โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการพัสดุ เพื่อให้เป็นไป โดยสะดวก คล่องตัว และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาศัยอำนาจตามความในข้อ……….ของพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และข้อ…. ของระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย พ.ศ. …

อธิการบดี จึงวางระเบียบไว้ดังนี้
ข้อ 1  ระเบียบนี้ เรียกว่า   "ระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. …"
ข้อ 2  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3  ให้ยกเลิก
(1)
ระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการพัสดุเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2540
ข้อ 4  ให้ใช้ระเบียบนี้กับการพัสดุทุกประเภทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
หมวด  1
ความทั่วไป
----------------------------------
ข้อ 5   ในระเบียบนี้
"การพัสดุ"  หมายความว่า การจัดทำเอง การซื้อ การจ้าง "การจ้างที่ปรึกษา การจ้องออกแบบและควบคุมงาน การแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุม การจำหน่าย การดำเนินการอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ที่ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"พัสดุ"  หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง
"การซื้อ"  หมายความว่า การซื้อพัสดุทุกชนิด ทั้งที่มีการติดตั้ง ทดลอง และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง
"การจ้าง"  ให้หมายรวมถึงการจ้างทำของ และการรับขน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และการจ้างเหมาบริการ การรับขนในการเดินทางไปเพื่อกิจการของมหาวิทยาลัย การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
"การจ้างที่ปรึกษา"  หมายความว่า การจ้างบริการจากที่ปรึกษา แต่ไม่รวมการจ้างออกแบบและควบคุมงาน
"การจ้างออกแบบและควบคุมงาน"  หมายความว่า การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบธุรกิจบริการด้านงานออกแบบก่อสร้างและควบคุมงานก่อสร้างอาคาร
"ที่ปรึกษา"  หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ หรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่น รวมทั้งให้บริการด้านการศึกษา แต่ไม่รวมถึงการออกแบบและควบคุมอาคาร
"ที่ปรึกษาไทย"  หมายความว่า ที่ปรึกษาที่มีสัญชาติไทย และได้จดทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูล ที่ปรึกษาของกระทรวงการคลัง
"มหาวิทยาลัย"  หมายถึง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"หน่วยงาน"  หมายความว่า หน่วยงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามความหมายของระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
"หน่วยงานบริการสังคมของมหาวิทยาลัย"  หมายถึง หน่วยงานซึ่งเป็นผู้จัดทำโครงการบริการสังคม ตามระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยโครงการบริการสังคมของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย
"หน่วยงานส่วนท้องถิ่น"  หมายถึง หน่วยงานที่อยู่ในราชการส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วย การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
"หัวหน้าหน่วยงาน"  หมายความว่า ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงาน และให้หมายรวมถึงหัวหน้าของหน่วยงานตามความหมายของ ระเบียบว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
"หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ"  หมายความว่า ผู้อำนวยการกองคลัง เลขานุการคณะ สำนัก สถาบัน ศูนย์ และเจ้าหน้าที่อื่น ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากอธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานแล้วแต่กรณี
"เจ้าหน้าที่พัสดุ"  หมายความว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ หรือผู้ได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าหน่วยงาน ให้มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบนี้
"คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ"  หมายความว่า คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ ตามระเบียบนี้
"คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานพัสดุ"  หมายความว่า คณะกรรมการซึ่งอธิการบดีแต่งตั้งขึ้น ตามระเบียบนี้ ซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดราคามาตรฐานกลาง สินค้าที่มีมาตรฐาน หรือหน่วยงานหรือเอกชนที่ผลิตสินค้าหรือให้บริการที่ได้มาตรฐาน
"การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม"  หมายความว่า การที่ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน รายหนึ่งหรือหลายรายกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรค หรือไม่เปิดโอกาส ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาหรือเสนองานต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการสมยอม หรือโดยการให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ หรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือใช้กำลังประทุษร้ายหรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ หรือกระทำการใดโดยทุจริต ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ในระหว่างผู้เสนอราคา หรือ ผู้เสนองานด้วยกัน หรือเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้เสนอราคาหรือเสนองานรายหนึ่งรายใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อให้เกิดความ ได้เปรียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ
ข้อ 6   การดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการเงินและทรัพย์สิน และหากมีกรณีใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดกับระเบียบนี้
ในกรณีมีปัญหาการตีความการใช้บังคับของระเบียบนี้ ให้อธิการบดีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความสะดวก คล่องตัว ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของมหาวิทยาลัย
ข้อ 7   ให้มีคณะกรรมการการกำหนดมาตรฐานพัสดุ ประกอบด้วย รองอธิการบดี ซึ่งอธิการบดี แต่งตั้ง 1 คน ผู้อำนวยการกองคลัง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 5 คน ซึ่งอธิการบดีแต่งตั้ง และให้หัวหน้างานพัสดุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นกรรมการและเลขานุการ
ให้คณะกรรมการตามวรรคแรก มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี
คณะกรรมการตามวรรคแรก มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1)  กำหนดและประกาศราคามาตรฐานพัสดุ
(2)  กำหนดและประกาศยี่ห้อ และประเภทของพัสดุที่ได้มาตรฐาน
(3)  กำหนดและประกาศ หน่วยงานหรือบริษัทที่ได้มาตรฐานในการผลิตหรือให้บริการ
ให้คณะกรรมการตามวรรคแรกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงประกาศได้ตามที่เห็นสมควร หากเห็นว่ามี ข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไป
 
หมวด  2
การซื้อ การจ้าง
ส่วนที่ 1
หลักเกณฑ์และกระบวนการ
----------------------------------
ข้อ 8   การซื้อหรือการจ้างของหน่วยงานในมหาวิทยาลัยตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบ การเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และให้ดำเนินการโดยคำนึงถึงราคามาตรฐาน คุณภาพและมาตรฐานพัสดุ และคุณสมบัติของหน่วยงานหรือบุคคลที่สั่งซื้อหรือจ้างตามประกาศของคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานพัสดุ

ข้อ 9  การซื้อหรือการจ้างกระทำได้ 5 วิธี คือ
(1)  วิธีตกลงราคา
(2)  วิธีสอบราคา
(3)  วิธีประกวดราคา
(4)  วิธีพิเศษ
(5)  วิธีกรณีพิเศษ
ข้อ 10   การซื้อหรือการจ้างตามระเบียบนี้ ถ้ากระทำในวงเงินครั้งละไม่เกิน 200,000 บาท ให้ใช้วิธีตกลงราคา หรือวิธีพิเศษ
ถ้าเป็นการซื้อหรือการจ้างที่มีวงเงินเกินกว่า 200,000 บาท แต่ไม่เกิน 4,000,000 บาท ให้ใช้วิธีสอบราคา หรือวิธีพิเศษ
ถ้าเป็นการซื้อหรือการจ้างครั้งละเกินกว่า 4,000,000 บาท ให้ใช้วิธีประกวดราคา หรือวิธีพิเศษ
ถ้าเป็นการซื้อหรือการจ้างซึ่งกระทำกับหน่วยงานของทางราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานบริการสังคมของมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานส่วนท้องถิ่น ให้กระทำโดยวิธีกรณีพิเศษ

