ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดดำเนินการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาตรีภาคปกติทั้งหมด และหลักสูตรบัณฑิตศึกษากลุ่มวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์รังสิต และหลักสูตรบัณฑิตศึกษากลุ่มสังคมศาสตร์ โครงการนานาชาติ และโครงการพิเศษที่ศูนย์ท่าพระจันทร์ และเปิดศูนย์การศึกษาส่วนภูมิภาคเพิ่มขึ้นอีก 2 ศูนย์ได้แก่ ศูนย์พัทยา
และศูนย์ลำปาง

 

มธ.ท่าพระจันทร์

พิมพ์

 

ที่อยู่: 2 ถนนพระจันทร์ พระนคร กรุงเทพฯ 10200

โทรศัพท์: (66) 261 3333
โทรศัพท์: (66) 5426 8701

มธ.ศูนย์รังสิต

พิมพ์

ที่อยู่: 99 ม.18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121

โทรศัพท์: (66) 2564 4440-59

ศูนย์พัทยา

พิมพ์

 

-------------------------------------------------------------------

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

ที่อยู่: อาคารบรรยายรวม เลขที่ 39/4 หมู่ 5 ต. โป่ง อ. บางละมุง จ. ชลบุรี 20150

โทรศัพท์: (66) 38 259 050 55

ศูนย์ลำปาง

พิมพ์

 

-------------------------------------------------------------------

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

ที่อยู่: เลขที่ 248 หมู่ 2 ถนนลำปาง - เชียงใหม่ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 52190

โทรศัพท์: (66) 5426 8701

 

เส้นทางจักรยาน

map tubike-2 30-10-57 s

เส้นทางที่ 1 : บร.1 - ปิยชาติ
จาก บร.1 ผ่านคณะวิทยาศาสตร์ ไปอาคารปิยชาติ (คณะสาธารณสุขศาสตร์) และโรงพยาบาลฯ

เส้นทางที่ 2 : บร.1 - เอสซี
ตัดขวาจากเส้น บร.1 - ปิยชาติ ตัดผ่านถนนปรีดีและถนนป๋วย ไปเชื่อมกับเส้น บร.1-ปิยชาติอีกครั้ง

เส้นทางที่ 3 : โรงอาหารกลาง - ทียูโดม
จากโรงอาหารกลางผ่านหอพระ ศูนย์บริการการกีฬา ไปหอทียูโดม และสระว่ายน้ำ

เส้นทางที่ 4 : โรงอาหารกลาง - หอโซนซี
จากโรงอาหารกลางเข้าไปในหอโซนซี

เส้นทางที่ 5 : โรงอาหารกลาง - อินเตอร์โซน
จากโรงอาหารกลางไปอาคารกิจกรรมและอินเตอร์โซน

เส้นทางที่ 6 : สระว่ายน้ำ - ประตูเชียงราก
จากสระว่ายน้ำไปประตูเชียงราก และมีแยกไปเชื่อมกับเส้นทางที่ 2 ที่เอสซี<

เส้นทางคนพิการ

Disabled Access Map1

 

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดดำเนินการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาตรีภาคปกติทั้งหมด และหลักสูตรบัณฑิตศึกษากลุ่มวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์รังสิต และหลักสูตรบัณฑิตศึกษากลุ่มสังคมศาสตร์ โครงการนานาชาติ และโครงการพิเศษที่ศูนย์ท่าพระจันทร์ และเปิดศูนย์การศึกษาส่วนภูมิภาคเพิ่มขึ้นอีก 2 ศูนย์ได้แก่ ศูนย์พัทยา และศูนย์ลำปาง

 

ศูนย์การศึกษา

 

» มธ. ท่าพระจันทร์

มีพื้นที่ทั้งหมด 49  ไร่
คิดเป็นพื้นที่ 103,567 ตารางเมตร
ที่ตั้ง 2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร จังหวัด
กรุงเทพมหานคร 10200
โทรศัพท์: +66 (0) 2613 3333

» ศูนย์รังสิต

มีพื้นที่ทั้งหมด 1,769 ไร่
คิดเป็นพื้นที่ 1,225,235  ตารางเมตร
ที่ตั้ง 99 ม.18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12121
โทรศัพท์: +66 (0) 2564 4440-79

» ศูนย์พัทยา

มีพื้นที่ทั้งหมด 566 ไร่
คิดเป็นพื้นที่ 13,206  ตารางเมตร
ที่ตั้ง อาคารบรรยายรวม เลขที่ 39/4 หมู่ 5 ต. โป่ง อ. บางละมุง จังหวัด
ชลบุรี 20150
โทรศัพท์: +66 (0) 3825 9010-69

» ศูนย์ลำปาง

มีพื้นที่ทั้งหมด  312  ไร่
คิดเป็นพื้นที่ 40,397  ตารางเมตร
ที่ตั้ง 248 หมู่ 2 ถนนลำปาง - เชียงใหม่ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จังหวัด
ลำปาง 52190
โทรศัพท์: +66 (0) 5426 8701-8

» ที่อื่น ๆ

มีพื้นที่ทั้งหมด 3  ไร่
คิดเป็นพื้นที่ 12,334  ตารางเมตร
ที่ตั้ง ศูนย์กีฬาในร่ม หอพักรัชดาภิเษก แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน
หอพักทุ่งมหาเมฆ ซ.งามดูพลี สาธร กทม.

