มธ. ท่าพระจันทร์ ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าพระจันทร์ ในเกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร ในเริ่มแรกแห่งการสถาปนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดการเรียนการสอนที่ตึกโรงเรียนกฎหมายเดิม (เพราะบุคคลากรตลอดจนทรัพย์สินของโรงเรียนกฎหมายไม่ได้เปลี่ยนแปลง หลังจากรอการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย จึงโอนมาเป็นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมด) เป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงซื้อที่ดินจากกรมทหารซึ่งเป็นคลังแสงเดิม แล้วจึงย้ายมาอยู่บริเวณท่าพระจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและสนามหลวง มีเนื้อที่ 49 ไร่ และปรับปรุงอาคารเดิมพร้อมทั้งสร้างตึกโดม (อันหมายถึงปัญญา และความเฉียบแหลม) เงินที่ซื้อที่ดินรวมทั้งการก่อสร้างได้มาจากเงินที่มหาวิทยาลัยเก็บจากค่าสมัครและค่าเล่าเรียน (คนละ 20 บาท ต่อปี)

ศูนย์ท่าพระจันทร์ มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 เนื่องจากความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาตินี้ทำให้ไม่เพียงแต่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณความเป็นธรรมศาสตร์ แต่ยังเป็นอนุสรณ์สถานให้ระลึกถึงความเสียสละและความกล้าหาญของวีรชนผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย

ปัจจุบันนี้ศูนย์ท่าพระจันทร์ให้บริการทางวิชาการที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะโดยมีการจัดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษาและหลักสูตรนานาชาติ

พิพิธภัณฑ์และอนุเสาวรีย์

kamphang

กำแพงประวัติศาสตร์

หอประวัติศาสตร์เกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แผนที่ภายใน

about-campuses-thaprachan-maps

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ท่าพระจันทร์
2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 (แผนที่)

โทรศัพท์:
(66) 261 3333

เว็บไซต์:
http://www.tu.ac.th/default.tu/default.thai.html

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นศูนย์การศึกษาลำดับที่ 2 ของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เริ่มดำเนินการ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2529 มีพื้นที่เดิม จำนวน 2777ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา ได้ให้สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียเช่า 834 ไร่ 3 งาน 35 ตารางวา มอบให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ใช้ประโยชน์ จำนวน 185 ไร่ 1 งาน 2.5 ตารางวา พื้นที่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน มี 1 ,757 ไร่ 1 งาน 94.5 ตารางวา

ศูนย์รังสิตแบ่งพื้นที่ได้เป็น 3 เขต ได้แก่ เขตการศึกษา เขตที่พักอาศัย และเขตการกีฬา ในเขตการศึกษาเป็นที่ทำการและอาคารเรียนของทุกคณะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกเว้น วิทยาลัยสหวิทยาการ วิทยาลัยนวัตกรรม และวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดรี พนมยงค์ มีหอสมุดหลัก 3แห่ง เขตที่พักอาศัยประกอบด้วย หอพัก จำนวน 34 หลัง มีผู้พักอาศัยประมาณ 12 , 000 คน และเขตสนามกีฬาซึ่งปัจจุบันยังใช้เป็นสนามแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ และสนามซ้อม ได้แก่ Main stadium , ยิมเนเซียม 2 ,4 ,5, 6, 7 ศูนย์กีฬาทางน้ำ และสนามแข่งกีฬาประเภท ลู่และลาน

ในศูนย์รังสิต มีบริการที่เอื้ออำนวยความสะดวกแก่นักศึกษา เจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป เช่น โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฯ ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์อาหาร ร้านสะดวกซื้อ ธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ เป็นต้น

นอกจากหน่วยงานของมหาวิทยาลัยแล้ว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นที่ตั้งของหน่วยงานภายนอก เช่น สถาบันพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ เป็นต้น

การเดินทางมายังศูนย์รังสิตสามารถเดินทางได้โดยรถเมล์สาย 29 , 39 และ 510 หรือรถตู้สายรังสิต – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สาย รังสิต – รถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต และรถบริการระหว่างท่าพระจันทร์ – รังสิต การเดินทางภายในศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยได้จัดรถบริการภายในโดยให้บริการทุกวัน ยกเว้นเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์ และมีเส้นทางเฉพาะ

คณะ/หน่วยงาน

kanarangsit

พิพิธภัณฑ์และอนุเสาวรีย์

theatre s6

โรงละครศิลปกรรม

โรงภาพยนตร์

รอบรั้วรังสิต

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)