ข้อ 11   ในกรณีที่เห็นสมควร หรือจำเป็น หรือเร่งด่วน อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานอาจอนุมัติให้ดำเนินการซื้อหรือการจ้างพัสดุ ตามราคามาตรฐาน หรือยี่ห้อ หรือหน่วยงานที่ได้มาตรฐานตามประกาศของคณะกรรมการมาตรฐานพัสดุได้ โดยไม่ต้องทำรายงานเสนอซื้อหรือจ้างก่อน แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นการซื้อหรือการจ้างตาม ข้อ 10 วรรคหนึ่ง
ข้อ 12   นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 11 การซื้อหรือการจ้าง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(1)  ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ จัดทำรายงานขอซื้อหรือขอจ้าง เสนออธิการบดีหรือหัวหน้า หน่วยงาน ตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยระบุเหตุผล และความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง รายละเอียดพัสดุ หรืองานที่ต้องจ้าง รายละเอียดของที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง และราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งก่อสร้าง วงเงินที่จะซื้อหรือจะจ้าง กำหนดเวลาที่ต้องการใช้ หรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ วิธีการซื้อหรือจ้าง และ เหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น ๆ ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการซื้อหรือการจ้างนั้น เป็นต้น
(2)  การซื้อหรือการจ้างแต่ละครั้ง ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้ พร้อมกับกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการของคณะกรรมการแล้วแต่กรณี ดังนี้
ก.  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา
ข.  คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา
ค.  คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา
ง.  คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ
จ.  คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ
ฉ.  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ช.  คณะกรรมการตรวจการจ้าง
สำหรับการซื้อหรือการจ้างในวงเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท จะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนเดียวเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง
(3) เมื่อได้รับอนุมัติให้ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายใดแล้ว ให้ทำสัญญาตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด การทำสัญญารายใดที่จำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไป จากตัวอย่างสัญญาที่มหาวิทยาลัยกำหนด และไม่ทำให้มหาวิทยาลัยเสียเปรียบให้กระทำได้ เว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานนั้นเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ให้ดำเนินการเพื่อขอความเห็นชอบจากอธิการบดีก่อน
ในกรณีต่อไปนี้ จะทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้
ก.
การซื้อการจ้างหรือการแลกเปลี่ยนโดยวิธีตกลงราคา
ข.
การซื้อการจ้างที่คู่สัญญาสามารถส่งมอบพัสดุหรืองานได้ครบถ้วนภายใน 5 วันทำการ
นับแต่วันถัดจากวันทำข้อตกลงเป็นหนังสือ
ค.
การซื้อการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ หรือวิธีพิเศษ
ง.
พัสดุที่ใช้เกี่ยวกับการวิจัย หรือผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิใช้โดยเฉพาะหรือที่
เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ทั้งนี้ ยกเว้นการซื้อยา
จ.
การเช่า ซึ่งผู้เช่าไม่ต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า
การซื้อหรือการจ้างในกรณีเร่งด่วนหรือจำเป็น ซึ่งใช้วิธีตกลงราคาและไม่อาจขออนุมัติ ได้ก่อนและไม่ใช่การซื้อตามข้อ 11 หรือการจ้างพัสดุตามข้อ 11 ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการไปก่อน แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน และเมื่อหัวหน้าหน่วยงานให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ถือว่า รายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม
(4) เมื่อมีการส่งมอบพัสดุ หรือส่งมอบงานจ้าง ให้มีการตรวจรับพัสดุหรือตรวจการจ้างแล้วแต่กรณี
ข้อ 13   ในกรณีที่มีเหตุอันควรที่จะทำครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างเอง ให้อธิการบดีหรือหัวหน้า หน่วยงานพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการได้ โดยคำนึงถึงคุณภาพ ราคา และประโยชน์ที่มหาวิทยาลัยได้รับเป็นสำคัญ
เมื่อได้จัดทำเองแล้วเสร็จ ให้ลงบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุแล้วแต่กรณี
 
ส่วนที่  2
คณะกรรมการและมติ
----------------------------------
ข้อ 14   ภายใต้บังคับของข้อ 16 คณะกรรมการซึ่งดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้ตัดสินโดยมติ เสียงข้างมาก ส่วนกรรมการที่มีความเห็นแย้ง ก็ให้บันทึกความเห็นแย้งไว้ในรายงานการดำเนินการ
ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานคณะกรรมการเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด
ข้อ 15   คณะกรรมซึ่งดำเนินการตามระเบียบนี้ ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน และคณะกรรมการอื่นอย่างน้อย 2 คน แต่ไม่เกิน 5 คน และในกรณีที่ความจำเป็น ซึ่งต้องอาศัยผู้มี ความชำนาญ หรือเทคนิคเฉพาะ ให้แต่งตั้งผู้มีความชำนาญหรือผู้เชี่ยวชาญในเทคนิคเฉพาะนั้น เป็นกรรมการในการดำเนินการตามระเบียบนี้ด้วย
ข้อ 16   ในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียวกัน ห้ามมิให้ผู้ที่เป็นกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา เป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา และห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการเปิดซองสอบราคา หรือกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ
ข้อ 17   ในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุที่มีเทคนิคพิเศษ และจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาเป็นการเฉพาะราย ให้อธิการบดีมีดุลพินิจที่จะว่าจ้างที่ปรึกษา มาให้ความเห็นประกอบการพิจารณา ในการจัดซื้อจัดจ้างในขั้นตอนใดขึ้นตอนหนึ่งตามความจำเป็น
 
ส่วนที่ 3
วิธีตกลงราคา
----------------------------------
ข้อ 18   การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อและตกลงราคากับผู้ขาย หรือ ผู้รับจ้างโดยตรง แล้วให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ จัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากอธิการบดีหรือหัวหน่วยงาน แล้วแต่กรณีตามข้อ 12
 
