การกำหนดตำแหน่งและอัตราค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ของหน่วยงานต่าง ๆ ให้กระทำได้ ดังต่อไปนี้คือ
         1. ให้หน่วยงานกำหนดจำนวนและตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ที่จะจ้างได้ตามความเหมาะสม และความ จำเป็นของหน่วยงานภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
         2. การจ้างลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่ากับตำแหน่งข้าราชการให้กำหนดตำแหน่งตามมาตรฐาน
กำหนดตำแหน่งของทบวงมหาวิทยาลัย และให้กำหนดอัตราค่าจ้างตามบัญชีเงินเดือนข้าราชการพลเรือน (บัญชีฯ1) ที่
 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้อยู่โดยอนุโลม        
         3. ตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่ากับตำแหน่งลูกจ้างประจำ ให้กำหนดตำแหน่งตาม
มาตรฐานกำหนดตำแหน่งของกระทรวงการคลัง และให้กำหนดอัตราค่าจ้างที่ได้รับให้เป็นไปตามบัญชีกำหนดอัตราค่าจ้างของ
กระทรวงการคลังที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้อยู่โดยอนุโลม
         การสรรหาบุคคล เพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ให้ดำเนินการโดยการคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์และลำดับขั้นตอน
ดังต่อไปนี้ คือ
ก. การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
    - กรณีรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งข้าราชการ ให้เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด
ตำแหน่งของทบวงมหาวิทยาลัย
    - กรณีรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งลูกจ้างประจำ ให้เป็นไปตาม มาตรฐาน
กำหนดของกระทรวงการคลัง
ข.การกำนดคุณสมบัติทั่วไป
    - กรณีรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งข้าราชการให้เป็นไปตามมาตรา 30 แห่ง
พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535
    - กรณีรับสมัครลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งลูกจ้างประจำให้เป็นไปตามข้อ 6 แห่ง
ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2537
    ทั้งนี้ หน่วยงานสามารถกำหนดคุณสมบัติทั่วไปเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ข้างต้นตามความจำเป็น เหมาะสมและเป็น
ธรรมกับตำแหน่งที่รับสมัคร โดยต้องไม่ต่ำกว่าคุณสมบัติทั่วไปตามนัยที่กำหนดไว้ดังกล่าวข้างต้น

ค. การคัดเลือก
1. ให้หน่วยงานมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการดำเนินการคัดเลือกลกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ในแต่ละตำแหน่ง โดยมีกรรม
การไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งมีองค์ประกอบของคณะกรรมการการคัดเลือก ดังต่อไปนี้ คือ
 
     1.1 ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน (ทั้งนี้ ผู้ได้รับมอบหมาย หมายถึง ผู้ใดก็ตามที่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดมอบหมายให้เป็นประธาน)
     1.2 ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานหรือกรรมการของสภาอาจารย์ หรือสภาข้าราชการ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน เป็นกรรมการ
     1.3 ผู้ที่ผู้บังคับบัญชาสูงสูด ของหน่วยงานแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสมในการทำหน้าที่คัด
     เลือก ตามจำนวนเห็นว่าเหมาะสม และจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และความเป็นธรรมในการคัดเลือก
โดยให้แต่งตั้งกรรมการจากข้อ 1.3 นี้ คนใดคนหนึ่ง เป็นกรรมการและเลขานุการ
2. ให้คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกตามข้อ 1 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการดำเนินการคัดเลือกของแต่ละตำแหน่ง
ให้เหมาะสม
3. ให้คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกตามนัยข้อ 1 ดำเนินการคัดเลือกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามนัยข้างต้น โดย
ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้มี ความเป็นธรรม โปร่งใสสามารถให้บุคคล และองค์กรต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยตรวจ
สอบ ความถูกต้อง ความชอบธรรมในการดำเนินการได้
 
