โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 18 (2) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2531
สภามหาวิทยาลัยจึงตราข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
 
หมวด  1
บททั่วไป
----------------------------------
ข้อ 1  ข้อบังคับนี้เรียกว่า   "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา พ.ศ. 2545"
ข้อ 2  ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3  ภายใต้บังคับข้อ 5 ให้ยกเลิกข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา พ.ศ. 2516
บรรดาข้อความในข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดที่มีกล่าวไว้ในข้อบังคับนี้หรือที่
ข้อบังคับนี้กล่าวไว้เป็นอย่างอื่น หรือที่ขัดแย้งกับความในข้อบังคับนี้ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน
 
ข้อ 4  ในข้อบังคับนี้
"มหาวิทยาลัย"   หมายความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"นักศึกษา"   หมายความว่า นักศึกษาทุกระดับที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย
"คณะ"   หมายความว่า หน่วยงานทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่มีการจัดการเรียนการสอน
"คณบดี"   หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานระดับคณะ และให้หมายความรวมถึงหัวหน้าหน่วยงานอื่น ที่มีการ จัดการเรียนการสอน
"เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย"   หมายความว่า เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยและให้หมายความรวมถึงพนักงานมหาวิทยาลัย
"คณะ"   หมายความว่า หน่วยงานทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่มีการจัดการเรียนการสอน
ข้อ 5  นักศึกษาที่กระทำความผิดวินัยนักศึกษาก่อนวันที่ข้อบังคับนี้บังคับใช้ ถ้ายังไม่ได้รับ โทษฐานกระทำความผิด วินัยก็ให้ใช้ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา พ.ศ. 2516 บังคับแล้วแต่ข้อบังคับใด จะเป็นคุณ แก่นักศึกษายิ่งกว่า
ข้อ 6  ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้
 
หมวด 2
วินัยนักศึกษา
----------------------------------
ข้อ 7  นักศึกษาต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ และระเบียบของมหาวิทยาลัยทุกประการ และต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ
ในกรณีที่คณะมีความจำเป็นตามลักษณะเฉพาะของหลักสูตรการเรียนการสอน ให้คณะโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะออกระเบียบว่าด้วยการนั้นแล้วรายงานให้มหาวิทยาลัยทราบ ก่อนระเบียบดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ
ระเบียบตามวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นระเบียบของมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งด้วย
ข้อ 8  นักศึกษาต้องรักษาความสามัคคีระหว่างกัน ไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกาย และต้องรักษาไว้ซึ่งความเรียบร้อยและเกียรติของมหาวิทยาลัย
ข้อ 9  นักศึกษาต้องประพฤติตนเป็นสุภาพชน ไม่ประพฤติในสิ่งที่อาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย แก่มหาวิทยาลัยทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
ข้อ 10  นักศึกษาต้องเชื่อฟัง และแสดงความเคารพต่อบรรดาผู้สอนของมหาวิทยาลัย และต้องปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำตักเตือนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ
ข้อ 11  ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น เมื่ออาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยขอตรวจบัตรประจำตัว นักศึกษา นักศึกษาต้องแสดงบัตรประจำตัวนักศึกษา
ข้อ 12  นักศึกษาต้องปฏิบัติตามระเบียบการสอบของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด
ข้อ 13  นักศึกษาต้องแต่งกายให้เหมาะสมแก่กาลเทศะ หรือแต่งเครื่องแบบนักศึกษาเพื่อให้ เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และรักษาเกียรติของมหาวิทยาลัย อันได้แก่
13.1
ในงานพิธีและการสอบไล่ หรือการสอบกลางภาคให้เป็นไปตามประกาศของ
มหาวิทยาลัย
13.2
ในกรณีที่จำเป็นต้องมีเครื่องแบบเฉพาะในห้องทดลองปฏิบัติงาน หรือเครื่องแบบ
เฉพาะสายวิชาชีพ ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย
13.3
ในโอกาสทั่วไปให้นักศึกษาแต่งกายสุภาพ
 
ข้อ 14  โทษผิดวินัยมี 4 สถาน คือ
14.1
ไล่ออก
14.2
ให้พักการศึกษาหรือพักการให้ปริญญา มีกำหนดไม่เกินสองปีการศึกษา
14.3
ทำทัณฑ์บน
14.4
ว่ากล่าวตักเตือน
 