ส่วนที่ 4
วิธีสอบราคา
----------------------------------
ข้อ 19   การสอบราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการจัดทำเอกสารสอบราคา โดยให้มีรายการ ต่อไปนี้
(1)
คุณลักษณะของพัสดุที่ต้องการซื้อ และจำนวนที่ต้องการ หรือรูปแบบรายการละเอียด และปริมาณงานที่ต้องการจ้าง
ในกรณีจำเป็นต้องดูสถานที่ หรือชี้แจงรายละเอียด เพิ่มเติมประกอบตามวรรคหนึ่งให้กำหนด สถานที่ วัน เวลา ที่นัดหมายไว้ด้วย
(2)
คุณสมบัติของผู้เข้าเสนอราคา ซึ่งจะต้องมีอาชีพขาย หรือรับจ้างตาม (1) โดยให้ผู้เสนอราคาแสดงหลักฐานดังกล่าวด้วย
(3)
ในกรณีจำเป็น ให้ระบุให้ผู้เสนอราคาส่งตัวอย่าง แคตตาล็อก หรือแบบรูปและรายการละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา
(4)
ถ้าจำเป็นต้องมีการตรวจทดลอง ให้กำหนดจำนวนตัวอย่างให้พอแก่การตรวจทดลอง และเหลือไว้สำหรับการทำสัญญาด้วย ทั้งนี้ ให้มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่ามหาวิทยาลัยไม่รับผิดชอบใด ๆ กับ ความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการทดลองด้วยตัวอย่างนั้น
(5)
สถานที่ติดต่อเกี่ยวกับรูปแบบรายละเอียด ในกรณีที่มีการขายให้ระบุราคาขายไว้ด้วย
(6)
ข้อกำหนดให้ผู้เข้าเสนอราคา เสนอราคารวมทั้งสิ้น และราคาต่อหน่วยหรือรายการ (ถ้าทำได้) พร้อมทั้งระบุหลักเกณฑ์โดยชัดเจนว่า จะพิจารณาราคารวมหรือราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ ในกรณี ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาให้พิจารณาราคารวมได้
(7)
แบบใบเสนอราคา โดยกำหนดไว้ด้วยว่า ในการเสนอราคา ให้ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลขและต้องมีตัวหนังสือกำกับ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ ในการสอบราคาจ้างก่อสร้าง ให้กำหนดแบบบัญชีรายการก่อสร้างตามความเหมาะสมของลักษณะและประเภทของงาน เพื่อให้ผู้เข้าเสนอราคา กรอกปริมาณวัสดุและราคาด้วย
(8)
กำหนดระยะเวลายืนราคาเท่าที่จำเป็นต่อมหาวิทยาลัย และมีเงื่อนไขด้วยว่า ซองเสนอราคาที่ยื่นต่อทางมหาวิทยาลัย และลงทะเบียนรับซองแล้วจะถอนคืนมิได้
(9)
กำหนดสถานที่ส่งมอบพัสดุ และวันส่งมอบโดยประมาณ (สำหรับการซื้อ) หรือกำหนดวันที่จะเริ่มทำงาน และวันแล้วเสร็จโดยประมาณ (สำหรับการจ้าง)
(10)
กำหนด วัน เวลา และสถานที่ เปิดซองสอบราคา
(11)
ข้อกำหนดให้ผู้เสนอราคาผนึกซองราคา
(12)
กำหนดเงื่อนไข ในการสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับทางมหาวิทยาลัย เป็นผู้ทิ้งงาน
(13)
ข้อกำหนดว่าผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปทำสัญญาจะต้องวางหลักประกันสัญญา ตามชนิด และอัตราตามสัญญาที่กำหนด
(14)
การแบ่งงวดงาน การจ่ายเงิน เงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี) และอัตราค่าปรับ
(15)
ข้อสงวนสิทธิ์ว่าหน่วยงานจะไม่พิจารณาผู้เสนอราคาที่เป็นผู้ทิ้งงานของทางมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะงดซื้อหรือจ้าง หรือเลือกซื้อหรือจ้าง โดยไม่จำต้องซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคาต่ำสุดเสมอไป รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกการสอบราคาและลงโทษผู้เสนอราคาเสมือนเป็นผู้ทิ้งงาน หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทำไปโดยไม่สุจริต หรือมีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
ข้อ 20   ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคา ก่อนวันเปิดซองสอบราคา ไม่น้อยกว่า 10 วัน
ผู้เสนอราคายื่นซองเสนอราคาต่อมหาวิทยาลัย ก่อนวันเปิดซอง โดยปิดผนึกซอง
ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับซองจากผู้เสนอราคา ออกใบรับให้แก่ผู้เสนอราคา
ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ นำซองที่ปิดผนึกของผู้เสนอราคาต่อมหาวิทยาลัย ส่งให้แก่ประธาน คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา พร้อมทั้งรายงานผลการรับซอง
ข้อ 21   คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา ดำเนินการเปิดซองสอบราคาตามวัน เวลา และสถานที่ ที่ประกาศไว้ และการเปิดซองต้องกระทำโดยเปิดเผย
การคัดเลือกผู้เสนอราคานั้น ให้พิจารณาจากคุณภาพ คุณสมบัติ ราคาและประโยชน์ของมหาวิทยาลัย เป็นสำคัญ
ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาแจ้งผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเหตุผลใน การคัดเลือก รวมทั้งเอกสารที่ได้รับ ต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน แล้วแต่กรณี ภายในเวลา 10 วัน นับแต่วันเปิดซอง
ข้อ 22   ในกรณีที่ผู้ยื่นซองสอบราคาเสนอราคาเกินกว่าวงเงินที่ได้รับอนุมัติ คณะกรรมการเปิดซอง มีดุลพินิจในการต่อรองราคาให้ได้ในราคาที่ได้รับอนุมัติ
หากการต่อรองตามวรรคแรกไม่เป็นผล คณะกรรมการอาจยกเลิกหรือเสนอให้มีการจัดซื้อ จัดจ้างด้วยวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร หรือเสนอให้ลดรายการ ลดจำนวนหรือเนื้องานหรือขอเงินเพิ่มเติม ต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานแล้วแต่กรณี
ข้อ 23   ในกรณีที่มีการเสนอราคาและมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้เสนอราคา หรือเสนองานจ้างรายใดหรือหลายราย มีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ให้คณะกรรมการเปิดซอง ตัดสิทธิ ผู้เสนอราคารายนั้น และเสนออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานเพื่อจัดซื้อ หรือจ้างด้วยวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร
 
ส่วนที่ 5
วิธีประกวดราคา
----------------------------------
ข้อ 24   ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ จัดทำเอกสารประกวดราคา เพื่อเผยแพร่ก่อนวันเปิดซองไม่น้อยกว่า 20 วัน โดยมีสาระสำคัญของประกาศดังนี้
(1)
รายการพัสดุที่ต้องการซื้อหรืองานที่ต้องการจ้าง
(2)
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าประกวดราคา
(3)
กำหนดวัน เวลา รับซอง ปิดการรับซองและเปิดซองประกวดราคา
(4)
สถานที่และระยะเวลา ในการขอรับหรือซื้อเอกสารการประกวดราคาและราคาของเอกสาร
ข้อ 25   ก่อนวันเปิดซองประกวดราคา หากมีความจำเป็นต้องชี้แจงหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ของทางมหาวิทยาลัย หรือมีความจำเป็นต้องแก้ไขคุณลักษณะเฉพาะ หรือรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งมิได้กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาตั้งแต่ต้น ให้จัดทำเป็นเอกสารประกวดราคาเพิ่มเติมและส่งให้แจ้งเป็นหนังสือแก่ผู้รับ หรือขอซื้อเอกสารประกวดราคาไปแล้วทุกรายด้วย
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากจะเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาไม่สามารถยื่นซองประกวดราคา ได้ทันตามกำหนด ให้เลื่อนวัน เวลา รับซองและเปิดซองประกวดราคาตามความจำเป็นนั้นด้วย
ข้อ 26   คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้
(1)
รับซองประกวดราคา และออกใบรับให้เป็นหลักฐาน
(2)
ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าพนักงานการเงิน หากไม่ถูกต้องให้หมายเหตุ
ุไว้ในใบรับ
(3)
รับเอกสารที่ยื่นพร้อมซองประกวดราคา หากไม่ถูกต้องให้บันทึกไว้ในรายงาน
(4)
เปิดซองประกวดราคา โดยเปิดเผย ในวัน เวลา และสถานที่ที่ระบ
(5)
ทำบันทึกใบเสนอราคาทั้งหมด รวมทั้งเอกสารที่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการพิจารณาผล การประกวดราคาในทันที และในวันเดียวกัน
ข้อ 27   คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา มีหน้าที่ ดังนี้
(1)
ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา และเอกสารต่าง ๆ ที่ยื่นผู้เสนอราคายื่นมา
(2)
พิจารณาคัดเลือก สิ่งของ หรืองานจ้าง โดยคำนึงถึงคุณสมบัติ คุณภาพ ของสิ่งของหรือ งานจ้าง และประโยชน์ของทางมหาวิทยาลัย แล้วเสนอผู้ที่ได้รับการคัดเลือก
ในกรณีที่ไม่มีผู้เสนอราคารายใด เสนอราคาภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ คณะกรรมการพิจารณา ผลการประกวดราคามีอำนาจดำเนินการตามข้อ 22 โดยอนุโลม
ข้อ 28   ในกรณีที่ไม่มีผู้เสนอราคา หรือมีแต่ไม่ตรงกับเงื่อนไขตามที่ได้ประกาศ หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา ตัดสิทธิผู้เสนอราคาหรืองานจ้างรายนั้น และเสนอให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานแล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการซื้อหรือจ้างด้วยวิธีที่เห็นสมควร
 
ส่วนที่ 6
วิธีพิเศษ
----------------------------------
ข้อ 29   การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานแล้วแต่กรณี แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ หรือคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้
(1)
ในกรณีเป็นพัสดุขายทอดตลาด ให้ดำเนินการซื้อด้วยวิธีการขายทอดตลาดตามที่บัญญัติไว้ ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(2)
ในกรณีที่ต้องซื้อหรือจ้างเร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายแก่มหาวิทยาลัย ให้เชิญผู้มีอาชีพ ขายพัสดุหรือทำงานรับจ้างโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอยังสูงกว่าราคามาตรฐาน ให้คณะกรรมการจัดซื้อหรือจัดจ้าง ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้
(3)
ในกรณีที่เป็นพัสดุที่ต้องสั่งซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือซื้อผ่านองค์การระหว่างประเทศ หรือซื้อในต่างประเทศ จะได้คุณภาพและราคาที่ถูกกว่าซื้อจากตัวแทนในประเทศหรือซื้อสินค้าในประเทศ ทั้งนี้ คณะกรรมการจะต้องนำเสนออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน แล้วแต่กรณี พร้อมรายละเอียดของพัสดุที่ต้องการสั่งซื้อหรือจ้าง รวมทั้งราคาตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการสั่งซื้อ หรือจ้างเพื่อขออนุมัติ ให้จัดซื้อในกรณีพิเศษ
(4)
ในกรณีที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง หรือผู้แทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทย หรืองานที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือเฉพาะด้าน หรือเป็นงานซ่อมที่ต้องตรวจสอบให้ทราบความชำรุดเสียหายก่อน จึงประมาณค่าซ่อมได้ หรือเป็นการซื้อที่ดิน เฉพาะที่หรือสิ่งก่อสร้างเฉพาะแห่ง หรือเป็นพัสดุที่ใช้ ในการวิจัยหรือที่ผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิใช้เป็นการเฉพาะ หรือที่ใช้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ยกเว้นยา หรือเป็นพัสดุที่ต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะให้คณะกรรมการติดต่อผู้ขายโดยตรง และพยายามต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้
เมื่อได้ดำเนินการไปแล้ว ได้ผลประการใด ให้คณะกรรมการเสนอรายงานพร้อมด้วยเหตุผลเพื่อของความเห็นชอบต่ออธิการบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานแล้วแต่กรณี โดยผ่านทางหัวหน้างานพัสดุ
 