ผู้สำเร็จการศึกษา

          ในปีการศึกษา 2556 (ผู้สำเร็จการศึกษารุ่นปีการศึกษา 2555) มีผู้สำเร็จการศึกษาในทุกระดับการศึกษา รวม 8,164 คน จำแนกเป็น ระดับปริญญาตรี 5,966 คน คิดเป็นร้อยละ 73.1 ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต 165 คน คิดเป็นร้อยละ 2.0 ระดับปริญญาโท 1,972 คน คิดเป็นร้อยละ 24.2 และ ระดับปริญญาเอก 61 คน คิดเป็นร้อยละ 0.7 เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง รุ่นปีการศึกษา 2554 และรุ่นปีการศึกษา 2555 พบว่า มีผู้สำเร็จการศึกษาลดลง จำนวน 35 คน คิดเป็นลดลงร้อยละ 0.4 จำแนกตามรายละเอียดได้ดังนี้


» จำแนกตามเพศ  

เพศชาย 2,933 คน ร้อยละ 35.9
เพศหญิง 5,231 คน ร้อยละ 64.1

» จำแนกตามระดับการศึกษา
ปริญญาตรี 5,966 คน ร้อยละ 73.1
ประกาศนียบัตรบัณฑิต 165 คน ร้อยละ 2.0
ปริญญาโท 1,972 คน ร้อยละ 24.2
ปริญญาเอก 61 คน ร้อยละ 0.7


» จำแนกตามหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอน 

 

หลักสูตรภาษาไทย 6,697 คน ร้อยละ 82.1
หลักสุตรภาษาอังกฤษ 551 คน ร้อยละ 6.7
หลักสูตรนานาชาติ 916 คน ร้อยละ 11.2

» จำแนกตามประเภทโครงการ

โครงการปกติ 4,606 คน ร้อยละ 56.4
โครงการพิเศษ 3,558 คน ร้อยละ 43.6

 » จำแนกตามกลุ่มสาขาวิชา 

กลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 5,609 คน ร้อยละ 68.7
กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1,960 คน ร้อยละ 24.0
กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ 595 คน ร้อยละ 7.3

 » จำแนกตามสถานที่จัดการเรียนการสอน

ท่าพระจันทร์ 2,525 คน ร้อยละ 30.9
ศูนย์รังสิต 5,334 คน ร้อยละ 65.4
ศูนย์ลำปาง 273 คน ร้อยละ 3.3
ศูนย์พัทยา 32 คน ร้อยละ 0.4

อาจารย์และบุคลากร

          มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีบุคลากรทั้งสิ้น 7,221 คน (เพิ่มขึ้น จำนวน 384 คน หรือร้อยละ 5.6) มีสัดส่วนการจ้างจากงบประมาณแผ่นดิน (จำนวน 4,254) งบประมาณรายจ่ายจากรายได้ของมหาวิทยาลัย (จำนวน 2,967) 


» จำแนกตามเพศ

เพศชาย 2,108 คน ร้อยละ 31.7
เพศหญิง 4,542 คน ร้อยละ 68.3

» จำแนกตามประเภทบุคลากร

ข้าราชการ 1,530 คน ร้อยละ 21.29
พนักงานมหาวิทยาลัย 2,210 คน ร้อยละ 30.76
พนักงานเงินราชการ 7 คน ร้อยละ 0.10
อาจารย์ประจำตามสัญญา 17 คน ร้อยละ 0.24
ลูกจ้างชั่วคราวงบคลัง 65 คน ร้อยละ 0.90
พนักงานมหาวิทยาลัยชั่วคราว 1 คน ร้อยละ 0.01
ลูกจ้างประจำ 275 คน ร้อยละ 3.87
พนักงานเงินรายได้ 3,077 คน ร้อยละ 42.83

» จำแนกตามสายงาน

สายวิชาการ  1,921 คน ร้อยละ 26.74
สายสนับสนุนวิชาการ 4,353 คน ร้อยละ 60.58
สายลูกจ้าง 911 คน ร้อยละ 12.68

» จำแนกตามวุฒิการศึกษา (สายวิชาการ)

ปริญญาเอก 1,159 คน ร้อยละ 60.33
ปริญญาโท 688 คน ร้อยละ 35.81
ปริญญาตรี 74 คน ร้อยละ 3.85

