การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี ให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำ มีหลักปฏิบัติ ดังนี้
 

1. ในการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่บุคคลใด ให้พิจารณาโดยรอบคอบว่า บุคคลนั้นได้กระทำ ความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ราชการหรือสาธารณชนจนถึงขนาดควรได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมิใช่พิจารณาแต่เพียงตำแหน่ง ระดับ ชั้น ชั้นยศ หรือครบกำหนดระยะเวลาที่จะขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้บุคคลที่ได้รับพระราชทานรู้สึกภูมิใจในเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทาน อย่างแท้จริง และเพื่อให้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติอย่างสูงด้วย การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใด ชั้นตราใด แก่บุคคลใด ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบฯ ว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชสริยาภรณ์ฯ พ.ศ. 2536

2. นอกจากจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่จะเสนอขอพระราชทานตามข้อ

1 แล้ว บุคคลที่พึงได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภร

2. จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ด้วย คือ - มีสัญชาติไทย

  • เป็นผู้ประพฤติดีและปฏิบัติงานราชการ หรือปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อ สาธารณชนด้วยความอุตสาหะ ซื่อสัตย์ และเอาใจใส่ต่อหน้าที่อย่างดียิ่ง และ
  • เป็นผู้ไม่เคยมีพระบรมราชานุญาต ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือต้อง รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดย ประมาท หรือความผิดลหุโทษ

3. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จะเสนอขอปีติดกันมิได้ เว้นแต่ กรณี ดังนี้

(1) เป็นการขอพระราชทานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบฯต่างบัญชีกัน

(2) ระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ไว้เป็นการเฉพาะว่าให้ขอพระราชทานได้ทุกปี

(3) เป็นการขอพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบดีเด่น กล่าวคือ ปฏิบัติหน้าที่ ฝ่าอันตราย หรือปฏิบัติงาน นอกเหนือ หน้าที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นงานสำคัญยิ่ง และเป็นผลดีแก่ ราชการหรือสาธารณชน หรือคิดค้นสิ่ง หรือวิธีการอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศชาติได้เป็น ผลสำเร็จ โดยให้ระบุความดีความชอบให้เห็นเด่นชัดว่า ได้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์ยิ่งประการใด เมื่อใด และได้ผลดีอย่างไร

4. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะเสนอข้ามชั้นตรามิได้ ยกเว้น การขอพระราชทานเป็นกรณีพิเศษ ที่มีความดีความชอบดีเด่น ตามข้อ 3 (3)

5. การเริ่มต้นขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ครั้งแรก ข้าราชการจะต้องมีระยะเวลารับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้ารับราชการ จนถึง วันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่ขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน (นับถึง 6 ต.ค.ของปีที่ขอ)

6. ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ จะต้องปฏิบัติงานติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 8 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มจ้าง จนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปี ที่ขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน (นับถึง 6 ต.ค.ของปีที่ขอ)

ในการนับระยะเวลาตามข้อ 5 และ 6 และการนับระยะเวลาเพื่อเสนอขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับ เลื่อนชั้นตราให้สูงขึ้นนั้น ให้ถือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ พ.ศ. 2536

หากข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ ถูกลงโทษทางวินัยในปีใด ให้เพิ่มกำหนดระยะ เวลาการขอพระราชทานอีก 1 ปี ยกเว้น โทษภาคทัณฑ์

7. ในกรณีที่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเกษียณอายุในปีใด ให้มีสิทธิได้รับ การพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในปีที่พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นด้วย

การเสนอขอพระราชทานให้แก่บุคคลบางประเภท (ผู้ทำคุณประโยชน์)
 

1. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับชาวต่างประเทศ ให้เสนอขอ พระราชทานได้เมื่อชาวต่างประเทศนั้น ได้กระทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง โดย ให้กระทรวง ทบวง กรม ที่ได้รับประโยชน์หรือเกี่ยวข้องมากที่สุด เป็นผู้พิจารณาเสนอขอพระราชทาน

2. การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับผู้วายชนม์ ให้กระทรวง ทบวง กรม ที่ได้รับประโยชน์หรือเกี่ยวข้อง มากที่สุดเสนอขอพระราชทานได้เมื่อผู้วายชนม์ได้เคยกระทำ คุณประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

การเสนอขอพระราชทานสำหรับบุคคลทั้ง 2 ประเภทนี้ จะเสนอขอตามคราวแห่งความชอบ และตามเหตุการณ์เป็นกรณี ๆ ไป