ส่วนที่ 7
วิธีกรณีพิเศษ
----------------------------------
ข้อ 30   การดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานแล้วแต่กรณี สั่งซื้อหรือสั่งจ้างจากผู้ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรง เว้นแต่การซื้อหรือการจ้างในวงเงินไม่เกิด 100,000 บาท ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้จัดซื้อหรือจัดจ้างภายในวงเงินที่ได้รับการเห็นชอบได้
 
ส่วนที่ 8
การจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์
----------------------------------
ข้อ 31   การซื้อยา และเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา เช่น ผ้าก๊อส สำลี หลอดฉีดยา เฝือก วัสดุทันตกรรม ฟิล์มเอกซเรย์ และเภสัชเคมีภัณฑ์ ให้จัดซื้อที่องค์การเภสัชกรรม โดยการจัดซื้อด้วยวิธีกรณีพิเศษ แต่ยา ดังกล่าวต้องมีราคาไม่สูงกว่าราคากลางของยาที่คณะกรรมการกำหนดราคามาตรฐานของมหาวิทยาลัยกำหนด หรือที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เกินร้อยละ 3
ในกรณีที่เป็นยาหรือเวชภัณฑ์ที่มิอาจหาซื้อได้ตามวรรคแรก หรือราคาเกินกว่าราคามาตรฐาน ตามวรรคแรก อธิการบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานมีอำนาจให้จัดซื้อจากผู้ขายหรือผู้ผลิตรายอื่นได้ โดย วิธีพิเศษหรือการสอบราคา หรือประกวดราคาตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงคุณภาพ และราคา มาตรฐาน ตลอดจนประโยชน์ที่มหาวิทยาลัยพึงได้รับเป็นสำคัญ
 
หมวด 3
การจ้างที่ปรึกษาและการจ้างออกแบบและควบคุมอาคาร
 
ส่วนที่ 1
การจ้างที่ปรึกษา
----------------------------------
ข้อ 32   การจ้างที่ปรึกษา ให้ถือหลักการส่งเสริมที่ปรึกษาไทยเป็นหลัก เว้นแต่สาขาบริการ หรืองานที่ไม่อาจจ้างที่ปรึกษาไทยได้ ทั้งนี้ โดยอนุมัติจากอธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานก่อน

ข้อ 33   การจ้างที่ปรึกษากระทำได้ 2 วิธี คือ

(1)  วิธีตกลง
(2)  วิธีคัดเลือก

ข้อ 34   ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ ทำรายงานเสนออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อดำเนินการจ้างที่ปรึกษา โดยมีรายการ ดังต่อไปนี้

(1)  เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างที่ปรึกษา
(2)  ขอบเขตของงานที่ต้องการจ้าง (Terms of reference)
(3)  คุณสมบัติของที่ปรึกษาที่จะจ้าง
(4)  วงเงินค่าจ้าง
(5)  กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน
(6)  วิธีจ้างที่ปรึกษาและเหตุผลที่จะจ้างโดยวิธีนั้น
(7)  ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

ข้อ 35   ให้มีคณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาตามข้อ 33 ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอีกไม่เกิน 4 คน โดยแต่งตั้งจากอธิการบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าว จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่จะดำเนินการจ้างที่ปรึกษาอย่างน้อย 1 คน

ข้อ 36   การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง ให้กระทำในกรณีที่มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานนั้น เคยทราบหรือ เคยเห็นความสามารถและผลงานของผู้ให้บริการแล้วว่าเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ และเป็นการจ้างอย่างใด อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1)
เป็นการจ้างเพื่อทำงานต่อเนื่องจากงานที่ได้ทำไว้แล้ว
(2)
เป็นการจ้างในกรณีที่ทราบแน่ชัดว่าผู้เชี่ยวชาญในงานที่จะให้บริการ ตามที่ต้องการ มีจำนวนจำกัด ไม่เหมาะสม กับการดำเนินการด้วยการคัดเลือก
(3)
เป็นการจ้างที่ต้องกระทำเร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายแก่มหาวิทยาลัย
ข้อ 37   คณะกรรมการดำเนินการจ้างด้วยวิธีตกลง มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1)
พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษา
(2)
พิจารณาอัตราค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับบริการที่จะจ้างและเจรจา
ต่อรอง
(3)
พิจารณารายละเอียดที่จะกำหนดให้สัญญา
(4)
เสนอความเห็นและผลการพิจารณาต่ออธิการบดี หรือหัวหน้าหน่วยงาน โดยผ่านหัวหน้า เจ้าหน้าที่พัสดุ
ข้อ 38   การจ้างที่ปรึกษา โดยวิธีคัดเลือก ให้ดำเนินการในกรณีที่ที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ที่จะทำงานให้เหลือน้อยราย และเชิญชวนให้ที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกดังกล่าว ยื่นข้อเสนอเข้ารับ งานนั้น ๆ เพื่อพิจารณาคัดเลือกราบที่ดีที่สุด
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร และอธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบ ให้เชิญที่ปรึกษาที่ มีคุณสมบัติเหมาะสมยื่นข้อเสนอเข้ารับงาน โดยไม่ต้องทำการคัดเลือกให้เหลือกน้อยรายก่อนก็ได้

ข้อ 39   ในการที่จะได้ข้อมูลเพื่อคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมากรายที่สุด ให้เจ้าหน้าที่พัสดุที่รับผิดชอบในการจ้างที่ปรึกษา ดำเนินการขอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญจากแหล่งข้อมูลทั้งของต่างประเทศ และในประเทศ ให้ได้มากที่สุด
การคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลือน้อยราย ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลืออย่างมากไม่เกิน 6 ราย แล้วรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานเพื่อขอให้ออกหนังสือเชิญชวนเพื่อให้ที่ปรึกษายื่นข้อเสนอ

