| 29/12/41 |
๑๐
ข่าวดังด้านโทรคมนาคมปี ๒๕๔๑ |
19:33 |
|
ในรอบปี ๒๕๔๑ ข่าวคราวทางด้านสื่อสารโทรคมนาคม
เป็นเรื่องที่อยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน
และผู้ประกอบกิจการด้านนี้ไม่น้อย
สำนักข่าวไทย หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ แนวหน้า
ประชาชาติธุรกิจ ฐานเศรษฐกิจ ผู้จัดการรายเดือน
บางกอกโพสต์ เดอะ เนชั่น และมติชน ได้ร่วมจัดอันดับ
๑๐ ข่าวดังด้านโทรคมนาคมที่เกิดขึ้น ในปีเสือดุที่ผ่านมา
|
ข่าวแรก ให้ชื่อว่า
เมื่อยาฮั้วสิ้นฤทธิ์ SDH ก็สิ้นใจ
ไม่มีใครในแวดวงสื่อสารโทรคมนาคม
จะเถียงได้ว่า ข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวใหญ่
โด่งดังที่สุดในรอบปี เพราะโครงการอภิมหา
"ฮั้ว" ที่ถูกนายทวี ไกรคุปต์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์
พรรคเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เล่นการเมืองในพรรค นำเรื่องมาแฉจนเกือบหมดเปลือก
สะเทือนทั้งตัวนายสุเทพเอง ที่ถูกระบุว่ามีเอี่ยว
ในโครงการนี้ด้วย และ เอกชน ๖ ราย ที่ถูกมองว่ารวมหัวกันฮั้ว
ให้ราคาเคเบิลใยแก้วและอุปกรณ์ในโครงการ
สูงเกินจริง โครงการนี้มีมูลค่าเบื้องต้น
ประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี
๒๕๓๙ ถูกตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ การกำหนดให้แบ่งพื้นที่ประมูลเป็น
๖ โซน นัยว่า เพื่อความลงตัว ของเอกชน
๖ ราย อันได้แก่ โตเมน ซีเมนส์ อีริคสัน จัสมิน
มิตซุย และล็อกซเลย์ อย่างไรก็ตาม มีความพยายามของ
ทศท. ที่จะทำให้การประมูลโปร่งใส ด้วยการล้มประมูลมาหลายต่อหลายครั้ง
แต่จนแล้วจนรอด ๖ รายนี้ ก็ยังเข้าวินมาโดยตลอด
ในที่สุดคณะกรรมการ ทศท. ที่มีนายมีชัย
วีระไวทยะ เป็นประธาน ได้ตัดสินใจยกเลิกการประกวดราคาไปอีกครั้ง
เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๑ ขณะนี้กำลังเตรียมดำเนินแนวทางใหม่
ให้ ทศท. จัดหาเคเบิลใยแก้วและอุปกรณ์เอสดีเอชเองโดยตรง
จากผู้ผลิต เพื่อความโปร่งใสสุดๆ ขณะที่วงเงินโครงการเพิ่มขึ้นไปเป็น
๑๐,๔๐๐ ล้านบาทแล้ว ท่ามกลางข้อร้องเรียนของ
เอกชน ๖ ราย และความเป็นห่วง เรื่องความล่าช้าของโครงการ
..
|
ข่าวเด่นเรื่องที่สอง
ให้ชื่อว่า ลดค่าบริการมือถือ ใช่เลย
.การเมือง
ไม่ว่าใครก้าวเข้ามารับตำแหน่งเจ้ากระทรวงคมนาคม
ก็อดไม่ได้ที่จะประกาศประกาศิต จะลดค่าบริการรายเดือนของโทรศัพท์เคลื่อนที่จาก
๕๐๐ บาท เหลือ ๓๐๐ บาท แต่ก็ยังไม่เห็น ฯพณฯ คนใดทำได้สำเร็จ
ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เช่นกัน ประกาศนโยบายชัดเจนเช่นกัน
แถมเน้นหนักเจาะจงให้ข่าวความได้เปรียบของโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ
๙๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัทที่มีชื่อเดียวกับนามสกุลของ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย
ในช่วงเวลาที่พรรคไทยรักไทยกำลังเปิดตัว
เนื้อหาข่าวที่ออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุถึง
การบริการที่ไร้คุณภาพ ขณะที่เจ้าของกิจการร่ำรวยขึ้นทุกขณะ
โดยที่ไม่แตะต้องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ของค่ายยูคอมที่มีคุณภาพบริการแย่พอ
ๆ กัน เว้นแต่จะขอให้ลดค่าบริการลงเท่านั้น
ความอดกลั้นของหัวหน้าพรรคไทยรักไทยมีไม่พอ
