดเห็น เพื่อนำข้อสรุปที่ได้ไปพัฒนาหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และอาจกำหนดให้มีการฝึกปฏิบัติด้วยก็ได้
           "การบรรยายพิเศษ" หมายความว่า การให้ความรู้โดยการบรรยายในเรื่องที่ส่วนราชการ เห็นสมควรให้ความรู้พิเศษ เพิ่ม แก่ข้าราชการและลูกจ้าง
           "การฝึกศึกษา" หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการศึกษาและฝึกปฏิบัติ
            "การดูงาน" หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการสังเกตการณ์ ซึ่งได้กำหนดไว้ในหลักสูตร หรือ โครงการ ให้มีการดูงานก่อน ระหว่างหรือหลังการฝึกอบรมและหมายความรวมถึงหลักสูตรหรือโครงการที่กำหนดเฉพาะการดูงาน ภายในประเทศที่ส่วนราชการจัดขึ้น
            "การฝึกงาน" หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ ด้วยการปฏิบัติงานซึ่งกำหนดไว้ในหลักสูตรหรือ โครงการ
และหมายความรวมถึงการปฏิบัติงานภาคสนามด้วย
            "ผู้เข้ารับการฝึกอบรม" หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของทางราชการหรือบุคคลภายนอกที่เข้ารับการฝึก อบรมในหลักสูตรที่ส่วนราชการจัดขึ้น
            "วิทยากร" หมายความว่า ผู้บรรยาย ผู้อภิปราย หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งทำหน้าที่ให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ตามหลักสูตร และให้รวมถึงผู้ดำเนินการสัมมนา
"การฝึกอบรมระดับต้น" หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับ 1 และ ระดับ 2 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
            "การฝึกอบรมระดับกลาง" หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับ 3 และ ระดับ 8 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
            "การฝึกอบรมระดับสูง" หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
             "การฝึกอบรมบุคคลภายนอก" หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มิใช่ข้าราชการ พนักงาน หรือ ลูกจ้างของทางราชการ
             "ค่าอาหาร" หมายความว่า ค่าอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น
             "การประสานงานเรื่องอาหาร ที่พัก ยานพาหนะ" หมายความว่า ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมเป็นผู้ที่ติดต่อจัดอาหาร ที่พัก และหรือยานพาหนะ แต่ไม่ออกค่าใช้จ่ายให้ และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากส่วนราชการ ที่ส่งผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์
             "ช่วงระหว่างการฝึกอบรม" หมายความว่า ช่วงเวลาตั้งแต่เวลาสิ้นสุดการลงทะเบียนหรือเวลาเริ่มพิธีเปิดการฝึกอบรมจน ถึงเวลาสิ้นสุดการฝึกอบรมตามหลักสูตรหรือโครงการ
ให้ปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้
 