ข้อ 40   การออกหนังสือเชิญชวนเป็นที่ปรึกษาที่ได้คัดเลือกไว้น้อยรายเพื่อรับงาน อาจกระทำได้ โดย วิธีการยื่นข้อเสนอทางด้านเทคนิค และข้อเสนอด้านราคาพร้อมกัน หรือวิธียื่นข้อเสนอทางด้านเทคนิคเพียงซองเดียวก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร
ข้อ 41   คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1)
กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
(2)
พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกรายและจัดลำดับ
(3)
ต่อรองราคาโดยพิจารณาจากที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดก่อน (ในกรณีที่มีการยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิคแยกจากข้อเสนอราคา) หากไม่ได้ผล จึงจะเจรจาผู้ที่อยู่ในลำดับรองต่อไป เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม
ในกรณีที่พิจารณาการยื่นซองข้อเสนอทางด้านเทคนิคเพียงซองเดียว ให้เชิญที่ปรึกษาที่ มีข้อเสนอทางเทคนิคที่ดีที่สุดมายื่นข้อเสนอด้านราคา และเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม
แต่ถ้าไม่ได้ผล ให้เสนออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานนั้นยกเลิกการเจรจากับที่ปรึกษารายนั้น แล้วเปิดซองราคาของผู้ที่มีข้อเสนอทางเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไป หรือเชิญที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอ ทางเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไปมายื่นข้อเสนอด้านราคา แล้วแต่กรณี และเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม
(4)
เมื่อได้ราคาที่เหมาะสม จึงพิจารณาเงื่อนไขอื่น ๆ ที่จะกำหนดในสัญญา
(5)
เสนอรายงานผลการพิจารณา และความเห็นพร้อมด้วยเหตุผลต่ออธิการบดี หรือหัวหน้า หน่วยงาน แล้วแต่กรณี โดยผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
ข้อ 42   อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาให้เป็นไปตามความเหมาะสม ประหยัด และประสิทธิภาพของงาน ที่จะได้รับ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ลักษณะของงานที่จะจ้าง อัตราค่าจ้างของงานในลักษณะเดียวกันที่หน่วยงานอื่นหรือส่วนราชการอื่นเคยจ้าง จำนวนคน - เดือน (man - months) เท่าที่จำเป็น ดัชนี ค่าครองชีพ เป็นต้น
ในกรณีที่มีการจ่ายเงินล่วงหน้า ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างตามสัญญา และที่ปรึกษาต้องจัดให้มีธนาคารใดธนาคารหนึ่งเป็นผู้ค้ำประกันเงินค่าจ้างที่ได้รับไปล่วงหน้านั้น และให้หน่วยงาน ผู้ว่าจ้างคืนหนังสือค้ำประกันดังกล่าว ให้แก่ที่ปรึกษาเมื่อหน่วยงานนั้นได้หักเงินที่ได้จ่ายไปล่วงหน้าจาก เงินค่าจ้างที่จ่าย ตามผลงานแต่ละงวดครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ให้กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในสัญญาด้วย
การจ่ายค่าจ้างหน่วยงานราชการของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ให้จ่ายค่าจ้างล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละ ห้าสิบของค่าจ้างตามสัญญา และไม่ต้องมีหลักประกันเงินล่วงหน้าที่รับไปก็ได้

ข้อ 43   การจ่ายเงินให้แก่ที่ปรึกษาเป็นงวด ให้มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานหักเงินประกันผลงาน หรือให้ที่ปรึกษาใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคาร แทนการหักเงินประกันอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามแต่จะเห็น สมควร
 
ส่วนที่ 2
การจ้างออกแบบและควบคุมงาน
----------------------------------
ข้อ 44   การจ้างออกแบบและควบคุมงาน ให้กระทำได้ 4 วิธี คือ

(1)  วิธีตกลง
(2)  วิธีคัดเลือก
(3)  วิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด
(4)  วิธีพิเศษ

ข้อ 45   ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ จัดทำรายงานเสนออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน ตามรายการ ดังต่อไปนี้

(1)  ขอบเขตวงงาน รวมทั้งรายละเอียดเท่าที่จำเป็น
(2)  วงเงินงบประมาณค่าก่อสร้าง
(3)  ประมาณการค่าจ้าง
(4)  กำหนดเวลาแล้วเสร็จ
(5)  ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการต่อไป

ข้อ 46   การจ้างโดยวิธีตกลงให้กระทำได้ในวงเงินงบประมาณโครงการไม่เกิน 200,000 บาท
การจ้างโดยวิธีคัดเลือกให้กระทำในโครงการที่มีวงเงินงบประมาณเกิน 2,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท
การจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด ให้กระทำในโครงการที่มีวงเงินงบประมาณ เกิน 5,000,000 บาท
การจ้างโดยวิธีพิเศษ ให้กระทำได้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน หรือมีความจำเป็น หากล่าช้าไป จะเกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย หรือมีความจำเป็นต้องว่าจ้างนิติบุคคล หรือบุคคลเพื่อก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะพิเศษ
การจ้างโดยประกวดแบบ ให้กระทำสำหรับการจ้างออกแบบอาคารที่มีลักษณะพิเศษ เป็นที่เชิดชูคุณค่าทางศิลปกรรมหรือสถาปัตยกรรมของชาติ หรืองานออกแบบอาคารที่มีโครงสร้าง ขนาดใหญ่ เช่น สนามกีฬา เป็นต้น
ข้อ 47   การจ้างด้วยวิธีตกลง ได้แก่การจ้างออกแบบและควบคุมงานที่มหาวิทยาลัยเลือกจ้าง ผู้ให้บริการรายหนึ่งรายใด ที่เคยทราบหรือเห็นความสามารถแล้ว และเป็นผู้ให้บริการที่มีหลักฐานดี ทั้งนี้ โดยคณะกรรมการดำเนินการจ้างด้วยวิธีตกลงพิจารณาเสนอแนะ
ข้อ 48   ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้างด้วยวิธีตกลง ในการจ้างแต่ละครั้ง ให้คณะกรรมการดังกล่าว ตามวรรคแรก มีหน้าที่พิจารณาข้อกำหนดของผู้ให้บริการ ซึ่งต้อง ดำเนินการและเสนอ ความเห็นต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน โดยผ่านหัวหน้างานพัสดุ
ข้อ 49   การจ้างโดยวิธีคัดเลือก ได้แก่การจ้างออกแบบและควบคุมงาน โดยมหาวิทยาลัยว่าจ้างประกาศเชิญชวนการว่าจ้าง และคณะกรรมการดำเนินการจ้างพิจารณาคัดเลือกผู้ให้บริการที่มีข้อกำหนดเหมาะสมที่สุด เพื่อดำเนินการว่าจ้างต่อไป
ข้อ 50   ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งคณะกรรมการรับซองเสนองานและ คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก เพื่อดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือก
คณะกรรมการรับซอง ให้ประกอบด้วย ประธาน 1 คน และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 2 คน
คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก ประกอบด้วย ประธาน 1 คน และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 4 คน และควรมีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้ชำนาญในกิจการนั้นด้วยอย่างน้อย 1 คน
ข้อ 51   คณะกรรมการรับซองมีหน้าที่รับซองเสนองานจากผู้ให้บริการซึ่งยื่นภายในเวลากำหนด และนำซองดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก โดยไม่เปิดผนึก
ข้อ 52   คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก มีหน้าที่เปิดซองผู้ให้บริการที่เสนองานตามข้อ 51 และพิจารณาผู้ให้บริการที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากคุณวุฒิ ประวัติการทำงาน จำนวนสถาปนิกวิศวกร ที่ปฏิบัติงาน และเมื่อพิจารณาผู้ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว จึงเสนอรายงานความเห็นต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน โดยผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ
ข้อ 53   การจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด ได้แก่ การจ้างออกแบบและควบคุมงาน ที่มหาวิทยาลัยประกาศเชิญชวนการว่าจ้าง และคณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัด ข้อกำหนด พิจารณาคัดเลือกผู้ให้บริการที่เป็นนิติบุคคล โดยคำนึงถึงฐานะทางนิติบุคคล คุณวุฒิ และประวัติการทำงาน จำนวนสถาปนิก วิศวกร หลักฐานการแสดงผลงานที่ได้เคยปฏิบัติมาแล้ว ตลอดจน แนวคิดในการออกแบบ เพื่อดำเนินการจ้างต่อไป
ข้อ 54   ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน แต่งตั้งคณะกรรมการรับซองและคณะกรรมการจ้าง โดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด เพื่อดำเนินการตามข้อ 53
ให้นำความในข้อ 50 วรรคสองและวรรคสามมาใช้บังคับการแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคแรกโดยอนุโลม
ข้อ 55   ให้คณะกรรมการรับซอง มีหน้าที่รับซองเสนองาน จากผู้ให้บริการภายในเวลาที่กำหนด และนำส่งให้แก่คณะกรรมการจ้าง โดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด
ข้อ 56   ให้คณะกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนด เปิดซองซึ่งได้รับตามข้อ 55 และพิจารณา ข้อกำหนด และคัดเลือกผู้ให้บริการที่มีข้อกำหนดที่เหมาะสมไว้เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ราย และแจ้งวิธีการเสนองาน ตามความประสงค์ของผู้ว่าจ้างแก่ผู้เสนองาน และอาจพิจารณากำหนดให้ผู้ให้บริการเสนอแบบร่างของงานก็ได้
อนึ่ง การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอของงาน ให้คำนึงถึงแผนปฏิบัติงาน ความเหมาะสมทางด้านประโยชน์ใช้สอย ตลอดจนสายงานและความเหมาะสมทางด้านสถาปัตยกรรม และลงลายมือชื่อไว้ ในใบเสนองานเพื่อเป็นหลักฐาน
เมื่อคัดเลือกผู้เสนองานรายใด ซึ่งเป็นผู้เหมาะสมที่สุดแล้ว ให้รายงานพร้อมทั้งความเห็นและเหตุผลประกอบต่ออธิการบดีหรือ หัวหัวหน่วยงาน โดยผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ พร้อมด้วยหลักฐาน
ข้อ 57   มหาวิทยาลัยมีสิทธิบอกเลิกการคิดเลือกผู้ให้บริการได้ ในกรณีที่ผู้เสนองานเพียงรายเดียว หรือผู้ให้บริการเสนองานไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ หรือมีการขัดขวางการแข่งขันกัน อย่างเป็นธรรม
ข้อ 58   ให้แจ้งผลการตัดสินคัดเลือกและนัดหมายให้ทำสัญญาแก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกโดยเร็ว
ข้อ 59   การประกาศเชิญชวนการว่าจ้าง ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ กระทำโดยเปิดเผยทางสื่อสารมวลชนหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถทราบข้อมูลได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
 