» จำแนกตามตำแหน่งทางวิชาการ (สายวิชาการ)

ศาสตราจารย์ 57 คน ร้อยละ 2.90
รองศาสตราจารย์ 354 คน ร้อยละ 18.43
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 499 คน ร้อยละ 25.98
อาจารย์ 1011 คน ร้อยละ 52.63

          เมื่อเปรียบเทียบอาจารย์ประจำทั้งหมด จำนวน 1,890 คน (ไม่นับรวมอาจารย์วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ และวิทยาลัยโลกคดีศึกษา เนื่องจากเป็นหน่วยงานจัดตั้งขึ้นใหม่ จะเปิดรับนักศึกษาปีการศึกษา 2557) กับนักศึกษาทั้งหมด จำนวน 36,678 พบว่า โดยเฉลี่ยอาจารย์ 1 คน ต้องรับผิดชอบนักศึกษา 19.4 คน และเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบจำนวนอาจารย์ประจำกับนักศึกษาตามกลุ่มสาขาวิชา อันได้แก่ กลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ พบว่ามีอัตราส่วนระหว่างอาจารย์ประจำต่อนักศึกษา ดังนี้

กลุ่มสาขาวิชา จำนวนอาจารย์ จำนวนนักศึกษา อาจารย์ : นักศึกษา
กลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 893 22,839 1 : 25.6
กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 468 10,594 1: 22.6
กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ 529 3,245 1 : 6.1
       

นักศึกษาปัจจุบัน

          ในปีการศึกษา 2556 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับนักศึกษาเข้าใหม่ในทุกระดับการศึกษา จำนวนรวมทั้งสิ้น 10,169 คน (รวมโครงการปกติและโครงการพิเศษ) คิดเป็นร้อยละ 27.7 ของนักศึกษาทั้งหมด (จำนวน 36,678 คน) จำแนกเป็น ระดับปริญญาตรี 7,905 คน คิดเป็นร้อยละ 77.7 ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต 131 คน คิดเป็นร้อยละ 1.3 ระดับปริญญาโท 2,036 คน คิดเป็นร้อยละ 20.0 และ ระดับปริญญาเอก 97 คน คิดเป็นร้อยละ 1.0 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปีการศึกษา 2555 และปีการศึกษา 2556 พบว่า มีนักศึกษาเข้าใหม่เพิ่มขึ้น จำนวน 686 คน คิดเป็นร้อยละ 7.2 จำแนกตามรายละเอียดได้ ดังนี้
» จำแนกตามเพศ 

 

เพศชาย 3,952 คน ร้อยละ 38.9
เพศหญิง 6,217 คน ร้อยละ 61.1

» จำแนกตามระดับการศึกษา

ปริญญาตรี 7,905 คน ร้อยละ 77.7
ประกาศนียบัตรบัณฑิต 131 คน ร้อยละ 1.3
ปริญญาโท 2,036 คน ร้อยละ 20.0
ปริญญาเอก 97 คน ร้อยละ 1.0

» จำแนกตามประเภทรับเข้า เฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาตรี

รับผ่าน สนง.คณะกรรมการการอุดมศึกษา 3,171 คน ร้อยละ 40.1
มหาวิทยาลัยรับเข้าโดยตรง 4,734 คน ร้อยละ 59.9

» จำแนกตามหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอน 

 

หลักสูตรภาษาไทย 8,025 คน ร้อยละ 78.9
หลักสูตรภาษาอังกฤษ 691 คน ร้อยละ 6.8
หลักสูตรนานาชาติ 1,453 คน ร้อยละ 14.3

» จำแนกตามประเภทโครงการ

โครงการปกติ 5,278 คน ร้อยละ 51.9
โครงการพิเศษ 4,891 คน ร้อยละ 48.1

 » จำแนกตามกลุ่มสาขาวิชา

กลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 6,431 คน ร้อยละ 63.2
กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3,019 คน ร้อยละ 29.7
กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ 719 คน ร้อยละ 7.1

 » จำแนกตามสถานที่จัดการเรียนการสอน 

ท่าพระจันทร์ 2,805 คน ร้อยละ 27.6
ศูนย์รังสิต 6,865 คน ร้อยละ 67.5
ศูนย์ลำปาง 465 คน ร้อยละ 4.5
ศูนย์พัทยา 7     0.1
ศูนย์รังสิตและศูนย์พัทยา 27     0.3
 

