หอประวัติเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ resources-arts-museums-tuhall

ด้วยการริเริ่มของศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยคนปัจจุบัน และคุณบุญชู โรจนเสถียร ซึ่งต้องการให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งหอเกียรติยศ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและเป็นมาของมหาวิทยาลัย ความดำริในเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนในรูปเงินทุนจัดสร้างจากหลายฝ่าย เป็นต้นว่า

tuhallมหาวิทยาลัย สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย และผู้มีคุณูปการ มหาวิทยาลัยจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการจัดตั้งหอเกียรติยศ หอประวัติ และพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2548 เพื่อระดมความคิด กำหนดแนวทางการดำเนินงาน พื้นที่และรูปแบบการจัดแสดง ต่อมา ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อทำหน้าที่ดำเนินการและควบคุมการจัดสร้าง “หอประวัติศาสตร์เกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตั้งแต่พฤศจิกายน 2548 สร้างและจัดแสดงเสร็จสิ้น สามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ 10 ธันวาคม 2548

 เวลาทำการ: วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา10.00-15.00 น.

อาคารโดม ท่าพระจันทร์ ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โทรศัพท์: 0-2613-3840-1
โทรสาร: 0-2613-3841
อีเมล์: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.



เว็บไซต์ http://www.tu.ac.th/intro/about/tuhall/index.htm

โครงการธรรมศาสตร์ทำนา-เศรษฐกิจพอเพียง

กลางปี 2549 พื้นที่ 6 ไร่กลางมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถูกเปลี่ยนให้เป็นแปลงนา นักศึกษากว่า 500 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำนา ตั้งแต่หว่านกล้า ดำนา เกี่ยวข้าวการทำนาครั้งแรกในมหาวิทยาลัยที่ไม่มีคณะเกษตรศาสตร์

การทำนาที่เป็นข่าวทั้งในโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ การทำนาที่ผู้คนให้ความสนใจติดตาม การทำนาที่เป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่ไม่มีหน่วยกิต ไม่มีคะแนน มีแต่การเรียนรู้ความจริง

ข้าวในจานมาจากไหน? มาอยู่ในจานของเราได้อย่างไร? ทำไมชาวนาจึงลำบากและยากจน? ไม่มีปุ๋ยเคมี ไม่มียาฆ่าแมลง ลงมือทำด้วยแรงของเรา เพื่อรู้จักสังคมไทย รู้จักตัวเราเอง รู้จักเพียงพอ เพราะประเทศไทยจะไปรอด ถ้ารู้จัก พอเพียง

na

การทำนาของธรรมศาสตร์ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โครงการ “ธรรมศาสตร์ ทำนา-เศรษฐกิจพอเพียง” จึงได้ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และได้เริ่มธรรมเนียมใหม่คือ ปลูกข้าวเพื่อนำมาเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่ในวันปฐมนิเทศ ธรรมศาสตร์จึงเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่ต้อนรับนักศึกษาใหม่ด้วยข้าวที่ปลูกจากหยาดเหงื่อแรงกายของนักศึกษารุ่นพี่และอาจารย์

ในปีที่ 4 นักศึกษาธรรมศาสตร์ทั้ง 18 คณะได้มาร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง จำนวนคนมาร่วมเพิ่มขึ้นเป็นกว่าหนึ่งพันคน การดำนาที่ในปีแรกใช้เวลาถึง 10 วัน ในปีที่ 2 ใช้เวลาเพียง 3 วัน ในปีที่ 3 ใช้เวลาเพียง 1 วัน ในปีที่ 4 ใช้เวลาเพียง 1 วัน การเกี่ยวข้าวที่ในปีแรกใช้เวลา 5 วัน ในปีที่ 2 ใช้เวลาเพียง 2 วัน ในปีที่ 3 ใช้เวลาเพียง 1 วัน ในปีที่ 4 ใช้เวลาเพียง 1 วัน

ในปีที่ 4 คือปีการศึกษา 2552 ที่ผ่านมา พื้นที่แปลงนาธรรมศาสตร์ มีจำนวน 9 ไร่ ซึ่งในปีที่ 3 ได้เพิ่มจาก 6 ไร่เป็น 9 ไร่ และได้มีสมาชิกใหม่คือ กระบือสองตัวที่มีชื่อว่า “เหลือง” และ “แดง” ที่ได้รับบริจาคมาจากกรมปศุสัตว์ เพื่อมาช่วยในการไถนา และในปีที่ 5 ได้เพิ่มพื้นที่ทำนาจาก 9 ไร่ เป็น 15 ไร่

การดำนาในปีที่ 5 มีขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 พร้อมทั้งได้มีพิธีเปิดโครงการทำบ้านดิน และเกี่ยวข้าวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 และวันที่ 15 มีนาคม 2554 ผลผลิตก็ได้มาเป็นข้าวธรรมศาสตร์ที่นำมาเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่ในวันปฐมนิเทศ 28 พฤษภาคม 2554

