ข่าวประชาสัมพันธ์ มธ.
โดยงานประชาสัมพันธ์ กองกลาง โทร.613x3030
๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒


มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล รูปโฉมใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สู่ความเป็นสากล


การประชุมสัมมนา เรื่อง "โครงสร้างการบริหาร ภาระงาน และการกระจายอำนาจ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในกำกับของรัฐบาล" ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒-๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ ณ ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และโรงแรมเฟลิกซ์ ริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นการเตรียมตัว สู่มาตรฐานสากล ทางการศึกษา ในรูปแบบของ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา ประกอบด้วย คณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย คณะ/สำนัก/สถาบัน และสำนักงานอธิการบดี รวม ๙๗ คน

ในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ ณ ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ รองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ศิริชนะ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ในฐานะ ประธานในพิธีเปิดการสัมมนา กล่าวถึง นโยบาย ของทบวงมหาวิทยาลัย ในการปรับเปลี่ยน เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ของรัฐบาลว่า ทบวงฯ จะดูแล ในเรื่อง นโยบาย งบประมาณ การประกันคุณภาพการศึกษา และการตรวจสอบ เท่านั้น ทบวงฯ จะไม่กำหนดรูปแบบที่ตายตัว ของมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐบาล เพียงแต่ไม่ต้องใช้ระเบียบราชการ อีกต่อไป ด้วยการสร้างระบบใหม่ ที่คิดว่ามีประสิทธิภาพ มากที่สุดของตัวเอง ทบวงฯ ให้อิสระ การบริหารจัดการ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ ทุกอย่าง แก่มหาวิทยาลัย เป็นผู้กำหนด ระบบระเบียบ การบริหารงานต่างๆ ได้เอง ตามต้องการ โดยอยู่บน พื้นฐานของความชอบธรรม และปรัชญา ของมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ในการทำงาน การบริหารงาน ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบัน ที่ต้องการปรับเปลี่ยน ที่รวดเร็ว ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ทางวิชาการของโลก ลดขั้นตอน การปฏิบัติต่างๆ และเอื้อประโยชน์ ให้คนในมหาวิทยาลัย ทำงานได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยอาศัยระบบ การประเมินคุณภาพ บุคลากร ซึ่งมหาวิทยาลัย เป็นผู้ตั้งเกณฑ์การประเมินเอง บนพื้นฐานความเป็นธรรม และพอใจของทุกฝ่าย

สถานภาพของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐอยู่ แต่ไม่เป็นส่วนราชการ มีฐานะเป็นนิติบุคคล สามารถทำนิติกรรมได้ สามารถออกกฎเกณฑ์บริหารตัวเอง ได้ทุกเรื่อง โดยรัฐยังคงให้การสนับสนุนงบประมาณ ที่เพียงพอสำหรับประกันคุณภาพการศึกษา ส่วนบุคลากรจะพ้นสถานภาพจากข้าราชการ ไปเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัย จะกำหนดการบริหารงาน อัตราเงินเดือน และสวัสดิการต่างๆ ขึ้นเอง นอกจากนี้ การเข้าสู่ระบบใหม่ การทำงานจะทำเป็นสัญญาจ้าง ซึ่งแล้วแต่จะกำหนดให้เหมาะสม เพื่อให้คนกระตือรือร้นในการทำงาน

ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลง เป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐบาล กับการประกันคุณภาพการศึกษา จะไปด้วยกันโดยปริยาย เป็นหนทางหนึ่ง ในการที่จะนำสู่ความเป็นเลิศ พร้อมที่จะก้าวสู่โลกภายนอก นานาประเทศ จะยอมรับ ในคุณภาพการศึกษาของไทย จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ความรู้ทางวิชาการมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน

จากนั้น ฯพณฯ นายประจวบ ไชยสาส์น รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึง นโยบายการบริหารอุดมศึกษาว่า มหาวิทยาลัยควรเป็น สถาบัน ที่ช่วยชี้นำทางสังคม เป็นที่พึ่งพิง ทางสังคมได้ เตรียมคนที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน ที่สำคัญ คือ อย่าหยุดยั้งการพัฒนาคน นอกจาก การเรียนการสอน ตามหลักสูตรแล้ว ต้องฝึกความคิดด้วย ฝึกทักษะ ที่สามารถนำไปใช้ได้ ในสภาพความเป็นจริง ควรมีการวางแผนระยะยาว เพราะอนาคต โลกจะต่อสู้แข่งขันกัน ด้วยปัญญา ดังนั้น เราต้องสร้างคนให้มีปัญญา มีความคิดทันโลก ในทุกด้าน การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็น และการแลกเปลี่ยน เป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐบาล เป็นวิธีการหนึ่ง ที่จะช่วยพัฒนาการศึกษาของไทย ให้ทัดเทียมนานาชาติ แต่การปรับเปลี่ยนระบบ ต้องค่อยเป็นค่อยไป และทุกฝ่ายเห็นชอบด้วย นอกจากนี้ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะการพัฒนา หลักสูตรนานาชาติ หรือ International Studies ยังเป็นอุบายหนึ่ง ที่ทำให้คนต่างชาติ หรือแม้แต่คนไทย ที่นิยมเรียนต่างประเทศ ให้กลับมาเรียน ในประเทศไทยมากขึ้น

ส่วนนโยบายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการปรับเปลี่ยน เป็นมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐบาลนั้น ศาสตราจารย์ คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้แนวคิดไว้ว่า ควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงงาน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม กับการทำงานอย่างอิสระ ภายหลังการปรับเปลี่ยนระบบ การปรับตัวให้พร้อม คือ การช่วยกันเอาระเบียบข้อบังคับต่างๆ มาพิจารณา โดยเฉพาะ ปัญหาการเงิน การคลังในระบบราชการ ซึ่งเป็นปัญหา ที่ขัดกับ การพัฒนา คุณภาพการศึกษามาก ให้นำปัญหาเหล่านั้นมาแก้ไข ปรับปรุง ให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยต้องเตรียมตัว สำหรับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย สิ่งที่ต้องเตรียม คือ คณะกรรมการมาตรฐานการศึกษา คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา เพื่อเป็นการควบคุมมหาวิทยาลัย ให้ได้มาตรฐาน เพราะอนาคตจะต้องมี การประเมินคุณภาพการศึกษา ทั้งการประเมินภายใน โดยมหาวิทยาลัยเอง และการประเมินจากภายนอก ที่คอยจับตาดูอยู่ ดังนั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ควรรอ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ แต่ควรรีบเตรียมตัว เอาไว้ก่อน ทำมาตรฐาน การประเมินคุณภาพ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เอง เป็นการควบคุมตัวเอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควรทำงานในลักษณะผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตาม เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเอง

ส่วนเรื่องการเงิน การงบประมาณ ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผล ความคล่องตัว ความรับผิดชอบในด้านการเงิน ทุกคนทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน ต้องมีความโปร่งใส และถูกตรวจสอบได้ ในทางวิชาการ ต้องปรับปรุงหลักสูตรใหม่ทั้งหมด สร้างคนให้คิดเป็น สร้างสรรค์เป็น สร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพเหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงครูบาอาจารย์ ต้องปรับปรุงตัวเอง ปรับปรุงการสอนด้วย โดยดึงนักศึกษาเข้ามาช่วยคิด ให้ผู้เรียน เป็นศูนย์กลางการศึกษา และการจัดกิจกรรมเสริมนอกหลักสูตร เพื่อพัฒนาให้บัณฑิต เป็นคนเก่งคนดี มีสาระมากขึ้น

นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวฝากในตอนท้ายว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องพยายามดึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ากลมกลืนกับสังคมศาสตร์ให้ได้ ความคิดจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เด็กทางสังคมศาสตร์ ต้องมีความรู้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก

ในเรื่องการบริหารงบประมาณ สำหรับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล นายสมนึก พิมลเสถียร ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์งบประมาณด้านการศึกษา สำนักงบประมาณ ชี้แจงว่า แผนงานงบประมาณจะเหลือ ๓ แผนงาน คือ แผนงานจัดการศึกษา แผนงานวิจัย และแผนงานบริการสาธารณสุข โดยมอบอำนาจการโอนย้ายงบประมาณให้อธิการบดี ผ่านสภามหาวิทยาลัย การซื้อครุภัณฑ์จะเป็นไปตามแผนจัดหาครุภัณฑ์ ของแต่ละแผนงาน รวมถึง การปรับปรุงโครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค จะเป็นตามแผนการปรับปรุง ของแต่ละแผนงาน เช่นกัน และการเสนองบประมาณ เสนอเป็นโครงการ แต่รายการงบประมาณ จัดสรรให้ ปีต่อปี ไม่เป็นรายการผูกพัน