หลักสูตร

          ในปีการศึกษา 2556  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดการเรียนการสอนทั้งหมด 4 ระดับการศึกษา ดังนี้ ระดับปริญญาตรี ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก  จัดการเรียนการสอนรวม 232 สาขาวิชา และมีโปรแกรมการศึกษาให้นักศึกษาเลือกเรียนรวม 270 โปรแกรม โดยเป็นสาขาวิชาเดิม 222 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 95.7 และเป็นสาขาวิชาที่เปิดใหม่ 10 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 4.3 ในส่วนโปรแกรมการศึกษานั้น เป็นโปรแกรมเดิม 260 โปรแกรม คิดเป็นร้อยละ 96.3 และโปรแกรมที่เปิดใหม่ 10 โปรแกรม คิดเป็นร้อยละ 3.7 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปีการศึกษา 2555 และปีการศึกษา 2556 พบว่า มีการเปิดหลักสูตรใหม่ จำนวน 10 สาขาวิชา คิดเป็นร้อยละ 4.5 และในส่วนของโปรแกรมการศึกษา มีโปรแกรมการศึกษาเปิดใหม่ จำนวน 10 โปรแกรม คิดเป็นร้อยละ 3.8 ทั้งนี้ สาขาวิชาและโปรแกรมการศึกษาทั้งหมด ที่จัดการเรียนการสอนนั้น สามารถจำแนกรายละเอียด ได้ดังนี้


» จำแนกตามระดับการศึกษา

 

ระดับการศึกษา สาขาวิชา ร้อยละ โปรแกรม ร้อยละ
ปริญญาตรี 97 41.8 120 44.5
ประกาศนียบัตรบัณฑิต 5 2.2 6 2.2
ปริญญาโท 101 43.5 115 42.6
ปริญญาเอก 29 12.5 29 10.7

» จำแนกตามสาขาวิชา/โปรแกรม เดิมและใหม่

สาขาวิชา/โปรแกรม สาขา ร้อยละ โปรแกรม ร้อยละ
หลักสูตรเดิม 222 95.7 260 96.3
หลักสูตรใหม่ 10 4.3 10 3.7

» จำแนกตามประเภทหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอน 

สาขาวิชา/โปรแกรม โปรแกรม ร้อยละ
หลักสูตรภาษาไทย 201 74.5
หลักสูตรภาษาอังกฤษ 26 9.6
หลักสูตรนานาชาติ 43 15.9

» จำแนกตามประเภทโครงการ

 

สาขาวิชา/โปรแกรม โปรแกรม ร้อยละ
โครงการปกติ 137 50.7
โครงการพิเศษ 133 49.3

» จำแนกตามกลุ่มสาขาวิชา 

สาขาวิชา/โปรแกรม โปรแกรม ร้อยละ
สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 114 52.9
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 90 36.7
วิทยาศาสตร์สุขภาพ 28 10.4

 » จำแนกตามสถานที่จัดการเรียนการสอน 

สาขาวิชา/โปรแกรม โปรแกรม ร้อยละ
ท่าพระจันทร์ 96 35.6
ศูนย์รังสิต 165 61.1
ศูนย์ลำปาง 5 1.8
ศูนย์พัทยา 3 1.1
ศูนย์รังสิตและศูนย์พัทยา 1 0.4

 » จำแนกตามช่วงเวลาจัดการเรียนการสอน 

สาขาวิชา/โปรแกรม โปรแกรม ร้อยละ
ภาคกลางวัน 200 74.1
ภาคค่ำ/เสาร์-อาทิตย์ 70 25.9
 

โดยมีสาขาวิชาที่เพิ่มใหม่จำนวน 10 สาขาวิชา และ 10 โปรแกรมการศึกษา ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

           ระดับปริญญาตรี 6 สาขา 6 โปรแกรม ได้แก่
      1. สาขาและโปรแกรมคณิตศาสตร์และการจัดการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
      2. สาขาและโปรแกรมวิศวกรรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
      3. สาขาและโปรแกรมเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์
      4. สาขาและโปรแกรมวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร
      5. สาขาและโปรแกรมปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ วิทยาลัยสหวิทยาการ และ
      6. สาขาและโปรแกรมอินเดียศึกษา วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์
          ระดับปริญญาโท 3 สาขาวิชา 3 โปรแกรม ได้แก่
      1. สาขาวิชาและโปรแกรมทันตกรรมรากเทียม คณะทันตแพทยศาสตร์
      2. สาขาและโปรแกรมคณิตศาสตร์และการจัดการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร และ
      3. สาขาและโปรแกรมนโยบายและการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยนวัตกรรม
           ระดับปริญญาเอก 1 สาขาวิชา 1 โปรแกรม ได้แก่
      1. สาขาวิชาและโปรแกรมการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์