จึงต้องออกมาตอบโต้เรื่องนี้ โดยระบุชัดว่าเป็นความตั้งใจทำลายกันทางการเมือง
เมื่อเวลาล่วงเลยหมดฤดูหาเสียงของทั้งสองฝ่าย
นายสุเทพก็ออกมา ยอมรับว่าไม่สามารถทำให้ค่ายใดลดค่าบริการลงได้
และหันมาปิดฉากเกมการเมือง โดยการบีบให้
การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
(ทศท.) ร่วมกันเปิดบริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่อีก
๑ ระบบ จะกำหนดค่าบริการรายเดือน ๓๐๐ บาท ทำได้หรือไม่
..ต้องติดตาม
|
PCT: หมดท่า ไวอากราก็ปลุกไม่ขึ้น
เป็นชื่อข่าวดังอันดับ ๓
ที่มีบริษัทเทเลคอมเอเซีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
หรือทีเอ เป็นผู้แสดงนำ ด้วยการเปิดตัวระบบโทรศัพท์
PCT :Personal Communication Telephone เริ่มทดลองให้บริการสร้างความฮือฮาให้ลูกค้าประมาณ
๑๑๐,๐๐๐ ราย ตั้งแต่ ปี ๒๕๓๙ แต่จนถึงปีนี้ก็ยังไม่มีกำหนดเปิดให้บริการจริงเสียที
ปัญหาใหญ่เกิดจาก การที่ทีเอไม่สามารถตกลงเรื่องภาระหนี้สิน
ที่ค้างกับซัพพลายเออร์ในการนำเข้าอุปกรณ์
โดยเฉพาะบริษัทเอ็นอีซี ที่มีมูลค่ารวมทั้งโครงการถึง
๒๔,๐๐๐ ล้านบาท หากทีเอเปิดให้บริการจริงวันใด
ก็จะมีผลผูกพันให้ต้องชำระเงินให้เอ็นอีซีตามที่ระบุ
ในสัญญา ดังนั้น ทีเอ จึงใช้ข้ออ้างเรื่องปัญหาการติดตั้ง
coverage area และการเจรจาทางการเงินที่ไม่มีข้อยุติ
มาเป็นเหตุผลที่ยังไม่เปิดบริการจริง
อีกทางหนึ่งผู้บริหารทีเอ ก็ย่องพบผู้บริหาร
ทศท.ขอเลิกโครงการ ที่รับอาสาทำระบบพีซีที
กับเลขหมายของ ทศท. ด้วย เพื่อเลี่ยงปัญหากับซัพพลายเออร์
แต่ ทศท.ก็ปฏิเสธ ถึงขณะนี้ปัญหายังคาราคาซังแม้จะมีพลังไวอากราก็ปลุกไม่ขึ้น
|
ข่าวดังเรื่องที่
๔ มีชื่อว่า ปฏิรูปโทรคม จมอยู่ในปลัก
ที่ต้องเรียกว่า จมอยู่ในปลัก เพราะการแปรรูปกิจการโทรคมนาคม
ตามแผนแม่บทโทรคมนาคม ยังไม่มีความคืบหน้าเอาเสียเลย
แม้ว่า ตามแผนจะระบุว่า ปี ๒๕๔๑ เป็นปีเริ่มต้นการปฏิวัติกิจการโทรคมนาคม
แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดมาคือการศึกษา
ศึกษา และศึกษา ผลดีผลเสียแนวทางดำเนินการ
รวมทั้งรอการแก้ไข กฎหมายโทรคมนาคมทั้งระบบ
เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแปรรูป กสท.
และ ทศท. นอกจากนี้ ยังมีปัญหาใหญ่ เรื่องการแก้สัญญาสัมปทาน
ที่เอกชนทำไว้กับ ๒ หน่วยงานนี้ เดือนตุลาคม
๒๕๔๒ เป็นเป้าหมาย ของการเปิดเสรีกิจการโทรคมนาคมในประเทศ
ซึ่ง กสท. และ ทศท. ต้องแปลงสภาพหน่วยงานเป็นบริษัท
จำกัด เพื่อจะดำเนินกิจการแข่งขันกับเอกชนแล้ว
แต่ขณะนี้ พ.ร.บ. กสท. และ พ.ร.บ. ทศท. ยังไม่ถูกเสนอเข้าสู่สภา
เช่นเดียวกับการร่างกฎหมายโทรคมนาคม ที่จะกำหนดให้มีองค์กรควบคุมกิจการโทรคมนาคม
ที่เรียกว่าคณะมนตรีการสื่อสารแห่งชาติ
ก็ยังไม่เข้าสู่สภาเช่นกัน ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ส่งร่างฉบับสมบูรณ์ที่เรียกว่า ร่าง พ.ร.บ.องค์กรบริหาร
คลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และการโทรคมนาคม มาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว
แต่เนื้อหาของกฎหมายกลับไม่ตรงความเห็นของกระทรวงคมนาคม
และคงต้องร้องเพลงรอต่อไป ท่ามกลางความเป็นห่วงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับการแปรรูป
กสท. ทศท. ที่จะต้องขายหุ้นให้พันธมิตรต่างชาติ
เพื่อนำเงินมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติต้อง |