ข้อ 15  นักศึกษาผู้ใด
15.1
ต้องโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิด
อันได้กระทำโดยประมาท
15.2
เป็นตัวการยุยงและก่อเหตุวุ่นวายร้ายแรงให้เกิดขึ้นในบริเวณมหาวิทยาลัย
15.3
กระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบอันเป็นการเสื่อมเสียร้ายแรงแก่มหาวิทยาลัย
ถือว่าเป็นผู้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงถึงขนาดให้ลงโทษไล่ออก
ข้อ16  นักศึกษาผู้ใด
16.1
เล่นการพนัน ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เสพยาเสพติดให้โทษหรือเมาสุรา
อาละวาดในบริเวณมหาวิทยาลัย
16.2
ลักทรัพย์ ฉ้อโกง ปลอมเอกสาร หรือใช้เอกสารปลอมเพื่อแสวงหาประโยชน์ อันมิควรได้โดยชอบ ด้วยกฎหมาย
16.3
ประพฤติผิดวินัยตามความในข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 15.2 หรือ 15.3 แต่ไม่ร้ายแรงถึงกับ
ลงโทษไล่ออก
  ถือว่าเป็นผู้กระทำผิดวินัยอย่างแรง ให้ลงโทษพักการศึกษาหรือพักการให้ปริญญา
มีกำหนดไม่เกินสองปีการศึกษา
ข้อ 17  ผู้ใดกระทำทุจริตในการสอบไม่ว่าจะเป็นการสอบไล่ หรือการสอบกลางภาคก็ตาม หรือพยายามกระทำการ เช่นว่านั้น ถ้ากระทำผิดไม่ร้ายแรงถึงขนาด ให้ลงโทษพักการศึกษาหรือพักการ ให้ปริญญา มีกำหนดไม่เกินสองปี การศึกษา สุดแต่ความร้ายแรงของการกระทำผิด
โทษทุจริตในการสอบไล่ นอกจากจะถูกลงโทษตามที่ระบุไว้แล้ว ให้ถือว่าสอบไล่ตกในรายวิชาที่ทุจริตในการสอบ ไล่นั้นอีกด้วย
ข้อ 18  ผู้ใดกระทำผิดวินัยในขั้นที่มิได้ระบุไว้ในข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 ให้ลงโทษด้วยการให้พักการศึกษา หรือพักการให้ปริญญามีกำหนดไม่เกินสองปีการศึกษาหรือทำทัณฑ์บน หรือว่ากล่าวตักเตือน ตามควรแก่กรณี
ข้อ 19  ในระหว่างนักศึกษาถูกลงโทษวินัยข้อ 14.2 ข้อ 14.3 หรือข้อ 14.4 มหาวิทยาลัยจะกำหนดให้นักศึกษา มารายงานตัว อบรม บำเพ็ญประโยชน์ หรือทำงานให้กับมหาวิทยาลัยควบคู่กับการลงโทษทางวินัยก็ได้
ข้อ 20  เมื่อความปรากฏอันเป็นการประพฤติผิดวินัย หรือมีการกล่าวหาว่านักศึกษาผู้ใด กระทำความผิดวินัย ที่พึงต้องได้รับโทษตามข้อบังคับ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา ให้อธิการบดีหรือคณบดี แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวน เพื่อพิจารณาการกระทำของนักศึกษาผู้นั้นตามข้อบังคับ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา
กรณีการกระทำเข้าลักษณะความผิดในข้อ 17 ให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
 
หมวด 3
การสอบสวน
----------------------------------
ข้อ 21  ในกรณีที่ข้อเท็จจริงปรากฏโดยแจ้งชัดว่านักศึกษาผู้ใดมีพฤติกรรม หรือกระทำความผิด ซึ่งเป็นความผิด เล็กน้อย ให้อธิการบดีหรือคณบดี หรือผู้ที่อธิการบดีหรือคณบดีมอบหมายเรียกนักศึกษา ผู้นั้นมาว่ากล่าวตักเตือนให้ ยุติหรือระงับการกระทำ หรือพฤติการณ์ที่กระทำนั้นเสียโดยไม่ต้องตั้ง คณะกรรมการสอบสวนก็ได้
ข้อ 22  การตั้งกรรมการสอบสวนตามข้อ 20 ให้แต่งตั้งจากอาจารย์ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย หรือจะ แต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือบุคคลใดที่เห็นสมควร ประกอบด้วยประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการและ เลขานุการ ไม่น้อยกว่า 3 คน เป็นคณะกรรมการสอบสวนี้