หมวด 1
ทั่วไป
 
            ข้อ 6 หลักสูตรการฝึกอบรมที่ส่วนราชการเป็นผู้จัด หรือจัดร่วมกับรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น ของรัฐ หรือเอกชน ต้องได้รับอนุมัติ จากหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ
            ข้อ 7 การจัดฝึกอบรม การเดินทางไปจัดแลเข้ารับการฝึกอบรม และการเดินทางไปดูงานในประเทศและหรือต่างประเทศ ตามที่ กำหนดในหลักสูตร ต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและการจัดการ ประชุมของทางราชการ โดยให้พิจารณาอนุมัติเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อส่วนราชการนั้น ตามจำนวนที่เห็น สมควรและภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับ
            ข้อ 8 กรณีการฝึกอบรมที่กำหนดให้มีการลงทะเบียน ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมจะกำหนดให้มีการลงทะเบียนก่อนเวลาเริ่ม การฝึกอบรมตามหลักสูตรหรือโครงการได้ไม่เกินหนึ่งวัน
            ข้อ 9 กรณีส่วนราชการมีความจำเป็นต้องจัดฝึกอบรม ให้แก่ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงาน ที่มีกฎหมายจัด ตั้งเป็น การเฉพาะ ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์และอัตราเช่นเดียวกับการฝึกอบรมให้แก่ข้าราชการและลูกจ้าง ตามระเบียบนี้
            ข้อ 10 การฝึกอบรมที่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในประเทศหรือต่างประเทศทั้งหมดไม่ว่าเป็นเงิน บริการ หรือ สิ่งของ ให้งดเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้กรณีได้รับความช่วยเหลือจาหน่วยงานภายในประเทศ หรือต่างประเทศบางส่วนหากจำเป็น ต้องเบิกค่าใช้จ่ายสมทบให้เบิก ค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ ของระเบียบนี้เว้นแต่การฝึกอบรม ในต่างประเทศ ให้เบิกค่าใช้จ่ายสมทบได้ไม่เกิน วงเงินที่ได้รับความช่วยเหลือภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
                   (1) ค่าโดยสารเครื่องบิน กรณีได้รับความช่วยเหลือค่าโดยสารเครื่องบินเพียงเที่ยวเดียว ให้เบิกค่าโดยสาร เครื่องบิน อีกหนึ่ง เที่ยวในชั้นเดียว กับที่ได้รับความช่วยเหลือ แต่ต้องไม่สูงกว่าสิทธิที่พึงได้รับ ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง ไปราชการ
                    (2) ค่าที่พัก ให้เบิกสมทบเฉพาะส่วนที่ขาดตามจำนวนที่ได้จ่ายจริง โดยอนุโลมตามหลักเกณฑ์และอัตรา แห่ง พระราชกฤษฎีกา
                    (3) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้เบิกสมทบเฉพาะส่วนที่ขาดได้ ซึ่งเมื่อรวมกับค่าเบี้ยเลี้ยงที่ได้รับความช่วยเหลือ จะต้อง ไม่เกิน อัตราตามสิทธิที่พึงได้รับตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ กรณีผู้ให้ความช่วยเหลือจัดเลี้ยง อาหารครบทุกมื้อให้ งดเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง หากจัดเลื้ยงอาหารไม่ครบทุกมื้อให้เบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง สมทบส่วนที่ไม่ได้จัดเลี้ยง ตามหลักเกณฑ์และอัตราของ ระเบียบนี้
                    (4) ค่าเครื่องแต่งตัว กรณีที่ได้รับความช่วยเหลือค่าเครื่องแต่งตัวต่ำกว่าสิทธิที่พึงได้รับ ให้เบิกค่าเครื่องแต่งตัวสมทบ เฉพาะส่วนที่ขาด ซึ่งเมื่อรวมกับค่าเครื่องแต่งตัวที่ได้รับความช่วยเหลือและจะต้องไม่เกินสิทธิที่พึงได้รับ
ข้อ 11 บุคคลที่มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตามระเบียบนี้ ได้แก่
        (1) ประธานในพิธีเปิดปิดการฝึกอบรม และผู้ติดตาม
        (2) ข้าราชการและลูกจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดฝึกอบรม
        (3) วิทยากร
        (4) แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม
        (5) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
        (6) ผู้สังเกตการณ์
           ค่าใช้จ่ายของบุคคลตาม (1)(2) และ (3) ให้เบิกจากส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม เว้นแต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของบุคคล ตาม (3) ให้เบิกจากส่วนราชการต้นสังกัดได้ เมื่อส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมร้องขอและส่วนราชการต้นสังกัดตกลงยินยอม  บุคคลตาม (4) จะเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาฝึกอบรมจากส่วนราชการต้นสังกัดหรือจากส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม ก็ได้
ข้อ 12 การเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้
              (1) ข้าราชการแต่ละประเภท ให้เป็นไปตามระดับตำแหน่ง ชั้นยศ ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ราชการ โดยอนุโลม
              (2) ลูกจ้างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเทียบตำแหน่งลูกจ้างในการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่กระทรวง การคลังกำหนด
          ข้อ 13 การเทียบตำแหน่งของบุคคลตามข้อ 11 ที่มิได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างเพื่อเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ ให้ส่วน ราชการ ผู้จัดฝึกอบรมเทียบตำแหน่งได้ดังนี้
         (1) บุคคลที่ส่วนราชการพิจารณาเห็นสมควรเทียบเท่าข้าราชการ ระดับ 1
         (2) บุคคลที่เคยรับราชการมาแล้ว ให้เทียบตามระดับตำแหน่งหรือชั้นยศครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการ
         (3) บุคคลที่ส่วนราชการขอเทียบระดับตำแหน่งกับกระทรวงการคลังไว้แล้ว
         (4) วิทยากร ที่บรรยายในหลักสูตรระดับต้นหรือระดับกลาง ให้เทียบเท่าข้าราชการ ระดับ 8 กรณีบรรยายในหลักสูตร ระดับสูงให้เที่ยบเท่าข้าราชการระดับ 10 เว้นแต่บุคคลตาม (2) ที่มีชั้นยศสูงกว่า ให้ใช้ชั้นยศที่สูงกว่านั้นได้
         (5) กรณีส่วนราชการเห็นสมควรเทียบระดับตำแหน่งนอกเหนือจาก (1) ถึง (4) ให้ขอเทียบระดับตำแหน่งกับกระทรวง การคลัง โดยแจ้งรายละเอียดตามแบบบัญชีหมายเลข 1
 
หมวด 2
ค่าใช้จ่ายของส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมที่จัดในประเทศ
 