การจัดเงินงบประมาณอุดหนุนของรัฐบาล ให้มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล จะเป็นลักษณะของ Block Grant แบ่งเป็น Direct Grant ได้แก่ เงินอุดหนุนต่อหัวนักศึกษา (General Grant) เช่น จัดการเรียนการสอน เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ (Spectific Grant) เช่น โครงการ/วิจัย/สำนักงาน เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายลงทุน (Special Grant) เช่น การก่อสร้างตามแผนแม่บท เงินอุดหนุนตามพันธสัญญา (Contract Grant) เช่น วิจัยเฉพาะกิจ/ผลิตสาขาขาดแคลน และ Indirect Grant โดยจัดสรรเป็น Contract Agreement ตามเป้าหมายผลการดำเนินงาน ได้แก่ กองทุนกู้ยืม กองทุนเพื่อการศึกษา (Endowment) และเงินจ่ายอื่นๆ

ผอ.สำนักวิเคราะห์งบประมาณฯ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องหนึ่ง ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงกันมาก ก็คือ อัตราค่าตอบแทน โดยจะกำหนดเป็นอัตราอ้างอิง ในจัดงบประมาณ ซึ่งมหาวิทยาลัย จะจ้างสูงกว่าหรือต่ำกว่า อัตราอ้างอิงก็ได้ ทั้งนี้ จะแบ่งเป็น
๑. บัญชีเงินเดือน ได้แก่ ค่าตอบแทนพื้นฐาน และค่าตอบแทนวิชาชีพ ผู้สอน/วิชาชีพอื่น
๒. ค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน (performance pay scale) ได้แก่ ตำแหน่งวิชาการ เงินเพิ่มภาระการสอน ตำแหน่งผู้บริหารวิชาการ และเงินเพิ่มภาระกิจพิเศษ
โดยค่าตอบแทนดังกล่าว อาจกำหนดเป็นขั้น เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ หรือจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มเติม เมื่อมีการสอนเพิ่ม ๑ วิชา ๒ วิชา ๓ วิชา เป็นต้น
นอกจากนี้ ในพระราชบัญญัติการศึกษา จะมีคณะกรรมการในลักษณะ Funding Committee เพื่อพิจารณา ประเมินผลการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และจัดสรรงบประมาณ ให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ และความสัมฤทธิผลของงาน ที่มหาวิทยาลัยปฏิบัติ

ขอเชิญติดตามรายละเอียด การสรุปการจัดสัมมนา เรื่อง "โครงสร้างการบริหาร ภาระงาน และการกระจายอำนาจของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในกำกับของรัฐบาล" ได้ในจุลสารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๒

#420225-61a


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอเชิญร่วมงาน
วันคล้ายวันเกิด ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ในวันที่ ๙ มีนาคม ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


รองศาสตราจารย์ ดร.นริศ ชัยสูตร อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงว่า เนื่องในโอกาส คล้ายวันเกิด ของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบ ๘๓ ปี ในวันอังคารที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๒

ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาต่อท่าน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ จึงกำหนดจัดงานอาจารย์ป๋วย ประจำปี ๒๕๔๒
ในวันอังคารที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๒
เวลา ๙.๓๐ น.
พิธีถวายสังฆทานพระสงฆ์จำนวน ๑๐ รูป
ณ บริเวณหน้าตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขอเชิญคณาจารย์ ข้าราชการ นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมในงานอาจารย์ป๋วย ประจำปี ๒๕๔๒ ในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๒ เวลา ๙.๓๐ น. ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เกิดวันที่ ๙ มีนาคม ๒๔๕๙ ที่ตลาดน้อย อำเภอสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา แผนกภาษาฝรั่งเศส จากโรงเรียนอัสสัมชัญ พระนคร พ.ศ. ๒๔๗๖ และธรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง และสำเร็จปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ (Ph.D) London School of Economics มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๒

