ข้อ
24 การดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่า
กระทำผิดวินัย อย่างไม่ร้ายแรง ให้มีการสอบสวนเพื่อให้ได้ความจริงและยุติธรรมโดยไม่ชักช้า
ตามวิธีการที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร ภายใน 60 วัน
นับแต่วันทราบเรื่อง และในการสอบสวนอย่างน้อยจะต้องดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหา
ทั้งพยานหลักฐานให้แน่ชัดอย่างเป็นธรรม และต้องให้โอกาสแก่ผู้ถูกกกล่าวหาได้ทราบข้อกล่าวหา
และชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาได้ เมื่อดำเนินการแล้วถ้าฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดวินัยก็ให้ดำเนินการตามข้อ
28
ในกรณีที่เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กำหนดในประกาศของมหาวิทยาลัย
จะดำเนินการทางวินัย โดยไม่สอบสวนก็ได้
ให้ผู้บังคับบัญชารายงานการสั่งลงโทษเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยต่อคณะอนุกรรมการด้านวินัยเพื่อพิจารณา
เมื่อคณะอนุกรรมการด้านวินัยมีมติเป็นประการใด ให้อธิการบดีสั่งให้เป็นไปตามนั้น
ให้คณะอนุกรรมการด้านวินัยประกอบด้วย
รองอธิการบดี หรือผู้ช่วยอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมายเป็นประธาน
ประธานสภาอาจารย์ ประธานสภาข้าราชการ เป็นอนุกรรมการ
หัวหน้างานวินัยและนิติการเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
ให้ประธานและอนุกรรมการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายหนึ่งคน
และผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารบุคคลหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการ
ให้คณะอนุกรรมการด้านวินัยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
ข้อ
25 การดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย
อย่างร้ายแรง ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวน
และในการสอบสวนนี้ ต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา
เมื่อดำเนินการแล้วถ้าฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิด
วินัยก็ให้ดำเนินการตามข้อ 29
ในกรณีที่เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กำหนดในประกาศของมหาวิทยาลัย
จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่สอบสวนก็ได้
ให้อธิการบดีนำเสนอผลการพิจารณาการสั่งลงโทษเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยต่อคณะกรรมการบริหารบุคคลพิจารณา
เมื่อคณะกรรมการบริหารบุคคลมีมติเป็นประการใด ให้อธิการบดีสั่งให้เป็นไปตามนั้น
หลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวกับการสอบสวนพิจารณาวินัยอย่างร้ายแรงให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ
26 เมื่อได้ดำเนินการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาตามข้อ 24 และข้อ
25 แล้ว ถ้าฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามิได้กระทำ ผิดวินัย
ให้สั่งยุติเรื่องและแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
ข้อ
27 ในกรณีที่อธิการบดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาดำเนินการทางวินัย
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับนี้
ข้อ
28 เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง
ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน งดบำเหน็จความชอบ
หรือลดขั้นเงินเดือนและงดบำเหน็จความชอบตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด
ถ้ามีเหตุ อันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้
ในกรณีที่กระทำผิดวินัยเล็กน้อย ถ้าผู้บังคับบัญชา เห็นว่ามีเหตุอันควรงดโทษ
จะงดโทษให้โดยว่ากล่าวตักเตือนหรือให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือไว้ก่อนก็ได้
เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง
ให้อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการ สถาบัน
และหัวหน้าหน่วยงานซึ่งเรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
มีอำนาจสั่งลงโทษดังนี้
- ภาคทัณฑ์
- ตัดเงินเดือนไม่เกินร้อยละห้าเป็นเวลาไม่เกินสามเดือน
- งดบำเหน็จความชอบ
- ลดขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น และงดบำเหน็จความชอบ
ข้อ
29 เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ให้อธิการบดีสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี
ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้
แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าปลดออก
ข้อ
30 เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่า
กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือมีกรณีถูกฟ้องคดีอาญา
หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาเว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
แม้ภายหลัง ผู้นั้นจะออกจากมหาวิทยาลัยไปแล้ว อธิการบดียังมีอำนาจสั่งลงโทษปลดออก
หรือไล่ออกได้ เว้นแต่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ผู้นั้นตาย
ข้อ
31 เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่า
กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา
หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
หรือความผิด ลหุโทษ อธิการบดีมีอำนาจสั่งพักงาน เพื่อรอฟังผลการสอบสวน
หรือการพิจารณาคดีได้ แต่ถ้าภายหลังปรากฏผล การสอบสวนพิจารณา
หรือคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้นั้นมิได้กระทำความผิด
หรือกระทำผิดไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษ ปลดออก หรือไล่ออก
และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากงานด้วยเหตุอื่น ก็ให้อธิการบดีสั่งให้ผู้นั้นกลับ
เข้าปฏิบัติงาน ในตำแหน่งเดิม หรือตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสั่งพักงาน
ระยะเวลาให้พักงาน เงินเดือนของผู้ถูกสั่งพักงาน ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ
32 เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยผู้ใดมีกรณีถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามข้อ
25 และคณะกรรมการสอบสวน เห็นว่ากรณีมีเหตุอันควรสงสัยอย่างยิ่งว่าผู้นั้นได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แต่การสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัด พอที่จะฟังลงโทษปลดออก
หรือไล่ออก ถ้าให้ทำงานในมหาวิทยาลัยต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่มหาวิทยาลัย
ก็ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการบริหารบุคคลพิจารณาให้ออกจากงาน
ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารบุคคล มีมติให้ผู้นั้นออกจากงานเพราะมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวน
ให้อธิการบดีสั่งให้ผู้นั้นออกจากงาน