งบประมาณ

งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ได้มาจาก 2 แหล่งหลัก ๆ คือ งบประมาณแผ่นดิน และงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 มหาวิทยาลัยมีงบประมาณในการดำเนินงานทั้งสิ้น 9,201,473,905 บาท โดยจำแนกเป็นงบประมาณแผ่นดิน จำนวน 2,599,109,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 28.2 และงบประมาณรายจ่ายจากรายได้ของมหาวิทยาลัย จำนวน 6,602,364,105 บาท คิดเป็นร้อยละ 71.8 (งบประมาณรายจ่ายจากรายได้ของมหาวิทยาลัย แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายจากรายได้พิเศษ จำนวน 1,353,365,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 14.7 งบประมาณรายจ่ายจากรายได้หน่วยงานระดับคณะ/สำนัก/สถาบัน/โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ จำนวน 3,629,512,895 บาท คิดเป็นร้อยละ 39.5 และงบประมาณรายจ่ายจากรายได้หน่วยงานในกำกับมหาวิทยาลัย จำนวน 1,619,486,210 บาท คิดเป็นร้อยละ 17.6

ในขณะที่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลัยมีงบประมาณในการดำเนินงานทั้งสิ้น 8,546,271,209 บาท โดยจำแนกเป็นงบประมาณแผ่นดิน (ได้รวมงบประมาณโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติแล้ว) จำนวน 2,543,653,100 บาท คิดเป็นร้อยละ 29.8 และงบประมาณรายจ่ายจากรายได้ของมหาวิทยาลัย จำนวน 6,002,618,109 คิดเป็นร้อยละ 70.2 (งบประมาณรายจ่ายจากรายได้ของมหาวิทยาลัย แบ่งเป็น งบประาาณรายจ่ายจากรายได้พิเศษ จำนวน 1,180,507,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 13.8 งบประมาณรายจ่ายจากรายได้หน่วยงานระดับคณะ/สำนัก/สถาบันโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ จำนวน 3,182,736,358 บาท คิดเป็นร้อยละ 37.2 และงบประมาณรายจ่ายจากรายได้หน่วยงานในกำกับมหาวิทยาลัย จำนวน 1,639,374,751 บาท คิดเป็นร้อยละ 19.2)

เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กับปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 พบว่าในปีงบประมาณ 2557 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น ทั้งสิ้น 655,202,696 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.7 ในส่วนของงบดำเนินการเพิ่มขึ้น จำนวน 811,466,688 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11.2 ในส่วนของงบลงทุนลดลง จำนวน 156,263,992 คิดเป็นลดลงร้อยละ 12.2 ทั้งนี้เมื่อพิจารณาตามประเภทงบประมาณ 

 

 

ตึกโดม

ตึกโดม

เป็นอาคารหลังแรกของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ออกแบบโดยนายหมิว อภัยวงศ์ ตามคำแนะนำของบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย ปรับปรุงจากตึกเก่า 4 หลังของทหารโดยสร้างหลังคาเชื่อมแต่ละตึก จนกลาย เป็น อาคารหลังเดียวกัน ส่วนกลางของตึกได้สร้างอาคาร 3 ชั้นขึ้นเพิ่มเติมโดยมี “โดม” เป็นสัญลักษณ์ตรงกลาง รูปแบบ ของโดมนี้ กล่าวอธิบายกันในภายหลังว่านำรูปแบบมาจากดินสอแปดเหลี่ยมที่เหลาจนแหลมคม เพื่อแสดงถึงภูมิปัญญา ที่สูงส่ง ของการจัดการศึกษา

domebuildingภายในอาคารตึกโดม เมื่อเดินจากบันไดกลางขึ้นไปบนชั้น 2 ห้องแรกจะเป็น ห้องทำงาน ของบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งห้องเดียวกันนี้ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่สอง คือ ศูนย์บัญชาการ ขบวนการเสรีไทยที่มีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำ โดย ทำงาน ร่วมกับเสรีไทยสายอังกฤษ และสาย สหรัฐอเมริกา

มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง รวมทั้งตึกโดมของมหาวิทยาลัย แห่งนี้ จึงมีสถานะพิเศษอย่างยิ่ง สำหรับผู้ร่วมขบวนการเสรีไทยและผู้รักชาติทั้งมวล แต่ในอีกทางหนึ่งก็ได้ส่งผลให้ฝ่ายกองทัพและผู้มีอำนาจ ทางการเมือง ฝ่ายตรงข้าม นายปรีดี มีความระแวง และ หวาดกลัวมหาวิทยาลัยแห่ง

หลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน เดือนมิถุนายน พ.ศ.2494 กองทัพบกได้เข้ายึดพื้นที่ของมหาวิทยาลัยวิชา ธรรมศาสตร์และการเมืองไว้ รวมทั้งเสนอขอซื้อที่ผืนนี้ด้วยเงินจำนวน 5 ล้านบาท แต่นักศึกษาของ มธก. จำนวนกว่า 2 พันคน ได้รวมตัวกันเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องขอมหาวิทยาลัยคืนจากรัฐบาลทหารในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2494 และประสบความสำเร็จโดยได้มหาวิทยาลัยคืนกลับมาอย่างสันติวิธีโดยมีนักศึกษาจำนวนกว่าพันคน ได้บุกเข้ามายึดพื้นที่ มหาวิทยาลัยคืนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2494