หออัครศิลปิน

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

แผนที่ภายใน

about-campuses-rangsit-map

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์รังสิต
99 ม.18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121 (แผนที่ )

โทรศัพท์:
(66) 2564 4440-59

เว็บไซต์:
http://www.tu.ac.th/org/rscampus

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับมอบบริจาคที่ดินจาก ดร.ถาวร พรประภา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2530 พื้นที่ทั้งหมด 565 ไร่ 3 งาน 35 ตารางวา ตั้งอยู่ที่บริเวณ กิโลเมตรที่ 12 บนถนนสายชลบุรี-ระยอง ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ในปี พ.ศ.2537 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พิจารณาว่า มีความเหมาะสมที่จะ นำพื้นที่บริเวณศูนย์พัทยามาใช้พัฒนาเป็นโครงการ โดยสภามหาวิทยาลัย มีมติให้ตั้ง "ศูนย์นวัตกรรมอุดมศึกษา" ขึ้น เมื่อวันที่ 30มกราคม 2538 เพื่อให้เป็นหน่วยงาน อิสระของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันมีรูปแบบการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ และ คล่องตัวนอกระบบราชการ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็นศูนย์บริการทางวิชาการ ศูนย์วิจัยและพัฒนา ศูนย์การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และศูนย์ฝึกอบรมสัมมนา เพื่อพัฒนาศักยภาพ และคุณภาพ ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการสื่อสาร โทรคมนาคม เพื่อถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีและบริการทาง วิชาการในวงกว้าง เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาในระดับต่าง ๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมของประเทศ หลังจากที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขยายการเรียนการสอน และให้บริการศูนย์ฝึกอบรม สัมมนาในภูมิภาคมาระยะหนึ่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีนโยบายที่จะพัฒนาศูนย์การศึกษาภูมิภาคอย่างจริงจัง เพื่อขยายโอกาส ทางการศึกษา และนำความเป็นเลิศทางวิชาการ วิธีคิดและวิถีของความเป็นธรรมศาสตร์ ไปสู่ชุมชน ภาคภาคตะวันออกอย่างมีประสิทธิภาพ  อ่านต่อ » ศูนย์พัทยา

แผนที่ภายใน

about-campuses-pattaya-map500
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์พัทยา
อาคารบรรยายรวม เลขที่ 39/4 หมู่ 5 ต.โปร่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 (แผนที่)

โทรศัพท์:
(66) 38 259 050 55

เว็บไซต์:
http://pattayacenter.tu.ac.th

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เริ่มต้นพิจารณาการขยายการศึกษาไปสู่ภูมิภาคอย่างจริงจัง เมื่อปีการศึกษา 2535 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในจังหวัดลำปาง ได้ขยายการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการเมืองการปกครอง มายังจังหวัดลำปางเป็นครั้งแรก และได้เล็งเห็นถึงความพร้อมและความเหมาะสม ของจังหวัดลำปางในฐานะที่จะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการศึกษาในเขตภาคเหนือ

ในปี 2539 เมื่อทบวงมหาวิทยาลัยมีนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพไปสู่ภูมิภาคในรูปของโครงการขยายวิทยาเขต พร้อมทั้งพัฒนาโครงการ เครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงมีมติให้ดำเนินโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ขึ้น เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2539 ในระยะแรกมหาวิทยาลัยได้รับอนุญาต ให้ใช้ศาลากลางจังหวัดลำปาง (หลังเดิม) ปรับปรุงเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน โดยนักศึกษารุ่นแรกในปีการศึกษา 2541 ต้องมาเรียนที่ศูนย์รังสิตก่อน และในปีการศึกษา 2542 เมื่อปรับปรุงอาคารศาลากลางหลังเดิมแล้วเสร็จ ศูนย์ลำปางจึงได้รับนักศึกษา สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์รุ่นแรกกลับมาเรียนที่ลำปาง และได้เปิดสาขาวิชาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 สาขาวิชาคือ สาขาสหวิทยาการสังคมศาสตร์