ง. ให้หน่วยงานส่งสำเนาคำสั่งแต่งตั้งกรรมการดำเนินการคัดเลือกตามนัยข้อ 1 ให้กองการเจ้าหน้าที่ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต
วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกดังกล่าว
 
จ.ในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก นอกเหนือ จากที่กำหนด ข้างต้น เช่น การรับสมัคร,วิธีการทดสอบ, การ
ขึ้นบัญชี เป็นต้น ให้เป็นไปตามที่หน่วยงานพิจารณากำหนดตามความเหมาะสมของแต่ละตำแหน่ง โดยจัดทำเป็นลายลักษณ์
อักษรและประกาศให้ทราบทั่วกันด้วย
 
     ให้หน่วยงานเป็นผู้ดำเนินการเรียกตัว,บรรจุ และออกคำสั่งจ้างลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ที่ผ่านการสรรหาและมีสิทธิได้รับ
การจ้างในแต่ละตำแหน่งและเป็นผู้ดำเนินการเลิกจ่ายค่าจ้างต่อไป
 
       การจ้างลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ในอัตราค่าจ้างที่สูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของตำแหน่งที่จะจ้างให้ดำเนินการตามหลัก
เกณฑ์ ดังต่อไปนี้ คือ
       1.จะต้องดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานเป็นอย่างยิ่ง
       2. ให้นำประสบการณ์การทำงานของลูกจ้างชั่วคราว(งบพิเศษ) ที่จะจ้างในอัตราค่าจ้างที่สูงกว่าอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำของ
ตำแหน่งที่จะจ้าง อย่างสูงไม่เกิน 1 ขั้น ต่อประสบการณ์ 1 ปี และอย่างต่ำไม่น้อยกว่า 1 ขึ้น ต่อประสบการณ์ 4 ปี
       3. การจ้างในอัตราที่สูงกว่าวุฒิจะต้องจ้างในอัตราค่าจ้างที่ไม่เกินอัตราค่าจ้าง ขึ้นสูงสุดของตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ไว้ สำหรับตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ)
 
     ให้หน่วยงานกำหนดให้มีการทดลองงานผู้ได้รับการบรรจุเป็นลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) เฉพาะที่ได้รับการจ้างใหม่ตั้งแต่มี
การใช้หลักเกณฑ์นี้ ในหน่วยงานของตนตามวิธีการดังต่อไปนี้คือ
     1. ระยะเวลาในการทดลองปฏิบัติงาน ให้หน่วยงานกำหนดขึ้นเองได้ตามความเหมาะสม แต่รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี
     2. ให้หน่วยงานกำหนดให้มีการประเมินผลการทดลองงานของลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ในแต่ละตำแหน่ง จำนวนไม่น้อย
กว่า 2 ครั้ง และต้องแจ้งผลการประเมินให้ลูกจ้างผู้นั้นทราบทุกครั้ง
     3. หน่วยงานจะต้องแจ้งหลักเกณฑ์วิธีการ ที่ใช้ในการทดลองงานให้แก่ลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ที่เข้ารับการทดลองงานได้
ทราบอย่างครบถ้วนและชัดเจนในทุกเรื่องและทุกขั้นตอน เมื่อเริ่มทดลองงาน
     4. หลักเกณฑ์และวิธีการในเรื่องอื่น ๆ ของการทดลองงานที่นอกเหนือจากข้อ 1 ,2 และ 3 ข้างต้น ให้หน่วยงานกำหนดขึ้น
เองตามความเหมาะสมต่อหน่วยงานและเป็นธรรมต่อผู้เข้ารับการทดลองงาน
 
      การเพิ่มค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ให้พิจารณาได้เป็น 3 ระดับ คือ
      1. ระดับ 0 (ไม่เพิ่มค่าจ้าง)
      2. ระดับเพิ่ม 0.5 (ครึ่งขั้น)
      3. ระดับเพิ่ม 1 ขั้น
      ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์ ระเบียบและวิธีการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้กับข้าราชการมาใช้ สำหรับการเพิ่มค่าจ้าง ให้กับ
ลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่ากับตำแหน่งข้าราชการ และ หลักเกณฑ์ วิธีการ ที่ใช้กับลูกจ้างประจำมาใช้
สำหรับการเพิ่มค่าจ้างให้กับลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่ากับตำแหน่งลูกจ้างประจำ
 