อย่างไรก็ตาม ในปีถัดต่อมา คือ พ.ศ.2495 ชื่อของมหาวิทยาลัยก็ได้ถูกตัดคำว่า “การเมือง” ออกไป และเหลือ แต่เพียงชื่อ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตราบจนปัจจุบัน

กล่าวได้ว่า โดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัย ดังเช่นที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ นิยมเรียก ตนเองว่า “ลูกแม่โดม” ตลอดมา ซึ่งลูกแม่โดมคนหนึ่ง ชื่อ เปลื้อง วรรณศรี ได้ประพันธ์บทกวี “โดม…ผู้พิทักษ์ธรรม” ไว้ในปี พ.ศ.2495มีความตอนหนึ่งกล่าวว่า “ถ้าขาดโดม...เจ้าพระยา...ท่าพระจันทร์ ก็ขาดสัญลักษณ์พิทักษ์ธรรม

หอประชุมใหญ่

hall

หอประชุมใหญ่

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2497 ในวาระครบรอบ 20 ปี ของการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัย โดยมีการวางศิลาฤกษ์ ในวันสถาปนา มหาวิทยาลัย27 มิถุนายน 2497 และสร้างแล้วเสร็จในสมัยที่พลเอกถนอม กิตติขจร เป็นอธิการบดี ราวปี พ.ศ.2506

หอประชุมนี้ ก่อสร้างขึ้นด้วยความมุ่งหวังให้เป็นหอประชุมที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ของประเทศไทย และเอเชีย ตะวันออก เฉียงใต้ในสมัยนั้น ทั้งในเรื่องของระบบเสียง ความเย็น และที่นั่ง ซึ่งมีทั้งสิ้น 2,500 ที่นั่ง โดยแยกออกเป็น ที่นั่งชั้นล่าง 1,800 ที่นั่ง และชั้นบน 700 ที่นั่ง ส่วนทางด้านทิศใต้ของหอประชุมนี้จัดทำเป็น "หอประชุมเล็ก" อีกส่วนหนึ่ง โดยบรรจุคนได้ราว 500 คน ปัจจุบันหอประชุมเล็กเรียกชื่อว่าหอประชุมศรีบูรพา ซึ่งเป็นนามปากกาของศิษย์เก่า มหาวิทยาลัย คือ กุหลาบ สายประดิษฐ์

หอประชุมใหญ่ ถูกนำมาใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของทาง มหาวิทยาลัย และ นักศึกษาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม เกี่ยวกับการไหว้ครู การ พระราชทาน ปริญญาบัตร รวมทั้งยังใช้เป็นห้องเรียน ในวิชาพื้นฐาน สำหรับ วิชาที่มีนักศึกษาระดับ พันคนขึ้นไป และที่สำคัญได้แก่การจัดกิจกรรม ทางการเมืองโดยเฉพาะในช่วงหลัง เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 หอประชุมใหญ่กลายเป็น สถานที่ ที่มีการแสดง ความ คิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ สภาพการเมือง และสังคม ที่เป็นอยู่ ผ่านการอภิปราย และ การจัด นิทรรศการ ต่างๆ ที่มีขึ้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ หอประชุมใหญ่ยังเป็นเสมือนด่านหน้า ในการป้องกันการโจมตี จากกลุ่มอันธพาล การเมือง และการล้อมปราบนิสิตนักศึกษา และประชาชน ในเหตุการณ์ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519

ลานปรีดี

ลานปรีดี

และอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์ ก่อสร้างขึ้นเพื่อ รำลึกถึง นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ผู้นำขนวน การเสรีไทย และบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยวิชา ธรรมศาสตร์ การเมือง ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรม อย่างสงบเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2526 ที่ประเทศฝรั่งเศส

lanpreedee2ท่านปรีดี พนมยงค์ เป็นบุตรชาวนา เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2443 ที่จังหวัดอยุธยา สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม และได้รับทุน ไปศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาเอก โดยได้รับปริญญาเอก ของรัฐในสาขา วิชากฎหมายจากมหาวิทยาลัยปารีสรวมทั้งได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูงในทางเศรษฐกิจอีกด้วย

ท่านมีบทบาทอย่างสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็น ระบอบ ประชาธิปไตยวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 โดยมีฐานะเป็นผู้นำสายพลเรือนของคณะราษฎร มีบทบาทสำคัญในหลายๆ ด้านในช่วงรอยต่อของระบอบเก่ากับระบอบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการก่อร่างสร้างระบอบรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย การสถาปนาระบบรัฐสภา การแก้ไขสนธิสัญญาไม่เสมอภาคกับต่างประเทศ รวมทั้งการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชา ธรรมศาสตร์ และการเมือง ให้เป็นมหาวิทยาลัยเปิดเพื่อบ่มเพาะ ความรู้ทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ให้แก่ประชาชน ผู้กระหาย ความรู้ทางการเมืองแบบใหม่

