|
การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
|
| |
|
การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับตามลำดับในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่องลำดับเกียรติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และตามกำหนดนัดหมายของทางราชการ
และ หมายกำหนดการจากสำนักพระราชวัง ในที่นี้ จะขอกล่าวเฉพาะ การประดับ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ช้างเผือก และ มงกุฎไทย ดังนี้
|
|
1.
สายสะพาย ประกอบด้วยชั้น ม.ป.ช., ม.ว.ม., ป.ช., และ ป.ม.
|
ผู้ได้รับพระราชทานจะสามารถประดับได้หลังจากการเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานในพิธีที่กำหนด
ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานในวันพิธี จะสามารถประดับได้ต่อเมื่อพ้นพิธีพระราชทานเครื่องราชฯ
ดังกล่าว เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย จะประกอบด้วยแพรแถบ(สายสะพาย) และดวงดารา
|
|
การสวมสายสะพายบุรุษ
และ สตรี
|
- ม.ป.ช. และ ม.ว.ม. จะสวมสายสะพายบ่าซ้ายเฉียงขวา
- ป.ช. และ ป.ม. จะสวมสายสะพายบ่าขวาเฉียงซ้าย
|
|
การประดับดารา
|
ให้ประดับไว้ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายระดับใต้ชายปกกระเป๋า โดยให้เรียงลำดับสูงและต่ำในแนวเดียวกัน
หรือเยื้องกันไปทางเบื้องซ้าย
|
2. ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ประกอบด้วย ท.ช.,
ท.ม., ต.ช., ต.ม., จ.ช., จ.ม., บ.ช.,และ บ.ม.
เครื่องราชฯ ชั้น ท.ช. และ ท.ม. จะมีดาราเพื่อไว้ประดับด้วย ส่วนชั้นอื่น
ๆ จะมีเฉพาะแพรแถบ ห้อยดวงตรา เท่านั้น จะสามารถประดับได้เมื่อได้รับการประกาศนามในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
|
|
การประดับ
|
บุรุษ ท.ช.,
ท.ม., ต.ช. และ ต.ม. ประดับโดยสวมแพรแถบคล้องคอ โดยให้ห่วงและ แพรแถบห้อยดวงตราออกมานอกเสื้อระหว่างกระดุมเม็ดที่หนึ่ง
กับขอข้างล่างที่ ขอบคอเสื้อพองาม และให้ประดับดวงตราที่มีลำดับรองลงมาไว้ระดับ
กระดุมเม็ดที่สอง โดยให้แพรแถบลอดออกมาระหว่างกระดุมและขอบล่างของรังดุมพองาม
|
สตรี ให้ประดับแพรแถบห้อยดวงตราที่หน้าบ่าซ้ายทั้งหมด
ทุกชั้น ส่วนเฉพาะ ท.ช. และ ท.ม. ทีมีดาราด้วยนั้น ให้ประดับเหมือนบุรุษ
|