ข้อ 14 การพิจารณาหาสถานที่เพื่อจัดฝึกอบรม ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ
ข้อ 15 ค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรม ได้แก่
          (1) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้และการตกแต่งสถานที่ฝึกอบรม
          (2) ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิด-ปิด การฝึกอบรม
          (3) ค่าวัสดุเครื่องเขียน และอุปกรณ์
          (4) ค่าพิมพ์และเขียนประกาศนียบัตร
          (5) ค่าถ่ายเอกสาร ค่าพิมพ์เอกสารและสิ่งตีพิมพ์
          (6) ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร
          (7) ค่าเช่าอุปกรณ์ ต่าง ๆ ในการฝึกอบรม
          (8) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการจัดฝึกอบรม
          (9) ค่าของสมนาคุณในการดูงาน
         (11) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
         (12) ค่าสมนาคุณวิทยากร
         (13) ค่าอาหาร
         (14) ค่าเช่าที่พัก
         (15) ค่ายานพาหนะ
          ค่าใช้จ่ายตาม (1) ถึง (8) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินราคามาตรฐานที่กระทรวงการคลังกำหนด (ถ้ามี)
          ค่าใช้จ่ายตาม (9)ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตราใบละ 1,500 บาท
          ค่าใช้จ่ายตาม (10)ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตราใบละ 300 บาท
          ค่าใช้จ่ายตาม (11)ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตราตามบัญชีหมายเลข 2
          ค่าใช้จ่ายตาม (12) (13) (14) และ (15)ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ข้อ 16 การจ่ายสมนาคุณวิทยากรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้
         (1) กรณีวิทยากรสังกัดหน่วยงานเดียวกับส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม
                               (1.1) ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งกำหนด ให้มีหน้าที่เป็นวิทยากรในการฝึกอบรม ประจำส่วนราชการผู้จัด
                               (1.2) ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งกำหนดให้มีหน้าที่ฝึกอบรม ให้คำปรึกษา แนะนำ ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานในตำแหน่งให้แก่เจ้าหน้าที่ลำดับรองลงมา หรือเป็นการให้ความรู้ ในลักษณะ การปฐมนิเทศแก่ ข้าราชการ หรือลูกจ้างในส่วนราชการที่ตนสังกัด
                               (1.3) กรณีที่มาตรฐานกำหนดตำแหน่งมิได้กำหนดให้มีหน้าที่เป็นวิทยากรประจำส่วนราชการผู้จัด แต่ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติเป็นปกติประจำ จะต้องทำหน้าที่เป็นวิทยากรในการฝึกอบรม
        (2) กรณีเป็นวิทยากรต่างสังกัดกับส่วนราชการผู้จัด ไม่อยู่ในบังคับตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ (1)
        (3) หลักเกณฑ์การจ่าย
                              (3.1) ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการบรรยาย ให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกิน 1 คน
                              (3.2) ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการอภิปรายเป็นคณะ หรือสัมมนาให้จ่ายค่าสมนาคุณ วิทยากร ได้ไม่เกิน 5 คน โดยรวมถึงผู้ดำเนินการอภิปรายหรือสัมมนา ด้วย
                              (3.3) ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการแบ่งกลุ่มฝึกภาคปฏิบัติ แบ่งกลุ่มอภิปราย หรือแบ่งกลุ่ม ทำกิจกรรม ซึ่งได้กำหนดไว้ในหลักสูตร หรือโครงการแล้วและจำเป็นต้องมีวิทยากรประจำกลุ่ม ให้จ่ายค่าสมนาคุณ วิทยากร ได้ไม่เกินกลุ่มละ 2 คน
                              (3.4) ชั่วโมงการฝึกอบรมใดมีวิทยากรเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ข้างต้น ให้เฉลี่ยจ่ายค่าสมนาคุณ ภายในจำนวนเงินที่จ่ายได้ ตามหลักเกณฑ์
                              การนับเวลาชั่วโมงการฝึกอบรมในแต่ละหัวข้อวิชาให้นับหกสิบนาทีเป็นหนึ่งชั่วโมง ถ้าไม่ถึงหกสิบนาที หรือเกินหกสิบนาทีและส่วนที่ไม่ถึงหรือเกินหกสิบนาทีนั้น นับได้ไม่น้อยกว่าห้าสิบนาที ให้ถือเป็นหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าส่วนที่ไม่ถึง หรือเกินหกสิบ นาทีนั้น นับได้ไม่น้อยกว่ายี่สิบห้านาทีแต่ไม่ถึงหน้าสิบนาที ให้เบิกจ่ายค่าสมนาคุณได้กึ่งหนึ่ง
         (4) อัตราการจ่าย
                              (4.1) วิทยากรที่เป็นข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ
                               การฝึกอบรมระดับต้นและระดับกลาง ไม่เกินชั่วโมง ละ 600 บาท
                               การฝึกอบรมระดับสูง ไม่เกินชั่วโมงละ 800 บาท
                               (4.2) วิทยากรที่มิใช่บุคคลตาม (4.1)ให้จ่ายเพิ่มได้อีกไม่เกินหนึ่งเท่าของแต่ละระดับการฝึกอบรม
                               (4.3) การฝึกอบรมระดับกลางและระดับสูงที่จำเป็นต้องใช้วิทยากร ที่มีความรู้ความสามารถ  เป็นพิเศษ และเบิกจ่ายค่าสมมนาคุณวิทยากรสูงกว่าอัตราที่กำหนดข้างต้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของปลัดกระทรวงเจ้าสังกัด ส่วนราชการใด ที่ไม่มีปลัดกระทรวงเจ้าสังกัด ให้ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจเช่นเดียวกับปลัดกระทรวงเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ
                               (4.4) การฝึกอบรมที่ส่วนราชการจัดร่วมกับหน่วยงานอื่น ถ้าวิทยากร ได้รับค่าสมนาคุณ จากหน่วยงาน อื่นแล้ว ให้งดเบิกค่าสมนาคุณวิทยากรจากทางราชการ
          ข้อ 17 กรณีที่ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมจัดอาหารให้และออกค่าใช้จ่ายให้สำหรับบุคคลตาม ข้อ 11 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
         (1) การจัดอาหารให้จัดในช่วงระหว่างการฝึกอบรม
         (2) กรณีการฝึกอบรมที่บุคคลตาม ข้อ 11เดินทางไป-กลับ ในแต่ละวัน ห้ามมิให้ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมจัดอาหารให้ ก่อนเวลาเริ่มการฝึกอบรมหรือหลังเวลาสิ้นสุดการฝึกอบรมในแต่ละวัน
         (3) กรณีการฝึกอบรมที่บุคคลตามข้อ 11 ส่วนใหญ่ จำเป็นต้องพักแรมในช่วงระหว่างการฝึกอบรมจัดอาหารให้แก่ผู้ที่ จำเป็นต้องพักแรมได้
         (4) กรณีที่มีความจำเป็นจะต้องจัดอาหารให้เฉพาะวิทยากรโดยไม่จัดให้แก่บุคคลอื่นให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วน ราชการผู้จัดฝึกอบรมพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม
         (5) ให้เบิกอาหารได้เท่าที่จ่ายจริงตามระดับการฝึกอบรมไม่เกินอัตราตามบัญชีหมายเลข 3
          ข้อ 18 กรณีที่ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมให้พักแรมร่วมกันและออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พักสำหรับบุคคลตามข้อ 11 ให้ส่วน ราชการผู้จัดฝึกอบรมพิจารณาจัดให้เฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องพักแรมในช่วงระหว่างการฝึกอบรมและให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
          (1) กรณีสถานที่พักแรมของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ห้หัวหน้าส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม
พิจารณาจัดที่พักสำหรับบุคคลตามข้อ 11 ตามความจำเป็นและเหมาะสม
          (2) กรณีสถานที่พักแรมของเอกชน
                            (2.1) การจัดที่พักสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมระดับต้นและการฝึกอบรม ระดับกลาง ผู้สังเกตการณ์ ข้าราชการ และลูกจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดฝึกอบรมซึ่งมีระดับตำแหน่งหรือชั้นยศไม่สูงกว่า ระดับ 8 หรือเทียบเทียบ ให้พักร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปต่อหนึ่งห้องเว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมหรือมีเหตจำเป็นไม่อาจพักรวมกับผู้อื่นได้
                            (2.2) การจัดที่พักสำหรับบุคคลที่นอกเหนือ ข้อ (2.1)ให้หัวหน้าส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมพิจารณาตาม ความเหมาะสม
          (3) อัตราค่าเช่าที่พัก ให้เบิกจ่าย ดังนี้
                            (3.1) กรณีพักแรมร่วมกันในสถานที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้เบิกจ่าย ตามอัตราที่ส่วน ราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น ของรัฐเรียกเก็บ
                            (3.2) กรณีพักแรมร่วมกันในสถานที่ของเอกชน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามระดับการฝึกอบรม ไม่เกินอัตรา ค่าเช่า ห้องพักตามบัญชีหมายเลข 4
               กรณีพักแรมร่วมกันในสถานที่ของเอกชนโดยเหมารวมห้องพัก ให้เบิกจ่ายในลักษณะเหมาได้เท่าที่จ่ายจริง โดยไม่เกิน วงเงิน ที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ตาม (2) และไม่เกินอัตราค่าเช่าที่พักตามบัญชีหมายเลข 4
               หากหลักสูตรการฝึกอบรมมีระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ให้เบิกค่าเช่าที่พักได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 3 ใน 4 ของอัตรา ค่าเช่า ที่พักตามบัญชีหมายเลข 4
          ข้อ 19 ค่ายานพหนะ กรณีส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมจัดยานพาหนะก่อน ช่วงระหว่างหรือหลังการฝึกอบรม และออกค่าใช้จ่าย ดังกล่าวสำหรับบุคคล ตามข้อ 11 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
                       (1) กรณีใช้ยานพาหนะของส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม หรือกรณียืมยานพาหนะจากส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น ให้เบิก ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้เท่าที่จ่ายจริง
                       (2) กรณีใช้ยานพาหนะอื่นนอกเหนือจาก (1) ให้จัดยานพาหนะโดยอนุโลมตามสิทธิของข้าราชการ ตามพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ดังนี้
                 (2.1) การฝึกอบรมระดับต้น ให้จัดยานพาหนะตามสิทธิของข้าราชการระดับ 2 หรือเทียบเท่า
                 (2.2) การฝึกอบรมระดับกลาง ให้จัดยานพาหนะตามสิทธิของข้าราชการระดับ 6 หรือเทียบเท่า
                               (2.3) การฝึกอบรมระดับสูง ให้จัดยานพาหนะตามสิทธิของข้าราชการระดับ 10 หรือเทียบเท่า เว้นแต่กรณีเดิน ทางโดย เครื่องบินให้ใช้ชั้นธุรกิจ กรณีที่ไม่สามารถเดินทางโดยชั้นธุรกิจให้เดินทางโดยชั้นหนึ่ง
                  สำหรับอัตราค่ายานพาหนะ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและประหยัด โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของ
หน้าส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม
          ข้อ 20 กรณีส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมประสานงานเรื่องอาหาร ที่พักและหรือยานพาหนะให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ข้อ 17 ข้อ 18 และข้อ 19 โดยให้ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมคำนวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนแต่ละระดับการฝึกอบรม แล้วแจ้งให้ส่วนราชการ ที่ส่งผู้เข้ารับ การฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์ทราบเพื่อเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์ต่อไป
          ข้อ 21 กรณีส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมไม่จัดอาหาร ที่พัก และหรือยานพาหนะ หรือมิได้ประสานงานในเรื่องดังกล่าว ให้ส่วน ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในส่วนที่มิได้ดำเนินการสำหรับบุคคลตามข้อ 11(1) ถึง (4) โดยอนุโลมตาม หลักเกณฑ์และอัตราแห่งพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ เว้นแต่
           (1) การเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้เป็นไป ไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
                         (1.1) การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหารทุกมื้อ ให้งดเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง
                         (1.2) การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหาร 2 มื้อ ให้เบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงเดินทางได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของอัตราเบี้ยเลี้ยง เดินทาง เหมาจ่าย
                         (1.3) การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหาร 1 มื้อ ให้เบิกจ่าย เลี้ยงเดินทางได้ไม่เกิน 2 ใน 3 ของอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทาง เหมาจ่าย
                         (1.4) การนับเวลาเพื่อคำนวณ เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ 24(4)
                    (2) การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ ที่พัก ที่ปฏิบัติราชการ กับสถานที่ จัดฝึกอบรม ห้ามเบิกค่าพาหนะรับจ้าง (รถแท็กซี่)
 