ต่อมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดหาพื้นที่ก่อสร้างอาคารเรียนเป็นการถาวรเพื่อรองรับ การเรียนการสอน และส่งเสริมทักษะ ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษาที่เพิ่มขึ้น นายบุญชู ตรีทอง รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น จึงได้ให้ความอนุเคราะห์แก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยมอบที่ดินบริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง จำนวน 364 ไร่ 3 งาน 79 ตารางวา รวมทั้งบริจาคทุนทรัพย์จำนวน 62,472,650 บาทในการก่อสร้างอาคารเรียนรวมหลังแรก เพื่อการบริหารจัดการ และการเรียนการสอน ซึ่ง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2543 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรันตราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ วางศิลาฤกษ์ และแล้วเสร็จในปี 2546 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงทูลขอพระราชทานนามอาคาร และได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้ใช้พระนาม "สิรินธรารัตน์" มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จึงได้ย้ายการเรียนการสอนมา ณ สถานที่ตั้งปัจจุบัน ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2546

นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยได้รับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารและปรับปรุงภูมิทัศน์ที่ศูนย์ลำปางอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขายการเรียนการสอนและจำนวนนักศึกษาและบุคลากรที่เพิ่มขึ้น

คณะ/หน่วยงาน

คณะนิติศาสตร์

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

คณะศิลปกรรมศาสตร์

สาขาการออกแบบหัตถอุตสาหกรรม

วิทยาลัยสหวิทยาการ

โครงการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาปรัชญาการเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE)

โครงการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิตสหวิทยาการสังคมศาสตร์ (SI)

คณะสาธารณสุขศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ภาควิชาคอมพิวเตอร์)

พิพิธภัณฑ์และอนุเสาวรีย์

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

maplamphang

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์ลำปาง
248 หมู่ 2 ถนนลำปาง-เชียงใหม่ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง 52190 (แผนที่)


โทรศัพท์:

(66) 5426 8701

เว็บไซต์:
http://lampang.tu.ac.th

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป โดยใช้ชื่อในขณะนั้นว่า "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง" เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย

p1

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2477 มีนักศึกษากว่า 240,000 คน ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในจำนวนนี้ มีผู้ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ อาทิเช่น นายกรัฐมนตรี ประธานศาล ประธานรัฐสภา นักการเมือง เจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา จึงนับเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรเพื่อการพัฒนาประเทศ

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการตามพันธกิจในการให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง ให้บริการวิชาการแก่สังคมทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมของชาติ และเป็นผู้นำในการผลักดันและส่งเสริมการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความถูกต้องของสังคมตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ดังคำกล่าวที่ว่า

"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชาชน" »  ประวัติมหาวิทยาลัย

หอประวัติเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ resources-arts-museums-tuhall

ด้วยการริเริ่มของศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยคนปัจจุบัน และคุณบุญชู โรจนเสถียร ซึ่งต้องการให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งหอเกียรติยศ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและเป็นมาของมหาวิทยาลัย ความดำริในเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนในรูปเงินทุนจัดสร้างจากหลายฝ่าย เป็นต้นว่า

tuhallมหาวิทยาลัย สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย และผู้มีคุณูปการ มหาวิทยาลัยจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการจัดตั้งหอเกียรติยศ หอประวัติ และพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2548 เพื่อระดมความคิด กำหนดแนวทางการดำเนินงาน พื้นที่และรูปแบบการจัดแสดง ต่อมา ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อทำหน้าที่ดำเนินการและควบคุมการจัดสร้าง “หอประวัติศาสตร์เกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตั้งแต่พฤศจิกายน 2548 สร้างและจัดแสดงเสร็จสิ้น สามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ 10 ธันวาคม 2548

 เวลาทำการ: วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา10.00-15.00 น.

อาคารโดม ท่าพระจันทร์ ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โทรศัพท์: 0-2613-3840-1
โทรสาร: 0-2613-3841
อีเมล์: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.



เว็บไซต์ http://www.tu.ac.th/intro/about/tuhall/index.htm

โครงการธรรมศาสตร์ทำนา-เศรษฐกิจพอเพียง

กลางปี 2549 พื้นที่ 6 ไร่กลางมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถูกเปลี่ยนให้เป็นแปลงนา นักศึกษากว่า 500 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำนา ตั้งแต่หว่านกล้า ดำนา เกี่ยวข้าวการทำนาครั้งแรกในมหาวิทยาลัยที่ไม่มีคณะเกษตรศาสตร์

การทำนาที่เป็นข่าวทั้งในโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ การทำนาที่ผู้คนให้ความสนใจติดตาม การทำนาที่เป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่ไม่มีหน่วยกิต ไม่มีคะแนน มีแต่การเรียนรู้ความจริง