    ให้หน่วยงานดำเนินการในการเปลี่ยนตำแหน่ง,การแต่งตั้ง, การสับเปลี่ยนตำแหน่ง,การย้ายของตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว
(งบพิเศษ) ได้เองโดยจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการให้เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานและเป็น
ธรรมต่อลูกจ้าง ชั่วคราว (งบพิเศษ)
      ให้นำระเบียบเกี่ยวกับการลาของทางราชการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้บังคับข้าราชการ และลูกจ้างประจำ มาใช้บังคับ
กับลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) โดยอนุโลมแล้วแต่กรณี
    ให้หน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ประเมินการจ้างต่อลูกจ้าง
ชั่วคราว(งบพิเศษ) ที่จ้างอยู่ในแต่ละปี
     ทั้งนี้ การกำหนดเกณฑ์ในการประเมินผลการปฏิบัติงานดังกล่าว ให้กำหนดให้เหมาะสมสอดคล้อง
และเป็นธรรม กับตำแหน่งที่ทำการประเมิน
     ให้หน่วยงานเป็นผู้พิจารณาดำเนินการในเรื่องการลาออก และการอนุญาติการลาออก ตลอดจนการออกคำสั่ง อนุญาต ให้ลา
ออก ของลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ในหน่วยงานของตนโดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับเรื่องการลาออกของข้าราชการ
หรือของลูกจ้างประจำมาใช้บังคับโดยอนุโลม กับตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่ง
ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำแล้วแต่กรณี
 