หมวด 3
การริบหลักประกันและการจ่ายเงินล่วงหน้า
----------------------------------
ข้อ 60   มหาวิทยาลัยมีสิทธิริบหลักประกัน หรือใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากผู้ค้ำประกันผลงานของ ผู้รับจ้างในกรณีต่อไปนี้

(1)   ผู้รับจ้างหลีกเลี่ยงการทำสัญญาในระยะเวลาที่กำหนด
(2)   มหาวิทยาลัยไม่สามารถส่งใบแจ้งให้มาทำสัญญาได้เพราะ

(ก)   ผู้รับจ้างเลิกหรือหยุดกิจการ
(ข)   บุคคลนั้นถูกระงับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมหรือวิศวกรรม

(3)   ผู้รับจ้างผิดสัญญา และผู้ว่าจ้างได้บอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างแล้ว

ข้อ 61   การจ่ายเงินล่วงหน้า หรือค่าจ้างล่วงหน้า ให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง จะกระทำได้ในกรณี จำเป็น หรือเป็นธรรมเนียมปกติทางการค้า ทั้งนี้ โดยได้รับอนุมัติจากอธิการดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน
การจ่ายเงินให้แก่ผู้ขาย หรือผู้รับจ้างตามแบบธรรมเนียมการค้าระหว่างประเทศ โดยเปิดเลตเตอร์
ออฟเครดิต หรือโดยวิธีใช้ดร๊าฟ กรณีที่วงเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท ให้กระทำได้โดยไม่ถือว่าเป็น การจ่ายเงินล่วงหน้า
ข้อ 62   การจ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคาหรือ วิธีพิเศษ ผู้ขายหรือผู้รับจ้างต้องจัดให้ธนาคารแห่งใดแห่งหนึ่งค้ำประกันสำหรับงานที่ได้รับเงินล่วงหน้า ไปนั้น
 
หมวด 4
การตรวจรับพัสดุและการตรวจการจ้างและการควบคุมงาน
----------------------------------
ข้อ 63   คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ดังนี้
(1)
ตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบภายในเวลา 7 วันหรือตามที่ระบุไว้ ในสัญญาหรือข้อตกลง
(2)
ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบในทางเทคนิคหรือในทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒมาให้คำปรึกษา หรือส่ง พัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญหรือของผู้ทรงคุณวุฒินั้น ๆ ก็ได้
ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ
(3)
ให้ตรวจรับพัสดุในวันส่งมอบ และดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
(4)
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับเห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบครบถ้วนถูกต้องตามสัญญา หรือข้อตกลง ให้คณะกรรมการตรวจรับทำใบตรวจรับมอบให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง แล้วดำเนินการเพื่อขอเบิกจ่ายเงิน ต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่าวยงานแล้วแต่กรณีต่อไป ้
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับเห็นว่าการส่งมอบพัสดุมีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ในสัญญาหรือข้อตกลง ให้รายงานต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานโดยผ่านหัวหน้าหน้าที่พัสดุ เพื่อทราบหรือพิจารณาสั่งการต่อไป
(5)
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับเห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบมีเงื่อนไขถูกต้องตามสัญญา หรือข้อตกลง แต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบถ้วนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าในสัญญาหรือ ข้อตกลง มิได้กำหนดไว้ เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับเฉพาะส่วนที่ถูกต้องและให้ดำเนินการตามข้อ (4) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันตรวจพบ
(6)
การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจะไม่สามารถ ใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่า ผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังไม่ได้ส่งมอบพัสดุนั้น และให้รายงานอธิการบดีหรือ หัวหน้าหน่วยงานเพื่อให้แจ้งแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ตรวจพบ
(7)
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ บางคนไม่ยอมรับพัสดุ ให้ทำความเห็นแย้งไว้ในรายงาน และเมื่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานสั่งให้รับพัสดุนั้นไว้ ให้ดำเนินการตาม (4) หรือ (5) แล้วแต่กรณี
ข้อ 64   คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีหน้าที่ดังนี้
(1)
ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบคุมงานรายงาน โดยตรวจสอบกับแบบรูปรายการละเอียด และข้อกำหนดไว้ในสัญญาทุกสัปดาห์ รวมทั้งรับทราบหรือพิจารณาการสั่งหยุดงาน หรือพนักงานของผู้ควบคุมงานแล้วรายงานอธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
(2)
การดำเนินการตาม (1) หากมีกรณีที่สงสัยหรือมีกรณีที่เห็นว่าตามหลักวิชาการช่างไม่น่า จะ เป็นไปได้ ให้ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ โดยให้มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพิ่มเติม หรือตัดทอน งานจ้างตามที่เห็นสมควร และตาม หลักวิชาการช่างเพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา
(3)
ให้ตรวจรับการจ้างภายใน 3 วันนับแต่วันส่งมอบงาน และให้ดำเนินการตรวจรับให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
(4)
เมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าเป็นการถูกต้องครบถ้วน ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานครอบถ้วนในวันที่ส่งมอบ และให้ทำหลักฐานการตรวจรับ แล้วดำเนินการเสนอรายงานการตรวจรับ ต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายต่อไป
(5)
ในกรณีที่กรรมการบางคนไม่ยอมรับงาน ให้ทำความเห็นแย้งและเหตุผลพร้อมกับรายงาน การตรวจรับ หากอธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานสั่งให้รับงาน จึงดำเนินการตามข้อ (4)
ข้อ 65   ผู้ควบคุมงานมีหน้าที่ดังนี้
(1)
ตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง ให้ทำงานจ้างนั้น ทุกวัน เพื่อให้เป็นไปตามแบบรูป รายละเอียด และข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลง ทุกประการ และมีสิทธิ สั่งเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือตัดทอนตามที่เห็นสมควรได้ เพื่อให้เป็นไปตามแบบรูป ในกรณี ที่ผู้รับจ้างไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งให้มีสิทธิสั่งหยุดงานไว้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วนและรายงาน ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างทันที
(2)
ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูป รายละเอียด หรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกัน หรือเป็นที่คาดหมายว่า ถึงแม้จะเป็นไปตามแบบรูป หรือข้อกำหนด แต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาการช่างที่ดี หรือไม่ปลอดภัย ให้สั่งพนักงานไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจงานจ้างโดยเร็ว
(3)
ให้บันทึกการตรวจการจ้างทุกวัน และรายงานต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างทุกสัปดาห์
การบันทึกการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่งให้ระบุรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และวัสดุที่ใช้ด้วย
(4)
ให้รายงานผลการปฏิบัติงานของการจ้างตามกำหนดเวลาในสัญญาว่าเป็นไปตามสัญญา หรือข้อกำหนดหรือไม่ ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ ภายใน 3 วันทำการ นับแต่ในวันครบกำหนด ตามงวดงานในสัญญา
ข้อ 66   อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างและการควบคุมงาน เพื่อตรวจรับพัสดุ หรืองานก่อสร้างตามสัญญาที่ได้ตกลง
ให้คณะกรรมการตามวรรคแรก ประกอบด้วยประธาน 1 คน และกรรมการอื่นไม่เกิน 4 คน และควรต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องพัสดุหรืองานจ้างเป็นกรรมการด้วยอย่างน้อย 1 คน
เมื่อตรวจสอบแล้ว เห็นว่าถูกต้องให้ทำหลักฐานการตรวจรับ มอบให้ผู้รับจ้างและจัดทำรายงาน ต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อเบิกจ่ายต่อไป
ข้อ 67   ค่าจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างให้จ่ายได้ ไม่เกินร้อยละ 2 ของงบประมาณ ก่อสร้างของโครงการ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นและสมควรที่จะต้องจ่ายมากกว่านั้นจะสามารถดำเนินการได้ ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิการบดี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของงบประมาณการก่อสร้างของโครงการ
ค่าจ้างออกแบบหรือควบคุมงานตามวรรคแรก ไม่รวมถึงค่าสำรวจ และค่าวิเคราะห์ดินฐานราก
 