“นักศึกษาใหม่ที่รัก ข้าวที่เธอรับประทานไปนี้ไม่เหมือนกับข้าวจานไหนๆ ที่เธอเคยรับประทานมา เพราะข้าวที่เธอได้รับประทานลงไป คือข้าวที่ปลูกมาจากหยาดเหงื่อของ ชาวธรรมศาสตร์ ข้าวที่ปลูกมาจากใจของนักศึกษารุ่นพี่ เจ้าหน้าที่ และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” 

" กินข้าวธรรมศาสตร์แล้วขอให้เป็นคนธรรมศาสตร์ ขอให้ติดดินขอให้รักประชาชน
ขอให้นึกถึงคนยากคนจน ดังเช่นคนธรรมศาสตร์ทุกยุคทุกสมัยที่เป็นมา "

โครงการบ้านดินธรรมศาสตร์

บ้านดินธรรมศาสตร์ สถานที่เรียนรู้ดูงานและปฏิบัติการทำนา โดยลงมือสร้างด้วยนักศึกษาและอาจารย์

เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการ “ธรรมศาสตร์ทำนา” ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ฝ่ายการนักศึกษาโดยความเห็นพ้องต้องขององค์การนักศึกษา สภานักศึกษา และคณะกรรมการนักศึกษาคณะต่างๆ เห็นควรให้มี “บ้านดินธรรมศาสตร์” ที่แปลงนาธรรมศาสตร์ เพื่อให้เป็นสถานที่ในการเรียนรู้ดูงาน และปฏิบัติการทำนา โดยนักศึกษาและอาจารย์ลงมือทำด้วยตนเอง

soil2

“บ้านดินธรรมศาสตร์” ออกแบบโดย ดร.เขียนศักดิ์ แสงเกลี้ยง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ซึ่งเป็นแบบที่ได้รับการโหวตให้ชนะรางวัล World Architecture Community Awards รูปแบบเป็นอาคารชั้นเดียว มีลานกิจกรรมตรงกลาง การดำเนินการก่อสร้างได้เริ่มต้น ตั้งแต่ต้นปี 2554 ด้วยการร่วมกันทำฐานลานกิจกรรมด้วยการใช้ขวดแก้วกรอกทราย โดยมีนักศึกษาจากทุกคณะมาร่วมกันกรอกทรายทุกเย็นวันอังคารในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ จนลานกิจกรรมตรงกลางเสร็จเรียบร้อย และใช้ในการจัดกิจกรรมได้แล้ว

บ้านดินหลังนี้ได้งบประมาณ 300,000 บาทซึ่งไม่เพียงพอสำหรับค่าก่อสร้าง ฝ่ายการ นักศึกษาจึงได้จัดงาน “ธรรมศาสตร์ศิลปะ ณ แปลงนา” เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานแสดงภาพวาดและภาพถ่ายของคณาจารย์ธรรมศาสตร์ นำโดย ดร.เขียนศักดิ์ แสงเกลี้ยง ผู้ออกแบบบ้านดิน เพื่อหารายได้สนับสนุนการสร้างบ้านดินและเพื่อให้การสร้างบ้านดินของเรามีส่วนร่วมจากสังคมอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยมีแม่งานคืออาจารย์อลิษา สหวัชรินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา ในวันงานถึงแม้จะมีฝนตกหนัก แต่งานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง มีรายได้จากการประมูลภาพถึง 420,000 บาท ซึ่งจะนำมาใช้ในการสร้างบ้านดิน โดยจะลงมือก่อสร้างส่วนที่เป็นตัวอาคารในช่วงเปิดภาคการศึกษา 2554 ต่อไป

จากที่นักศึกษามาที่แปลงนาปีละสองครั้ง คือในวันดำนา และวันเกี่ยวข้าว จากนี้ไปเมื่อ บ้านดินของเราเสร็จแล้ว แปลงนาธรรมศาสตร์ของเราจะเป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี เพื่อเรียนรู้การทำนา เรียนรู้ที่จะติดดิน เรียนรู้สังคมไทย เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไขกันต่อไป

เราทำนาเพื่อเรียนรู้ความลำบากของชาวนา และเราจะทำบ้านดินด้วยมือของเราเพื่อให้เรียนรู้ความลำบากของผู้ใช้แรงงาน และบ้านดินหลังนี้จะเป็นอาคารหลังแรกในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่ก่อสร้างด้วยแรงงานของนักศึกษาเอง ฝ่ายการนักศึกษาขอเชิญชวนนักศึกษาธรรมศาสตร์มาช่วยกันสร้างบ้านดิน โดยจะได้นัดหมายวันสร้างบ้านดินครั้งต่อไปให้ทราบกันโดยทั่วกัน