      การเลิกจ้างลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ของหน่วยงาน ให้หน่วยงานดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้คือ
     1. เป็นการเลิกจ้างกรณีที่หน่วยงานหมดความจำเป็นและไม่ประสงค์ที่จะจ้างลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ในตำแหน่งที่จ้าง
อยู่นั้นอีกต่อไปหน่วยงานจะต้องมีข้อมูล ข้อเท็จจริง เหตุผล และหลักฐาน ปรากฎชัดเจนที่จะแสดงให้ลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ)
ที่ถูกเลิกจ้างนั้น เห็นได้ว่าหน่วยงานหมดความจำเป็นที่จะจ้างตำแหน่งลูกจ้าง (งบพิเศษ) นั้นอย่างแท้จริง โดยให้หน่วยงาน
แจ้งให้ลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ที่หน่วยงานจะเลิกจ้าง ทราบการเลิกจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ก่อนถึงวันเลิกจ้าง
      2.เป็นการเลิกจ้างกรณีลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ที่ไม่ผ่านการประเมินการทดลองงานหรือการจ้างต่อตาม หลักเกณฑ์ที่กำ
หนดไว้ในเรื่องการทดลองงานหรือการจ้างต่อ โดยหน่วยงานจะต้องมีข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานปรากฎชัดเจนที่จะแสดง
ให้ลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ผู้ที่ถูกเลกจ้างนั้น เห็นได้ว่าไม่ผ่านการประเมิน โดยให้หน่วยงานแจ้งให้ลูกจ้างชั่วคราว(งบพิเศษ)
ที่หน่วยงานจะเลิกจ้างทราบล่วงหน้ากรณีไม่ผ่านการประเมินในเรื่องการจ้างไม่น้อยกว่า 1 เดือน ก่อนถึงวันไม่จ้างต่อ
      3. ผู้ไม่ผ่านการประเมินอาจอุธรณ์ต่อมหาวิทยาลัย หากเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ในกรณีที่ถูกเลิกจ้างดังกล่าว โดย
ทั้งนี้ ให้อิงระเบียบว่าด้วยการอุทธรณ์ของพนักงานมหาวิทยาลัย
       4. กรณีการเลิกจ้างลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ที่นอกเหนือจากกรณีตามข้อ 1 จะกระทำได้โดยอาศัยขั้นตอนและกระบวน
การทางวินัยของทางราชการ
       ให้นำหลักเกณฑ์ ระเบียบ และวิธีการ ในการดำเนินการทางวินัยที่ใช้บังคับกับ ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ ที่มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ ถือปฏิบัติอยู่มาใช้บังคับโดยอนุโลม สำหรับตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่า
ตำแหน่งข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ แล้วกรณี
       ให้หน่วยงานดำเนินการออกคำสั่งเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ในเรื่องดังต่อไปนี้และจัดส่งคำสั่งให้แก่กองการเจ้าหน้าที่
ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันออกคำสั่ง คือ
       1. การดำเนินการจ้าง
       2. การจ้างในอัตราที่สูงกว่าวุฒิ
       3. การเพิ่มค่าจ้างประจำปี
       4. การเปลี่ยนตำแหน่ง
       5. การแต่งตั้ง/สับเปลียนตำแหน่ง
       6. การจ้างต่อ
       7. การลาออก
       8. การเลิกจ้าง
       การออกคำสั่งดังกล่าวให้หน่วยงานกำหนดแบบของคำสั่งได้ตามความเหมาะสม โดยทั้งนี้หากหน่วยงานไม่ดำเนินการให้
เป็นไปตามนัยที่กำหนดดังกล่าวข้างต้น หากมีความเสียหายในเรื่องใด ๆเกิดขึ้น หน่วยงานจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
       ในกรณีมีปัญหาการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือการตีความตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ข้างต้น ให้หน่วยงานส่งเรื่องให้
มหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณา
     เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการดำเนินการด้านบริหาร
งานบุคคลลูกจ้างชั่วคราว(งบพิเศษ)ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณการจ้างในรูปแบบ Block Grant เห็นควรให้มีบทเฉพาะกาล
ไว้ดังนี้ คือ
     1. ในกรณีที่หน่วยงานใดยังกำหนดรายละเอียดของหลักเกณฑ์และวิธีการในหลักเกณฑ์ในการดำเนินการด้านบริหารงาน
บุคคลลูกจ้างชั่วคราว(งบพิเศษ) ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณการจ้างในรูปแบบ Block Grant ตามนัยดังกล่าวข้างต้น ในเรื่อง
ใดไม่แล้วเสร็จ เมื่อมีการกำหนดให้ใช้หลักเกณฑ์ในการดำเนินการด้านบริหารงานบุคคลลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ที่ได้รับจัด
สรรงบประมาณการจ้างในรูปแบบ Block Grant แล้ว ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการของทางราชการที่ใช้อยู่ดเดิมในเรื่องนั้นซึ่ง
ใช้กับลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) มาใช้โดยอนุโลมไปพลางก่อน จนกว่าจะกำหนดรายละเอียดของหลักเกณฑ์และวิธีการในหลัก
เกณฑ์ในการดำเนินการด้านบริหารงานบุคคลลูกจ้างชั่วคราว (งบพิเศษ) ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณการจ้างในรูปแบบ Block
Grant แล้วเสร็จ
     2. การพอกเงินประจำตำแหน่งที่หายากให้กับลูกจ้างชั่วคราว(งบพิเศษ)นั้นให้พอกเงินดังกล่าวได้เฉพาะลูกจ้างชั่วคราว
(งบพิเศษ)ผู้ที่ได้รับการพอกเงินอยู่ก่อนวันที่ 1มิ.ย.2545 เท่านั้น ทั้งนี้ให้หน่วยงานดำเนินการเบิกจ่ายเงินพอกดังกล่าวได้เอง
ตามหลักเกณฑ์ของทางมหาวิทยาลัย
กลับหน้าแรก