การลาคลอดบุตร

           หมายถึง เป็นการลาหยุดราชการ ของสตรีซึ่งมีครรภ์ในช่วงก่อนคลอด วันคลอด หรือหลังคลอด
หลักเกณฑ์การลา
  1.มีสิทธิลาคลอดบุตรครั้งหนึ่ง โดยได้รับเงินเดือนได้ 90 วัน (นับรวมวันหยุดราชการด้วย)
  2.ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์
  3.การลาคลอดบุตร จะลาในวันที่คลอด ก่อนหรือหลังวันที่คลอดก็ได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 90 วัน
  4.กรณีที่ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตร และได้หยุดราชการไปแล้ว แต่ไม่ได้คลอดบุตรตามกำหนด หากประสงค์จะขอถอนวันลา คลอดบุตรที่หยุดไป ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตถอนวันลาได้ และให้ถือว่าวันที่หยุดราชการไปแล้ว เป็นวันลากิจส่วนตัว
  5.การลาคลอดบุตรคาบเกี่ยวกับการลาประเภทใด ซึ่งยังไม่ครบกำหนดการลาประเภทนั้น ให้ถือว่าการลาประเภทนั้นสิ้นสุดลง และให้นับเป็นการลาคลอดบุตรเริ่มตั้งแต่วันคลอดบุตร

 

การได้รับเงินเดือนระหว่างลา
ข้าราชการ / ลูกจ้างประจำ
  1.ข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ มีสิทธิลาคลอดบุตรครั้งหนึ่ง โดยได้รับเงินเดือนได้ 90 วัน (นับรวมวันหยุดราชการด้วย)

 

พนักงานมหาวิทยาลัย / พนักงานเงินรายได้ / พนักงานมหาวิทยาลัยชั่วคราว / อาจารย์ประจำในระบบคู่ขนาน

  1. พนักงานมหาวิทยาลัย/ พนักงานเงินรายได้/ พนักงานมหาวิทยาลัยชั่วคราว/ อาจารย์ประจำในระบบคู่ขนาน ที่ลาคลอดบุตรให้ได้รับค่าจ้างระหว่างลาได้ 45 วัน และให้ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรจากกองทุนประกันสังคมอีก 45 วัน
  2. กรณีที่นักงานมหาวิทยาลัย/ พนักงานเงินรายได้/ พนักงานมหาวิทยาลัยชั่วคราว/ อาจารย์ประจำในระบบคู่ขนาน ผู้ใดถูกตัดสิทธิการได้รับเงินสงเคราะห์เนื่องจากการคลอดบุตรจากกองทุนประกันสังคม ให้มี สิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างลาจาก มหาวิทยาลัยในฐานะนายจ้างไม่เกิน 90 วัน

 

ลูกจ้างชั่วคราวงบคลัง / อาจารย์ประจำตามสัญญา
  ลูกจ้างชั่วคราวงบคลัง/ อาจารย์ประจำตามสัญญา ที่ลาคลอดบุตรให้ได้รับค่าจ้างระหว่างลาได้ไม่เกิน 45 วันและให้ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงาน เพื่อการคลอดบุตรจากกองทุนประกันสังคมอีก 45 วัน แต่กรณีที่เริ่มเข้าปฏิบัติงานในปีแรกไม่ครบ 7 เดือน ไม่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิดังกล่าว

 

พนักงานราชการ
  พนักงานราชการที่ลาคลอดบุตรให้ได้รับค่าตอบแทนระหว่างลาได้ไม่เกิน 45 วัน และ อีก 45 วัน ให้ได้รับจากกองทุนประกันสังคม

 

 

download form