หมวด 5
การแลกเปลี่ยนและการเช่า
----------------------------------
ข้อ 68   การแลกเปลี่ยนพัสดุหรือครุภัณฑ์กับหน่วยงานของรัฐหรือของเอกชน ให้เป็นอำนาจของอธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน
การแลกเปลี่ยนพัสดุหรือครุภัณฑ์ โดยต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่ก็ตาม ให้อธิการบดีหรือหัวหน้า หน่วยงานเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
ข้อ 69   ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ เสนอรายงานต่อผู้พิจารณาอนุมัติตามข้อ 68 เพื่อพิจารณาสั่งการโดยมี รายการต่อไปนี้
(1)
เหตุผลและความจำเป็นต้องแลกเปลี่ยน
(2)
รายละเอียดพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะนำไปแลกเปลี่ยน
(3)
ราคาที่ซื้อหรือได้มาของพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะนำไปแลกเปลี่ยน และราคาที่จะ แลกเปลี่ยนได้โดยประมาณ
(4)
พัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะรับแลกเปลี่ยน และระบุว่าจากหน่วยงานใด
(5)
อื่น ๆ (ถ้ามี
ให้นำหลักเกณฑ์การซื้อมาใช้กับการแลกเปลี่ยนโดยอนุโลม
ข้อ 70   รายได้จากการแลกเปลี่ยนพัสดุหรือครุภัณฑ์ (หากมี) ให้เป็นราบได้ของมหาวิทยาลัย โดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง
ข้อ 71   เมื่อมีการับครุภัณฑ์ที่แลกเปลี่ยน ให้ลงทะเบียนครุภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยหรือของ หน่วยงานที่แลกเปลี่ยนแล้วแต่กรณี และให้แจ้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ภายใน 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับครุภัณฑ์
ข้อ 72   การเช่าสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ให้เป็นอำนาจของอธิการบดีหรือหัวหน้า หน่วยงานแล้วแต่กรณี
ให้นำหลักเกณฑ์การซื้อมาใช้กับการเช่า โดยอนุโลม
ข้อ 73   การเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้กระทำได้เพื่อใช้ประโยชน์ของมหาวิทยาลัย เช่น การบริการ การเรียนการ สวัสดิการด้านที่พักอาศัย เป็นต้น ทั้งนี้ การเช่าให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคม
ข้อ 74   เจ้าหน้าที่พัสดุมีหน้าที่ทำรายงานเสนออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานเพื่อขออนุมัติเช่า โดยมีรายการดังนี้
(1)
เหตุผล ความจำเป็นที่ต้องการเช่า
(2)
ราคาเช่าที่ผู้ให้เช่าเสนอ
(3)
รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเช่า เช่น สภาพของสถานที่ บริเวณที่ต้องการใช้ พร้อมทั้งกายภาพ (ถ้ามี) และราคาเช่าครั้งหลังสุด เป็นต้น
(4)
อัตราค่าเช่า ของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีขนาด สภาพและทำเลเดียวกับที่จะเช่า (ถ้ามี)
 
หมวด 6
การทำสัญญาและกำหนดเบี้ยปรับและลงโทษผู้ทิ้งงาน
----------------------------------
ข้อ 75   การลงนามในสัญญาในการจัดหาตามระเบียบนี้ เป็นอำนาจของอธิการบดีหรือหัวหน้า หน่วยงาน แล้วแต่กรณี และให้ทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด
การทำสัญญารายใดที่จำเป็นต้องมีข้องความหรือรายการแตกต่างไปจากแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด จะกระทำได้ต่อเมื่อไม่ทำให้มหาวิทยาลัยเสียเปรียบ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ 12 ของระเบียบนี้
ข้อ 76   การกำหนดค่าปรับจากการผิดสัญญาให้เป็นไปตามข้อตกลง ซึ่งอาจกำหนดเป็นค่าปรับ รายวันในอัตราตายตัวหรือเป็นจำนวนเงินจำนวนใดจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของอธิการบดี หรือ หัวหน้าหน่วยงาน ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงปกติประเพณีทางการค้าของกิจการนั้น ๆ
ข้อ 77   การแก้ไข เพิ่มเติมสัญญาที่ได้ลงนามแล้ว ให้เป็นอำนาจของอธิการบดีหรือหัวหน้า หน่วยงาน แล้วแต่กรณี แต่ต้องกระทำไปเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย หรือมิเป็นการเสียประโยชน์ ของมหาวิทยาลัย ในกรณีที่ต้องการเพิ่มวงเงินให้ดำเนินการได้หากอยู่ในงบประมาณที่ได้รับ
ข้อ 78   ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดอธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน แล้วแต่กรณี มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
ในกรณีที่เป็นการตกลงเพื่อเลิกสัญญา ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานสามารถกระทำได้เฉพาะ ที่ไม่ทำให้มหาวิทยาลัยเสียประโยชน์
ข้อ 79   การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาการทำสัญญาหรือข้อตกลง ให้อยู่ในดุลพินิจของอธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงเหตุจำเป็นที่เกิดขึ้นจริง ในกรณีต่อไปนี้
(1)   เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของมหาวิทยาลัย
(2)   เหตุสุดวิสัย
(3)   เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
ข้อ 80   การใช้สิทธิใด ๆ ที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่ายงาน มีดุลพินิจใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ข้อตกลง หรือข้อกฎหมาย ตามที่เห็นสมควร
ข้อ 81   ผู้ที่เสนอราคา ในการสอบราคาหรือประกวดราคา ซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ไม่ยอม ทำสัญญา หรือข้อตกลงภายในเวลากำหนด หรือผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือตกลงโดยไม่มีเหตุอันควร ให้หน่วยงานรายงานตามลำดับถึงอธิการบดี เพื่อพิจารณาให้ผู้ไม่ปฏิบัติมาข้อผูกมัด ของมหาวิทยาลัย เป็นผู้ทิ้งงาน และเวียนแจ้งไปทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ห้ามซื้อหรือจ้างผู้ทิ้งงาน ที่ได้รับแจ้งเวียนชื่อแล้ว เว้นแต่จะได้รับการเพิกถอนจากการเป็นผู้ทิ้งงาน
 