ประวัติการทำงาน
เริ่มทำงาน เป็นครูโรงเรียนอัสสัมชัญ พระนคร
๒๔๗๖-๒๔๘๐ ล่ามภาษาฝรั่งเศส ให้กับ ศาสตราจารย์ชาวฝรั่งเศส มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์และการเมือง
๒๔๘๕-๒๔๘๘ รับราชการ ในกองทัพ แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย ในประเทศอังกฤษ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ๒๕๐๒-๒๕๑๔ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
๒๕๐๗-๒๕๑๕ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
๒๕๑๘-๒๕๑๙ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ท่านได้รับ ได้แก่ Member of the British Empire (M.B.E.), จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก, ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก, ทุติยจุลจอมเกล้า, มหาวชิรมงกุฏไทย, มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

#420225-62a

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดบริการเอ็กซเรย์ปอด ประจำปี ๒๕๔๒


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมบริการนักศึกษานานาชาติ แห่งประเทศไทย กำหนดจัดสวัสดิการ บริการเอ็กซเรย์ปอด (ฟิล์มเล็ก) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้แก่คณาจารย์ ข้าราชการ และลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ที่มีอายุต่ำกว่า ๓๕ ปี โดยมหาวิทยาลัย เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ตามกำหนดการดังนี้

วันศุกร์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๒
เวลา ๐๘.๐๐-๑๕.๓๐ น. ให้บริการ ณ ด้านหน้าตึกโดม ด้านลานปรีดี มธ. ท่าพระจันทร์

วันอังคารที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๒
เวลา ๐๘.๐๐-๑๒.๐๐ น. ให้บริการ ณ บริเวณ ด้านหน้าอาคารวิจัยและบริการวิชาการ มธ.ศูนย์รังสิต และ
เวลา ๑๓.๐๐-๑๕.๓๐ น. ให้บริการ ณ ใต้ตึกคณะแพทยศาสตร์ มธ. ศูนย์รังสิต

สำหรับในปีนี้ สมาคมบริการนักศึกษานานาชาติแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีบริการตรวจกรุ๊ปเลือด แก่ผู้ที่ประสงค์จะเข้ารับการตรวจกรุ๊ปเลือด โดยคิดค่าบริการคนละ ๒๐ บาท และขอให้ผู้ที่ประสงค์จะตรวจกรุ๊ปเลือด จ่ายเงินค่าบริการ ให้แก่เจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ โดยตรง

#420225-62b

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานวันเกียรติยศนักศึกษา
ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ นี้

รองศาสตราจารย์ ดร.นริศ ชัยสูตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงว่า มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ร่วมกับสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานวันเกียรติยศนักกีฬา ในวันศุกร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ เวลา ๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ น. ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ แก่นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ซึ่งสร้างชื่อเสียง ให้แก่มหาวิทยาลัย และประเทศชาติ ในการนี้ ทางสมาคมธรรมศาสตร์ฯ จะมอบสร้อยคอทองคำ ให้แก่นักกีฬา ที่ชนะเลิศการแข่งขัน คนละ ๑ สลึง จำนวน ๓๑ เส้น

สำหรับนักกีฬาดีเด่น ที่มีผลงานดีเด่นประจำปี ๒๕๔๑ มี ๒ คน ได้แก่
นายวรุฒ วิเศษสิงห์ นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ปี ๑ เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล และ นางสาวพรรษา แจงบำรุง นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ปีที่ ๑ เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ

ผู้ฝึกสอนดีเด่น ได้แก่
นายไพฑูรจ์ มหาพัณณาภรณ์ และเรืออากาศเอก ชวลิต นุชกูล ผู้ฝึกสอนกีฬาวอลเลย์บอล
ว่าที่พันตรีจินดา กรรพฤทธิ์ ผู้ฝึกสอนกีฬาฟันดาบ
นายชาติชาย สิงห์ทวี ผู้ฝึกสอนกรีฑา และ
นายธวัช สมคะแน ผู้ฝึกสอนยูโด

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า
อาจารย์ที่ปรึกษาดีเด่น ประจำปี ๒๕๔๑ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.วรวุฒิ หิรัญรักษ์ อาจารย์ที่ปรึกษา ชุมนุมรักบี้ฟุตบอล และ
ชุมนุมกีฬาดีเด่นในปี ๒๕๔๑ ได้แก่ ชุมนุมกีฬารักบี้ฟุตบอล และชุมนุมวอลเลย์บอล

นอกจากนี้ ยังมีนักกีฬาที่ได้รับเหรียญทอง, เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง จากการแข่งขัน กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๒๖ เข้ารับรางวัล และร่วมงานวันเกียรติยศนักกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครั้งนี้ด้วย

#420225-62c