ปรีดี พนมยงค์ มีบทบาทอย่างสูงเด่นในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเป็นผู้นำจัดตั้งขบวนการเสรีไทย ต่อต้านการร่วมทำสงครามกับกองทัพของประเทศญี่ปุ่น ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ท่านได้รับตำแหน่งเป็น “รัฐบุรุษอาวุโส” รวมทั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2488 อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลันในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 และเหตุการณ์สืบเนื่อง ส่งผล ทำให้นายปรีดี พนมยงค์ ต้องเดินทางลี้ภัยไปประเทศจีน และต่อมาได้พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศส นับเวลาที่พำนัก อยู่ใน ต่างประเทศรวม 36 ปี ตราบจนถึงแก่อสัญกรรม

ลานโพธิ์

ลานโพธิ์

เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของธรรมศาสตร์และสังคมไทย นับตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 ที่ขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชนร่วมกันต่อสู้เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย

เช้าตรู่วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2516 ลานโพธิ์ เป็นสถานที่เริ่มต้นของการ ชุมนุม เคลื่อนไหว ของนักศึกษา เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวกลุ่มผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ 13 คน ซึ่งถูกรัฐบาลจับกุม ต่อมามีผู้เข้าร่วมสนับสนุนการชุมนุมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีจำนวน นับหมื่น คน จนต้องย้ายไปชุมนุมที่สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้น จนมี จำนวน หลาย แสนคน ก่อนเคลื่อนขบวนออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเวลา เที่ยงตรงของ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2516 และกลายเป็นเหตุการณ์ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516

lanphotu1ลานโพธิ์ยังเป็นสถานที่แสดงละครล้อการเมืองของนักศึกษาในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2519 ภาพการเล่นละครล้อ ในครั้งนั้น กลายเป็นภาพข่าวหน้าหนึ่ง ในหนังสือพิมพ์ดาวสยาม ขณะที่สถานีวิทยุยานเกราะและวิทยุในเครือ เริ่มประโคม ข่าวว่านักศึกษาแสดงละครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนกระทั่งมีการชุมนุมของลูกเสือชาวบ้าน และกลุ่มพลังต่างๆ นำมาสู่การใช้ความรุนแรง ล้อมปราบสังหารนักศึกษา ประชาชน ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519

ในปี 2534 ลานโพธิ์ ได้กลับมามีบทบาทอีกครั้งเมื่อคณะผู้นำกองทัพได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ การปกครอง และร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2534 ที่สืบทอดอำนาจให้กับตนเอง ในครานั้น นักศึกษาและประชาชนได้ใช้ลานโพธิ์เป็นสถานที่ ชุมนุมคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ลานโพธิ์ในฐานะที่เป็นฐานที่มั่นในการเรียกร้องประชาธิปไตยจึงได้กลับคืนฟื้นชีวิตอีกครั้ง

และหลังการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2535 ลานโพธิ์ได้ถูกใช้เป็นสถานที่ชุมนุมคัดค้าน การสืบทอดอำนาจ ของผู้นำกองทัพจน กระทั่ง นำไปสู่เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ที่ยุติบทบาทของกองทัพในการเมืองไทยในที่สุด

การชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนในเดือน 2516 ก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากระบอบเผด็จการทหาร ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย และเป็นจุดเริ่มต้นของการตระหนักในสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นยุคที่สังคม เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงไป เป็นระบบเศรษฐกิจเสรี มีการจัดตั้งพรรคการเมืองสมัยใหม่ มีแนวคิดเรื่อง การกระจายอำนาจให้ประชาชนปกครองตนเอง และมีการกำเนิดขึ้น ของ เพลงเพื่อชีวิต

การเคลื่อนไหวเดือนตุลาคม 2516 มีผลทำให้วีรชนเสียชีวิต 77 คน และบาดเจ็บ 857คน เหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ก่อเกิดจิต วิญญาณ และวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรมและกว้างขวาง จนกระทั่งกลายข้อเท็จจริง ที่ยอมรับกันว่า พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ของไทยเป็นผลพวงมาจากการต่อสู้ทางการเมืองของวีรชนเดือนตุลาคม 2516

หากตำนานและเรื่องบอกเล่าทางการเมืองสมัยใหม่ของไทยมิอาจตัดขาดจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการประชาธิปไตยของไทยทั้งหมด ก็ไม่สามารถละเลยที่จะกล่าวถึงการ ชุมนุมที่เป็น ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ณ บริเวณนี้ได้เลย