หมวด 7
การยืม
----------------------------------
ข้อ 82   การยืมหรือนำพัสดุไปใช้ ให้กระทำได้เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย และเพื่อเป็น สวัสดิการของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ อธิการบดีมีอำนาจสั่งให้ยืมในระหว่างหน่วยงาน ส่วนหัวหน้าหน่วยงานมีอำนาจสั่งให้ยืมในหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ข้อ 83   การคืนพัสดุที่ยืมใช้คงรูป ให้คืนเมื่อครบกำหนดหรือเมื่อใช้ตามวัตถุประสงค์เสร็จสิ้น ในสภาพที่ใช้การได้ หากมีความเสียหายหรือสูญหายเกิดขึ้น ผู้ยืมเป็นผู้รับผิดชอบในการซ่อมแซม หรือ หาพัสดุมาทดแทน หรือใช้ราคาที่เป็นอยู่ในขณะที่ยืมก็ได้
ข้อ 84   การยืมพัสดุที่ใช้สิ้นเปลืองให้กระทำได้ในกรณีเร่งด่วนหรือจำเป็น และจะต้องนำมาคืน ตามประเภท ขนาดและจำนวน เช่นเดียวกับที่ยืมไป
ข้อ 85   ในกรณีที่ไม่มีการคืนพัสดุที่ยืมภายในเวลากำหนด หรือภายในเวลาอันควร ให้ผู้ให้ยืม ติดตามทวงพัสดุภายใน 10 วันทำการ นับแต่วันครบกำหนด หรือเวลาอันควรแล้วแต่กรณี
 
หมวด 8
การควบคุมพัสดุ
----------------------------------
ข้อ 86   ให้เจ้าหน้าที่พัสดุของแต่ละหน่วยงาน จัดทำทะเบียนและบัญชีพัสดุ ไว้เป็นหลักฐาน ตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด
การรับจ่ายพัสดุ ให้กระทำโดยละเอียด รอบคอบ และทำหลักฐานการเบิกจ่ายไว้ในทะเบียนทุกครั้ง
การเก็บรักษาพัสดุต้องกรทำอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย และให้ถูกต้องตามทะเบียน
การลงรายการพัสดุอาหารสด จะลงรายการอาหารสดทุกชนิดในบัญชีเดียวกันก็ได้
ข้อ 87   ก่อนสิ้นเดือนกันยายนของทุกปี ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน แล้วแต่กรณีแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุคนหนึ่งหรือหลายคน เพื่อตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุงวดตั้งแต่เดือนตุลามคม ปีก่อน ถึงกันยายนปีปัจจุบัน และตรวจนับครุภัณฑ์และพัสดุประเภทที่คงเหลืออยู่เพียง วันสิ้นงวดนั้น
เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคแรก มีหน้าที่ตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุและตรวจนับครุภัณฑ์และพัสดุคงเหลือตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม เป็นต้นไป และให้ตรวจสอบในเรื่องความถูกต้องของการรับจ่ายพัสดุ ครุภัณฑ์และพัสดุที่คงเหลืออยู่มีตัวอยู่หรือไม่ มีครุภัณฑ์และพัสดุที่ชำรุดเสื่อมคุณภาพหรือสูญหายไปหรือไม่ เพียงใด หรือครุภัณฑ์และพัสดุที่ไม่จำเป็นต้องใช้เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยอีกต่อไป แล้วให้เสนอรายงานต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน ภายใน 30 วันทำการ นับแต่วันที่ดำเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น
เมื่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานได้รับรายงานตามวรรคสองแล้ว ให้ส่งสำเนารายงานไปยัง ผู้ตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย 1 ชุด และส่งสำเนารายงานไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน 1 ชุด
ข้อ 88   ถ้ามีเหตุอันควรเชื่อว่าครุภัณฑ์และพัสดุที่ชำรุด เสียหายหรือเสื่อมคุณภาพตามที่ได้รับ รายงานในข้อ 87 เกิดจากการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานแล้วแต่กรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาผู้รับผิดชอบทางแพ่ง
ให้คณะกรรมการดังกล่าวตามวรรคแรก ดำเนินการสอบสวนและเสนอผลการสอบสวนภายในเวลา 60 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง แต่อาจขยายเวลาออกได้ ตามที่จำเป็นโดยอนุมัติจากอธิการบดีหรือ หัวหน้าหน่วยงาน
 
หมวด 9
การจำหน่าย
----------------------------------
ข้อ 89   ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตามข้อ 87 ได้ตรวจสอบพัสดุแล้วมีรายงานเกี่ยวกับพัสดุที่หมด ความจำเป็น หรือหากใช้ในมหาวิทยาลัยจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน มีอำนาจสั่งให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(1)  ขาย
(2)  แลกเปลี่ยน
(3)  โอนให้แก่หน่วยราชการหรือองค์การสาธารณกุศล
(4)  แปรสภาพหรือทำลาย

การดำเนินการตาม (1) และ (2) ให้นำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อและแลกเปลี่ยนมาอนุโลมใช้
การดำเนินการตามวรรคแรก ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วันทำการ นับแต่วันได้รับคำสั่ง
เงินที่ได้จากการขายหรือแลกเปลี่ยนให้เป็นรายได้ของมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานแล้วแต่กรณี
ข้อ 90   ในกรณีที่พัสดุสูญหาย โดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิด หรือมีตัวผู้รับผิดแต่ไม่อาจชดใช้ได้ หรือเป็นพัสดุตามข้อ 89 แต่ยังไม่สมควรจำหน่าย ให้อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานสั่งให้จำหน่ายพัสดุ เป็นสูญ ในกรณีที่พัสดุมีราคาไม่เกินหนึ่งล้านบาท
ในกรณีที่พัสดุมีราคารวมกันเกินหนึ่งล้านบาท ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้อนุมัติ
ข้อ 91   เมื่อจำหน่ายพัสดุแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุลงจ่ายพัสดุนั้นออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที แล้วแจ้งให้อธิการบดี หรือหัวหน้าหน่วยงาน และผู้ตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัยทราบ ภายใน 30 วันนับแต่วันลงจ่ายพัสดุนั้น
สำหรับพัสดุที่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายให้จ้างนายทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย
 
หมวด 10
โทษทางวินัยของเจ้าหน้าที่
----------------------------------
ข้อ 92   ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบนี้ กระทำหรือละเว้นกระทำการตามที่ระเบียบโดยปราศจากอำนาจ หรือนอกอำนาจหน้าที่ หรือยอมให้ผู้อื่นกระทำหรือละเว้นกระทำการทำให้มหาวิทยาลัยเสียหาย รวมทั้งการมีพฤติกรรม ที่เอื้ออำนวยต่อผู้ที่เข้าเสนอราคา หรือเสนองานให้มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม ถ้าได้กระทำการ โดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ หรือโดยทุจริตหรือ ไม่สุจริต ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวกระทำผิดวินัยและต้องรับโทษทางวินัย ดังนี้
(1)
ถ้ากระทำโดยทุจริต ให้มีโทษตั้งแต่ให้ออกหรือเลิกจ้าง
(2)
ถ้ากระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออันเป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยเสียหาย ให้ลงโทษตั้งแต่ตัดค่าจ้าง
(3)
ถ้ากระทำผิดระเบียบแต่ไม่ถึงขนาดที่ทำให้มหาวิทยาลัยเสียหาย ให้ลงโทษโดยการว่ากล่าวตักเตือนหรือภาคทัณฑ์
ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิของมหาวิทยาลัยที่จะดำเนินคดีแก่ผู้นั้นในทางละเมิดหรืออาญาตามกฎหมาย หรือ การสั่งลงโทษทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง (ถ้ามี)
 
หมวด 11
บทเฉพาะกาล
----------------------------------
ข้อ 93   พัสดุใดที่มีอยู่ไม่ว่าจะได้มาโดยวิธีใด ก่อนที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้เป็นพัสดุของมหาวิทยาลัยตาม
ระเบียบนี้
ข้อ 94   รายชื่อผู้ทิ้งงานที่มีอยู่ก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบนี้ด้วย
ข้อ 95   การพัสดุที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการตามระเบียบที่ใช้บังคับอยู่เดิม จนกว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้น หรือจนกว่าจะสามารถดำเนินการ ตามระเบียบนี้ได้
 
ประกาศ ณ วันที่............. เดือน.............................. พ.ศ.................
(ลงนาม).....................................
อธิการบดี