หมวด 3
ค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์
 
          ข้อ 22 ค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมตามข้อ 15 ที่หน่วยงานผู้จัดฝึกอบรมเรียกเก็บเป็นค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่าย หรือค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกันที่เรียกชื่ออย่างอื่น ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเบิกจ่ายได้ ดังนี้
                 (1) การฝึกอบรมที่ส่วนราชการ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชนรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้น โดยพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกา จัดหรือร่วมกันจัดให้ เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ในอัตราที่หน่วยงานผู้จัดเรียกเก็บ
          (2) การฝึกอบรมที่หน่วยงานอื่นนอกเหนือจาก (1) จัดหรือร่วมกันจัด
                          (2.1) ค่าลงทะเบียน รวมค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม ไม่เกินคนละวันละ 400 บาท
                          (2.2) ค่าลงทะเบียน รวมค่าอาหาร ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่มไม่เกินคนละวันละ 600 บาท
                          (2.3) การเบิกค่าลงทะเบียนตาม (2.1) และ (2.2) ต้องมีระยะเวลาการฝึกอบรมใแต่ละวันเกินกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งขึ้นไป หากระยะเวลาการฝึกอบรม ในแต่ละวัน ไม่เกิน 3 ชั่วโมง ครึ่งให้เบิกค่าลงทะเบียนได้กึ่งหนึ่ง
          ข้อ 23 กรณีหน่วยงานผู้จัดฝึกอบรมออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าที่พัก และ ค่ายานพาหนะ ให้ทั้งหมด หรือ กรณีที่ค่าลง ทะเบียนตามข้อ 22 ได้รวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าที่พักและค่ายานพาหนะไว้ทั้งหมด ให้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์ งดเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าว
          ข้อ 24 กรณีหน่วยงานผู้จัดฝึกอบรมออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าที่พัก และหรือค่ายานพาหนะ บางส่วน หรือกรณีที่ค่าลง ทะเบียนได้รวมค่าอาหาร ค่าที่พัก และหรือค่ายานพาหนะบางส่วนให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์เบิกค่าใช้จ่าย ในการ เดินทาง ไปฝึกอบรมเฉพาะส่วนที่หน่วยงานผู้จัดฝึกอบรมมิได้ออกให้ โดยอนุโลม ตามพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปราชการ เว้นแต่ การเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
          (1) การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหาร ทุกมื้อให้งดเบี้ยเลี้ยงเดินทาง
          (2) การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหาร 2 มื้อ ให้เบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางเหมาจ่าย
          (3) การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหาร 1 มื้อ ให้เบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางได้ไม่เกิน 2 ใน 3 ของอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางเหมาจ่าย
          (4) การนับเวลาเพื่อคำนวณเบี้ยเลี้ยงเดินทางกรณีกรณีระหว่างการฝึกอบรมมีการจัดอาหาร
                   (4.1) กรณีหลักสูตรหรือโครงการฝึกอบรมมิได้กำหนดให้มีการลงทะเบียนให้นับเวลาเดินทางตั้งแต่เวลาเดินทางออก ออกจากสถานที่อยู่ ที่พัก หรือสถานที่ปฏิบัติราชการถึงเวลาเริ่มการฝึกอบรม
                   (4.2) กรณีหลักสูตรหรือโครงการฝึกอบรมกำหนดให้มีการลงทะเบียน ให้นับเวลาเดินทางตั้งแต่เวลา เดินทางออก จากสถานที่อยู่ ที่พัก หรือสถานที่ปฏิบัติราชการ จนถึงเวลาสิ้นสุด การลงทะเบียน เว้นแต่กรณีกำหนดให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้า ก่อนวันที่ เริ่มการฝึกอบรม และไม่มีการจัดเลี้ยงอาหารหรือประสานงานเรื่องอาหาร ให้นับเวลาเดินทางจนถึงเวลาเริ่มการฝึกอบรม
                   (4.3) การเดินทางกลับจากฝึกอบรม ให้นับเวลาในการเดินทางตั้งแต่เวลาสิ้นสุดการฝึกอบรมตามที่กำหนด ใน หลักสูตรหรือโครงการ จนถึงเวลาเดินทางกลับถึงสถานที่อยู่ ที่พัก หรือสถานที่ปฏิบัติราชการ

                   (4.4) นำเวลาการเดินทางไปฝึกอบรมตาม (4.1) หรือ (4.2) และการเดินทางกลับจากฝึกอบรมตาม (4.3) คำนวณ คำนวณรวมกันเพื่อเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

                    กรณีหลักสูตรหรือโครงการฝึกอบรมมีระยะเวลาเกินกว่า 60 วัน และคาบเกี่ยวระหว่างปีงบประมาณ ให้นำเวลาเดิน ทางไปฝึกอบรม ตาม (4.1) หรือ 4.2 และการเดินทางกลับจากฝึกอบรมตาม (4.3) คำนวณรวมกันเมื่อการฝึกอบรมเสร็จสิ้น โดย ไม่ถือเป็น ค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปี
ข้อ 25 กรณีหน่วยงานผู้จัดฝึกอบรม ที่เป็นส่วนราชการ ได้ประสานงานเรื่องอาหาร ที่พักและยานพาหนะตามข้อ 20 ทั้งหมด หรือบางส่วน ให้เบิกค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์ตามจำนวนเงินต่อคนตามที่หน่วยงานผู้จัดฝึกอบรมแจ้ง
              สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนที่หน่วยงานผู้จัดฝึกอบรมมิไดประสานงานให้ ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์ เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมโดยอนุโลมตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ข้อ 24
          ข้อ 26 กรณีหน่วยงานผู้จัดฝึกอบรม ไม่ออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าที่พักและค่ายานพาหนะ หรือไม่ประสานงาน เรื่องอาหาร ที่พัก และยานพาหนะ ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรม โดยอนุโลม ตามพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
ข้อ 27 การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ ที่พัก ที่ปฏิบัติราชการ กับสถานที่จัดฝึกอบรมห้ามเบิกค่าพาหนะรับจ้าง (รถแท็กซี่)
 
หมวด 4
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการฝึกอบรมที่จัดในต่างประเทศ
 