ข้าวในจานมาจากไหน? มาอยู่ในจานของเราได้อย่างไร? ทำไมชาวนาจึงลำบากและยากจน? ไม่มีปุ๋ยเคมี ไม่มียาฆ่าแมลง ลงมือทำด้วยแรงของเรา เพื่อรู้จักสังคมไทย รู้จักตัวเราเอง รู้จักเพียงพอ เพราะประเทศไทยจะไปรอด ถ้ารู้จัก พอเพียง

na

การทำนาของธรรมศาสตร์ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โครงการ “ธรรมศาสตร์ ทำนา-เศรษฐกิจพอเพียง” จึงได้ทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และได้เริ่มธรรมเนียมใหม่คือ ปลูกข้าวเพื่อนำมาเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่ในวันปฐมนิเทศ ธรรมศาสตร์จึงเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่ต้อนรับนักศึกษาใหม่ด้วยข้าวที่ปลูกจากหยาดเหงื่อแรงกายของนักศึกษารุ่นพี่และอาจารย์

ในปีที่ 4 นักศึกษาธรรมศาสตร์ทั้ง 18 คณะได้มาร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง จำนวนคนมาร่วมเพิ่มขึ้นเป็นกว่าหนึ่งพันคน การดำนาที่ในปีแรกใช้เวลาถึง 10 วัน ในปีที่ 2 ใช้เวลาเพียง 3 วัน ในปีที่ 3 ใช้เวลาเพียง 1 วัน ในปีที่ 4 ใช้เวลาเพียง 1 วัน การเกี่ยวข้าวที่ในปีแรกใช้เวลา 5 วัน ในปีที่ 2 ใช้เวลาเพียง 2 วัน ในปีที่ 3 ใช้เวลาเพียง 1 วัน ในปีที่ 4 ใช้เวลาเพียง 1 วัน

ในปีที่ 4 คือปีการศึกษา 2552 ที่ผ่านมา พื้นที่แปลงนาธรรมศาสตร์ มีจำนวน 9 ไร่ ซึ่งในปีที่ 3 ได้เพิ่มจาก 6 ไร่เป็น 9 ไร่ และได้มีสมาชิกใหม่คือ กระบือสองตัวที่มีชื่อว่า “เหลือง” และ “แดง” ที่ได้รับบริจาคมาจากกรมปศุสัตว์ เพื่อมาช่วยในการไถนา และในปีที่ 5 ได้เพิ่มพื้นที่ทำนาจาก 9 ไร่ เป็น 15 ไร่

การดำนาในปีที่ 5 มีขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 พร้อมทั้งได้มีพิธีเปิดโครงการทำบ้านดิน และเกี่ยวข้าวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 และวันที่ 15 มีนาคม 2554 ผลผลิตก็ได้มาเป็นข้าวธรรมศาสตร์ที่นำมาเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่ในวันปฐมนิเทศ 28 พฤษภาคม 2554

“นักศึกษาใหม่ที่รัก ข้าวที่เธอรับประทานไปนี้ไม่เหมือนกับข้าวจานไหนๆ ที่เธอเคยรับประทานมา เพราะข้าวที่เธอได้รับประทานลงไป คือข้าวที่ปลูกมาจากหยาดเหงื่อของ ชาวธรรมศาสตร์ ข้าวที่ปลูกมาจากใจของนักศึกษารุ่นพี่ เจ้าหน้าที่ และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” 

" กินข้าวธรรมศาสตร์แล้วขอให้เป็นคนธรรมศาสตร์ ขอให้ติดดินขอให้รักประชาชน
ขอให้นึกถึงคนยากคนจน ดังเช่นคนธรรมศาสตร์ทุกยุคทุกสมัยที่เป็นมา "

โครงการบ้านดินธรรมศาสตร์

บ้านดินธรรมศาสตร์ สถานที่เรียนรู้ดูงานและปฏิบัติการทำนา โดยลงมือสร้างด้วยนักศึกษาและอาจารย์

เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการ “ธรรมศาสตร์ทำนา” ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ฝ่ายการนักศึกษาโดยความเห็นพ้องต้องขององค์การนักศึกษา สภานักศึกษา และคณะกรรมการนักศึกษาคณะต่างๆ เห็นควรให้มี “บ้านดินธรรมศาสตร์” ที่แปลงนาธรรมศาสตร์ เพื่อให้เป็นสถานที่ในการเรียนรู้ดูงาน และปฏิบัติการทำนา โดยนักศึกษาและอาจารย์ลงมือทำด้วยตนเอง

soil2

“บ้านดินธรรมศาสตร์” ออกแบบโดย ดร.เขียนศักดิ์ แสงเกลี้ยง อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ซึ่งเป็นแบบที่ได้รับการโหวตให้ชนะรางวัล World Architecture Community Awards รูปแบบเป็นอาคารชั้นเดียว มีลานกิจกรรมตรงกลาง การดำเนินการก่อสร้างได้เริ่มต้น ตั้งแต่ต้นปี 2554 ด้วยการร่วมกันทำฐานลานกิจกรรมด้วยการใช้ขวดแก้วกรอกทราย โดยมีนักศึกษาจากทุกคณะมาร่วมกันกรอกทรายทุกเย็นวันอังคารในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ จนลานกิจกรรมตรงกลางเสร็จเรียบร้อย และใช้ในการจัดกิจกรรมได้แล้ว

บ้านดินหลังนี้ได้งบประมาณ 300,000 บาทซึ่งไม่เพียงพอสำหรับค่าก่อสร้าง ฝ่ายการ นักศึกษาจึงได้จัดงาน “ธรรมศาสตร์ศิลปะ ณ แปลงนา” เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานแสดงภาพวาดและภาพถ่ายของคณาจารย์ธรรมศาสตร์ นำโดย ดร.เขียนศักดิ์ แสงเกลี้ยง ผู้ออกแบบบ้านดิน เพื่อหารายได้สนับสนุนการสร้างบ้านดินและเพื่อให้การสร้างบ้านดินของเรามีส่วนร่วมจากสังคมอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยมีแม่งานคืออาจารย์อลิษา สหวัชรินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา ในวันงานถึงแม้จะมีฝนตกหนัก แต่งานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง มีรายได้จากการประมูลภาพถึง 420,000 บาท ซึ่งจะนำมาใช้ในการสร้างบ้านดิน โดยจะลงมือก่อสร้างส่วนที่เป็นตัวอาคารในช่วงเปิดภาคการศึกษา 2554 ต่อไป

จากที่นักศึกษามาที่แปลงนาปีละสองครั้ง คือในวันดำนา และวันเกี่ยวข้าว จากนี้ไปเมื่อ บ้านดินของเราเสร็จแล้ว แปลงนาธรรมศาสตร์ของเราจะเป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี เพื่อเรียนรู้การทำนา เรียนรู้ที่จะติดดิน เรียนรู้สังคมไทย เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไขกันต่อไป

เราทำนาเพื่อเรียนรู้ความลำบากของชาวนา และเราจะทำบ้านดินด้วยมือของเราเพื่อให้เรียนรู้ความลำบากของผู้ใช้แรงงาน และบ้านดินหลังนี้จะเป็นอาคารหลังแรกในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่ก่อสร้างด้วยแรงงานของนักศึกษาเอง ฝ่ายการนักศึกษาขอเชิญชวนนักศึกษาธรรมศาสตร์มาช่วยกันสร้างบ้านดิน โดยจะได้นัดหมายวันสร้างบ้านดินครั้งต่อไปให้ทราบกันโดยทั่วกัน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาครอบคลุมทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ จำนวนทั้งสิ้น 240 หลักสูตร เป็นระดับปริญญาตรี 109 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 8 หลักสูตร ปริญญาตรีควบปริญญาโท 4 หลักสูตร ปริญญาโท 91 หลักสูตร และปริญญาเอก 28 หลักสูตร โดยได้มีการจัดการเรียนการสอนใน 4 ศูนย์การศึกษา เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาออกไปอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ยังคงมุ่งม่ันที่จะรักษาไว้ ซึ่งปณิธานและปรัชญาแต่ดั้งเดิมของมหาวิทยาลัย ที่มุ่งสร้างบัณฑิตที่ไม่เห็นแก่ตัว มีจริยธรรม รักษาความถูกต้องออกมารับใช้สังคมชาวธรรมศาสตร์ทุกคน

หน่วยงานเพื่อการเรียนการสอน

prachan

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีการจัดโครงสร้างการบริหารงานภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบด้วย สนง.อธิการบดี สำนัก/สถาบัน/ศูนย์วิชาการ/วิจัย โครงการ สภา/สโมสร หน่วยงานบริการ  และหน่วยงานอื่น ๆ

สำนัก/สถาบัน/ศูนย์วิชาการ/วิจัย

หมวดหมู่รอง