ข้อ 23  ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวน โดยมิชักช้าให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับ ทราบคำสั่งแต่งตั้ง

ในกรณีการสอบสวนดำเนินการไม่เสร็จภายในกำหนดเวลา ให้คณะกรรมการ เสนอขอขยายเวลา การ สอบสวนจากผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน
ข้อ 24  ให้คณะกรรมการสอบสวนมีอำนาจขอพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของบุคคล ที่เกี่ยวข้อง หรือ เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ สอบสวน
ข้อ 25  นักศึกษาผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัย มีสิทธินำพยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งพยานบุคคลและพยาน เอกสารมาเสนอต่อคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณา ก่อนเสร็จสิ้นการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวน
ข้อ 26  ภายในบังคับข้อ 23 ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอความเห็นต่ออธิการบดีเพื่อวินิจฉัย ต่อไป
ถ้าเป็นความผิดเข้าลักษณะที่จะได้รับโทษตามความในข้อ 14.1 แห่งข้อบังคับนี้ให้อธิการบดี นำเสนอสภา มหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ
 
หมวด 4
การอุทธรณ
----------------------------------
ข้อ 27  นักศึกษาที่ถูกลงโทษตามข้อบังคับ ว่าด้วยวินัยนักศึกษา ซึ่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่งถูกลงโทษ หรือมี ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อันจะทำให้โทษตามที่ได้รับลดลงหรือเปลี่ยนแปลงไปนักศึกษาผู้นั้นมีสิทธิยื่น คำร้องขอ อุทธรณ์คำสั่งลงโทษพร้อมด้วยเหตุผลต่อมหาวิทยาลัย ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับ คำสั่งลงโทษ
ในระหว่างอุทธรณ์ให้นักศึกษายังคงได้รับโทษนั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุผลพิเศษ อันควรได้รับการทุเลาการบังคับ ไว้ก่อน ให้นักศึกษายื่นคำร้องต่ออธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมาย โดยแสดงเหตุผลที่ชี้ให้เห็นถึง พฤติการณ์พิเศษว่าเหตุใดจึงสมควรทุเลาการบังคับไว้ก่อน ทั้งนี้ การที่ได้ยื่นอุทธรณ์ไม่ถือเป็น พฤติการณ์พิเศษ หากอธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายพิจารณาอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ให้รอ การบังคับไว้ก่อนเพื่อรอผล คำวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อ 28
ข้อ 28  เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งลงโทษ ผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือคณะกรรมการอุทธรณ์ ซึ่งแต่งตั้งจากอาจารย์ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยหรือจะแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือบุคคลใดเห็นสมควร จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการและเลขานุการ ที่มิได้เป็น กรรมการสอบสวนพิจารณาคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งลงโทษเสนอความเห็น ให้อธิการบดีเป็นเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
คำวินิจฉัยคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งลงโทษของอธิการบดีให้ถือเป็นที่สุด
ข้อ 29  การพิจารณาคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งลงโทษ ให้พิจารณาจากคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งลงโทษ เอกสาร ถ้อยคำ และพยานหลักฐานในชั้นสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนมาประกอบการพิจารณา
เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์เห็นว่า เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาจะทำการสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ได้

ข้อ 30  การวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์ตามข้อ 28 ให้อธิการบดีมีคำสั่งยก ยืน กลับหรือแก้คำสั่ง

คำสั่งในวรรคแรกให้กำหนดเวลาเริ่มมีผลของคำสั่งย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งลงโทษ หรือกำหนดเวลาเริ่มต้น ของคำสั่งในลักษณะอื่นใดตามที่เห็นสมควร
ข้อ 31  กรณีอุทธรณ์คำสั่งลงโทษไล่ออก ให้เสนอคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งลงโทษต่อสภามหาวิทยาลัย และคำวินิจฉัย ของสภามหาวิทยาลัยให้ถือเป็นที่สุด
 
ประกาศ ณ วันที่……………… เดือน……………………………………… พ.ศ. ……………………
 
                         (นายพนัส สิมะเสถียร)
                                                  นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์