ข้อ 28 ค่าใช้จ่ายของส่วนราชการผู้จัดฝีกอบรมที่จัดในต่างประเทศ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในหมวด 2 เว้นแต่
                 (1) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มให้เบิกจ่ายเพิ่มจากบัญชีหมายเลข 2 หนึ่งเท่า
                 (2) ค่าอาหาร คนละวันละไม่เกิน 2,500 บาท
                 (3) ค่าที่พัก ไม่เกินอัตราตามบัญชีหมายเลข 5
          ข้อ 29 ค่าใช้จ่ายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผู้สังเกตการณ์ ในการเดินทางไปฝึกอบรมต่างประเทศที่หน่วยงานผู้จัดในประเทศ จัด หรือ หน่วยงานของต่างประเทศจัด ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในหมวด 3 เว้นแต่
                        (1) ค่าลงทะเบียน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงในอัตราที่หน่วยงานผู้จัดเรียกเก็บ
                        (2) กรณีหน่วยงานผู้จดประสานงานเรื่องอาหาร ที่พัก และหรือยานพาหนะให้เบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวตาม จำนวนเงินต่อคนที่หน่วยงาน
                               (2.1) ค่าอาหาร ให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริง คนละวันละไม่เกิน 2,500 บาท
                               (2.2) ค่าที่พัก ไม่เกินอัตราตามบัญชีหมายเลข 5
                               (2.3) ค่ายานพาหนะตามหลักเกณฑ์และอัตราตามข้อ 19
 
หมวด 5
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการฝึกอบรมบุคคลภายนอก
 
ข้อ 30 การฝึกอบรมบุคคลภายนอกให้จัดได้เฉพาะการฝึกอบรมภายในประเทศเท่านั้น
ข้อ 31 ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมบุคคลภายนอกให้เทียบเท่าการฝึกอบรมระดับต้น 2 เว้นแต่ โดยให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ได้ กำหนดไว้ในหมวด
          (1) ค่าอาหาร
                กรณีจัดฝึกอบรมในสถานที่ของทางราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ
                       ครบทุกมื้อ ไม่เกินคนละวันละ 150 บาท
                       ไม่ครบทุกมื้อ ไม่เกินคนละวันละ 75 บาท
               กรณีจัดฝึกอบรม ในสถานที่ของเอกชน
                        ครบทุกมื้อ ไม่เกิน คนละวันละ 250 บาท
                       ไม่ครบทุกมื้อ ไม่เกินคนละวันละ 125 บาท
          (2) ค่าที่พักให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละวันละ 300 บาท เว้นแต่กรณีมีความจำเป็น หรือไม่เหมาะสม ที่จะพัก สองคนขึ้นไป ต่อหนึ่งห้องให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินคนละ วันละ 600 บาท
       สำหรับบุคคลตามข้อ 11 (1) ถึง (4) ให้หัวหน้าส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมใช้ดุลยพินิจพิจารณา หากประสงค์จะจัดที่พัก ให้ในอัตราสูงกว่า ที่กำหนดก็ให้เบิกจ่ายได้ แต่อัตราค่าที่พักต้องไม่เกินสิทธิที่พึงได้รับตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ราชการ
ข้อ 32 กรณีบุคคลภายนอกผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่ได้มีการเทียบตำแหน่งไว้แล้ว เทียบเท่าตำแหน่งข้าราชการระดับ 3 ขึ้นไป ให้ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเทียบเท่าการฝึกอบรมระดับกลาง
ข้อ 33 กรณีที่ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมไม่จัดอาหาร ที่พักและหรือยานพาหนะ ให้เบิกค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่เป็น บุคคลภายนอกในส่วนที่มิได้จัดให้ ดังนี้
                 (1) การฝึกอบรมที่ไม่จ้ดอาหารทั้ง 3 มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าอาหารได้ไม่เกินคนละวันละ 120 บาท
                 (2) การฝึกอบรมที่จัดอาหารให้ 2 มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าอาหารได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของอัตราตาม (1)
                 (3) การฝึกอบรมที่จัดอาหารให้ 1 มื้อ ให้เบิกจ่ายค่าอาหารได้ไม่เกิน 2 ใน 3 ของอัตราตาม (1)
                 (4) ค่ายานพาหนะ ให้เบิกจ่ายได้โดยอนุโลมตามพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเทียบเท่า กับข้าราชการ ระดับ 1
                 (5) ค่าที่พัก เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินคนละวันละ 300 บาท
                 (6) การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ ที่พักกับสถานที่ฝึกอบรม ห้ามเบิกค่าพาหนะรับจ้าง (รถแท็กซี่)
ข้อ 34 ข้าราชการหรือลูกจ้างที่เข้าร่วมฝึกอบรมในหลักสูตรหรือโครงการฝึกอบรมบุคคลภายนอกให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ที่ได้กำหนด
 
หมวด 6
การเบิกจ่ายเงินและการรายงาน
 
ข้อ 35 กรณีส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าที่พัก และหรือค่ายานพาหนะ ให้ใช้ใบเสร็จรับเงิน ตามระเบียบของทางราชการ โดยแนบบัญชีลายมือชื่อจำนวนบุคคลเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย ยกเว้น ประธานในพิธีเปิดปิด การฝึกอบรม วิทยากร แขกผู้มีเกียรติและผู้ติดตาม
ข้อ 36 กรณีส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมประสานงานเรื่องอาหาร ที่พัก และหรือยานพาหนะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้
                          (1) ให้คำนวณเงินค่าอาหาร ค่าที่พัก และหรือค่ายานพาหนะ โดยเฉลี่ยต่อคนตามจำนวนบุคคลตามข้อ 11 และแจ้งให้ ส่วนราชการที่ส่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมหรือผู้สังเกตการณ์ ทราบก่อนกำหนดการฝึกอบรม
                         (2) ให้ส่วนราชการที่ส่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมหรือผู้สังเกตการณ์ เบิกจ่ายเงินยืมให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หรือผู้สังเกตการณ์ เพื่อจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายตามรายการตาม (1) ให้แก่ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม
                         กรณีหลักสูตรหรือโครงการฝึกอบรม มีระยะเวลาเกินกว่า 60 วัน ให้เบิกจ่ายเงินยืมให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หรือผู้สังเกตการณ์เป็นงวด งวดละไม่เกิน 60 วัน
                          (3) กรณีส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมได้รับใบเสร็จรับเงินเป็นค่าอาหาร ค่าที่พัก และหรือค่ายานพาหนะ ที่ออกให้แก่ผู้เข้ารับ การฝึกอบรมหรือผู้สังเกตการณ์เป็นรายบุคคลให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หรือผู้สังเกตการณ์นำใบเสร็จ รับเงิน ดังกล่าวเป็นหลักฐานในการ ชดใช้เงินยืมต่อไป
                        กรณีส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมได้รับใบเสร็จรับเงินเเป็นค่าอาหาร ค่าที่พัก และหรือค่ายานพาหนะที่ออกใน นามส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมเป็นยอดรวม ให้ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมจัดทำรายละเอียดค่าใช้จ่ายตามแนบบใบแจ้งรายการค่าใช้จ่าย ระหว่างการฝึกอบรมท้ายระเบียน พร้อมแนบสำเนาใบเสร็จรับเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้จัดฝึกอบรมมอบหมาย เป็น ผู้รับรอง สำเนา และแจ้งให้ส่วนราชการที่ส่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมหรือผู้สังเกตการณ์ ทราบอย่างช้าไม่เกิน 5 วันทำการ นับแต่วันสิ้นสุด การฝึกอบรม ทั้งนี้ จะแจ้งรวมหรือเป็นรายบุคคล ก็ได้
                               กรณีหลักสูตรการฝึกอบรมมีระยะเวลาเกินกว่า 60 วัน ให้จัดทำรายละเอียด ค่าใช้จ่ายเป็นงวด งวดละ ไม่เกิน 60 วัน 
                 (4) หลักเกณฑ์ตาม (2)-(3) ให้ใช้บังคับกรณีการเบิกค่าใช้จ่าย สำหรับบุคคลตาม ข้อ 11(1) ถึง (4) ด้วย
ข้อ 37 การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรม โดยอนุโลมตามพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ สำหรับ วิทยากรที่เบิกค่าใช้จ่ายนการเดินทางจากต้นสังกัด และสำหรับบุคคลตาม ข้อ 11(2) (5) และ (6) ที่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของทาง ราชการ ให้แนบโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมและหลักฐานการอนุมัติให้เดินทางไปฝึกอบรมเพื่อประกอบการขอเบิกเงิน
ข้อ 38 การเบิกค่าใช้จ่ายสมทบกรณีได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น ให้จัดทำรายละเอียดค่าใช้จ่าย ตามแบบรายละเอียด ค่าใช้จ่ายกรณีที่ได้รับความช่วยเหลือท้ายระเบียบ พร้อมแนบสำเนาหนังสือของหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ เพื่อเป็นหลักฐานประกอบ การเบิกจ่ายและกรณีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือไม่ได้ระบุวงเงินให้ความช่วยเหลือไว้ให้คำนวณเงินค่าใช้จ่ายที่ได้รับความช่วยเหลือ โดยอิงอัตราค่าใช้จ่ายตามระเบียบ
ข้อ 39 การเบิกค่าใช้จ่ายให้แก่บุคคลภายนอก ตามข้อ 33 ให้ใช้แบบใบสำคัญรับเงิน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาฝึกอบรมสำหรับ บุคคลภายนอก พร้อมแนบโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อประกอบการเบิกจ่าย
ข้อ 40 การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมทุกกรณี ไม่ต้องมีเอกสารประกอบฏีกา เพียงแต่หมายเหตุหลังฏีกาว่าเบิกเป็น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมหลักสูตรใด จำนวนเงินเท่าใด ตามสัญญา เงินยืมเลขที่เท่าใด
ข้อ 41 กรณีที่ระเบียบกำหนดให้แนบบัญชีลายมือชื่อจำนวนบุคคลเพื่อประกอบการเบิกจ่ายให้หัวหน้าส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรม ใช้ดุลยพินิจพิจารณาอนุมัติให้เบิกจ่ายได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมในกรณีที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้สังเกตการณ์ หรือข้าราชการ และลูกจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดฝึกอบรมไม่สามารถเข้าร่วมในการฝึกอบรมได้ เนื่องจากมีเหตุจำเป็น เจ็บป่วย มีราชการสำคัญ เร่งด่วน เป็นต้น ทำให้จำนวนเงินค่าใช้จ่ายที่ขอเบิกไม่ตรงกับจำนวนลายมือของบุคคลดังกล่าว
ข้อ 42 หลักฐานการเบิกค่าใช้จ่ายกรณีอื่น ๆ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการ หรือ ระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังในหน้าที่ของอำเภอและกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี
ข้อ 43 ให้ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมประเมินผลการฝึกอบรม และรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมภายใน 60 วัน นับแต่สิ้นสุดการฝึกอบรม
          สำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมหรือผู้สังเกตการณ์ที่เข้ารับการฝึกอบรมที่ หน่วยงานอื่น เป็นผู้จัดให้จัดทำรายงานผลการ เข้ารับ การฝึกอบรมเสนอหัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเดินทางกลับจากการฝึกอบรมถึงสถานที่ปฏิบัติราชการ
          ข้อ 44 การเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ขอคำความตกลงกับกระทรวงการคลัง
 
ประกาศ ณ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2545
 
 
(นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
 
หมายเหตุ ประเภท ก. ได้แก่ ประเทศ รัฐ เมือง
1.
เครือรัฐออสเตรเลีย
2.
สาธารณรัฐออสเตรีย
3.
ราชอาณาจักรเดนมาร์ก
4.
สาธารณฟินแลนด์
5.
สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน
6.
ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
7.
ราชอาณาจักรนอร์เวย์
8.
ราชอาณาจักรสวีเดน
9.
สมาพันธ์รัฐสวิส (สวิตเซอร์แลนด์)
10.
ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม
11.
แคนาดา
12.
สาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้)
13.
สาธารณรัฐโปรตุเกส
14.
ใต้หวัน
15.
สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
16.
สาธารณรัฐโปแลนด์
17.
กัมพูชา
18.
ราชรัฐลักเซมเบิร์ก
19.
สาธารณรัฐชิลี
20.
นิวซีแลนด์
21.
ฮ่องกง
22.
สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
23.
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
24.
สาธารณรัฐตุรกี
25.
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
26.
สาธารณรัฐฮังการี
27.
สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย
28.
สาธารณรัฐไอซ์แลนด์
29.
ราชอาณาจักรโมร็อกโก

30.

มอริเชียส
31.
สาธารณรัฐเช็ก
32.
สาธารณรัฐสโลวัก
33.
ราชรัฐโมนาโก
34.
สาธารณรัฐฝรั่งเศส
35.
สหพันธรัฐรัสเซีย
36.
ญี่ปุ่น
37.
สหรัฐอเมริกา
38.
สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่
39.
ราชอาณาจักรสเปน
และไอร์แลนด์เหนือ
 
40.
สาธารณรัฐอิตาลี
 
ประเภท ข. ได้แก่ ประเทศ รัฐ เมือง
1.
รัฐบาห์เรน
2.
สาธารณรัฐประชาชนจีน
3.
สาธารณรัฐไซปรัส
4.
สาธารณรัฐอินเดีย
5.
สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
6.
สาธารณรัฐอิรัก
7.
รัฐอิสราเอล
8.
ราชอาณาจักรฮัชไมด์จอร์แดน
9.
รัฐคูเวต
10.
สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน
11.
รัฐสุลต่านโอมาน
12.
รัฐกาตาร์
13.
ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย
14.
สาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ
15.
เนกาบรูไนดารุสซาลาม (บรูไน)
16.
สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย
17.
ราชอาณาจักรตองกา
18.
ราชรัฐอันดอร์รา
19.
สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ)
20.
โรมาเนีย
21.
สาธารณรัฐบรุนดี
22.
สาธารณรัฐแคเมอรูน
23.
สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
24.
สาธารณรัฐขาด
25.
สาธารณรัฐโกตดิวัวร์(ไอเวอรี่โคส)
26.
สาธารณรัฐจิบูตี
27.
สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
28.
สาธารณรัฐแกมเบีย
29.
สาธารณรัฐกานา
30.
สาธารณรัฐเคนยา
31.
สาธารณรัฐมาลี
32.
สาธารณรัฐอิสลามมอริเตเนีย
33.
สาธารณรัฐไนเจอร์
34.
สาธารณรัฐรัฐเซเนกัล
35.
สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย
36.
สาธารณรัฐเซียร์ราลีโอน
37.
สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย
38.
สาธารณรัฐเบนิน
39
เครือรัฐบาฉฮามาส
40.
สาธารณรัฐคอสตาริกา
41.
สาธารณรัฐปานามา
42.
สาธารณรัฐนิแดดและโตเบโก
43
จาเมกา
44.
สาธารณรัฐอาร์เจนตินา
45.
สาธารณรัฐโครเอเชีย
46.
สาธารณรัฐสโลวีเนีย
47.
สาธารณรัฐบอสเนียและเฮอเซโกวีนา
48.
สาธารณรัฐมาซิโตเนีย
49.
สาธารณรัฐอาเมเนีย
50.
สาธารณรัฐเอเซอร์ไบจาน
51.
สาธารณรัฐเบลารุส
52.
สาธารณรัฐเอสโตเนีย
53.
จอร์เจีย
54.
สาธารณรัฐคาซัคสถาน
55.
สาธารณรัฐคีร์กิซสถาน
56.
สาธารณรัฐลัตเวีย
57.
สาธารณรัฐลิทัวเนีย
58.
สาธารณรัฐมอลโดวา
59.
สาธารณรัฐทาอิกิสถาน
60.
เติร์กเมนิสถาน
61.
ยูเครน
62.
สาธารณรัฐ
63.
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตรยศรีลังกา
64.
สหรัฐเม็กซิโก
65.
มาเลเซีย
66.
ราชอาณาจักรเนปาล
67.
สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
68.
สาธารณรัฐบัลแกเรีย
69.
สาธารณรัฐยูกันดา
70.
สาธารณรัฐแซมเบีย
71.
สาธารณรัฐซิมบับเว
72.
สาธารณรัฐตูนิเซีย
ประเภท ค. ได้แก่ ประเทศ รัฐ เมืองอื่น ๆ นอกจากที่กำหนดในประเภท ก. และประเภท ข.
 
แบบฟอร์มต่าง ๆ
แบบรายละเอียดขอเทียบตำแหน่ง
อัตราค่าอาหารว่าง เครื่องดื่ม
อัตราค่าอาหรในการฝึกอบรม
อัตราค่าเช่าที่พักในการฝึกอบรม ในต่างประเทศ
ใบแจ้งรายการค่าใช้จ่ายระหว่างการฝึกอบรม
คำอธิบายวิธีการกรอกรายการ
แบบรายละเอียดค่าใช้จ่าย กรณีที่ได้รับความช่วยเหลือ
อัตราค่าเช่าที่พักในการฝึกอบรมต่างประเทศ
แบบใบสำคัญรับเงินค่าใช้จ่าย ในการเดินทางมาฝึกอบรมสำหรับบุคคลภายนอก