ต้นยูงทอง

ต้นหางนกยูงฝรั่ง

หรือที่ชาวธรรมศาสตร์มักเรียกสั้นๆ ว่า

ต้นยูงทอง

เป็นต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เสด็จ มาปลูกที่หน้าหอประชุมใหญ่ จำนวน 5 ต้น เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2506 และพระราชทานให้เป็นต้นไม้ สัญลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยสีของดอกหางนกยูงนั้น มีความสอดคล้องกับสีประจำมหาวิทยาลัยแต่เดิม คือสี เหลือง - แดง

yoongthong

"เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้" เนื้อร้อง ท่อนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเพลง "สำนักนั้น ธรรมศาสตร์และการเมือง" หรืออาจเรียกชื่อ ตามทำนอง เพลงเดิมว่าเพลง "มอญดูดาว" นับเป็นเพลง ประจำมหาวิทยาลัย มาตั้งแต่ปีแรกของการ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2477 ซึ่งเพลงนี้ได้สร้างคำอธิบาย และคำเตือน ให้นักศึกษา ธรรมศาสตร์ ได้สำนึกในความเป็น "ธรรม" และความ "เสียสละ" เพื่อสังคม ตลอดมา

ในปี พ.ศ.2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน ทำนองเพลง พระราชนิพนธ์ "ยูงทอง" ให้เป็น เพลง ประจำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อมา นายจำนงราชกิจ ข้าราชสำนักได้แต่งเนื้อร้อง และกลายเป็นเพลง ประจำ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์แทน เพลงประจำ มหาวิทยาลัยเดิม ที่มาจากทำนองเพลงมอญดูดาว

ต้นยูงทอง และเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง ทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเป็นสถาบันในระดับ ที่มความ เข้มแข็งอย่างสูงสุด เนื่องเพราะได้ช่วยส่งเสริมให้ธรรมศาสตร์ มีความเชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และ พระราชกรณียกิจ โดยตรง ตัวอย่างเช่น มีการรับพระราชทานปริญญาบัตร มีเพลงพระราชทาน และมีต้นไม้พระราชทาน เป็นต้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้มีสถานะและความสำคัญเหนือกิจกรรม และเหนือเพลงรวมทั้งเหนือต้นไม้ชนิดอื่นๆ ที่เคยมี มาแต่เดิม

กำแพงวังหน้า

กำแพงวังหน้า

กำแพงวังหน้า ตำแหน่งพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ หากจะกล่าวเฉพาะในสมัยรัตนโกสินทร์แล้ว วังหน้าเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราช เนื่องจากในสมัย รัชกาลที่ 1 เมื่อมีการสร้างพระราชวังหลวงในปี พ.ศ.2325 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ได้ทรงสร้างวังหน้าขึ้นพร้อมกันทางด้านทิศเหนือของพระราชวังหลวง และอยู่ชิดกับฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

kamphangประวัติศาสตร์ที่เป็นเรื่องราวของวังหน้านี้ดูจะเป็นลืมเลือนไปจากประชาคมแห่งนี้ ตราบจนกระทั่งมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ได้ทำการสร้างอาคารอเนกประสงค์ 2 ขึ้นใหม่ จึงมีการขุดพื้นดินต่างๆ และเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดแสดง รูปร่างของกำแพงวังหน้าให้นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมว่า กาลครั้งหนึ่ง พื้นที่ บริเวณนี้ เป็นสถานที่ตั้งของวังหน้า

อย่างไรก็ดี สำหรับนักศึกษาและศิษย์เก่า ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้จำนวนหนึ่ง มีอยู่ ไม่น้อยที่มีความเชื่อว่า การที่สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คือ วังหน้า มีความหมาย ว่าสถานที่แห่งนี้มีจิตวิญญาณ ของการช่วยเหลือ สถาบัน ทางอำนาจ และ ในขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่ ถ่วงดุลและตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้นำสูงสุดตลอดมา ความเชื่อดังกล่าวนี้ ช่วยอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ที่กระทบต่อวิถีชีวิต ของประชาคม แห่งนี้ได้พอสมควร ทั้งในยามที่มีความเจริญ รุ่งเรืองและในยาม ที่ประสบภัยด้วยแรง บีบคั้น ทางการเมือง ชนิดต่าง ๆ

บริเวณที่อยู่ใกล้ชิดติดกันกับกำแพงวังหน้าคือ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่มี การเรียน การสอนในระดับปริญญาโท และปริญญาเอกมาตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัย แต่มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีนับจาก ปี พ.ศ.2492 ผู้ก่อตั้ง คือ ศาสตราจารย์ดิเรก ชัยนาม เป็นสมาชิกคณะราษฎร ผู้นำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี พ.ศ.2475 ท่านเป็นทั้งปัญญาชน นักการเมือง และนักการทูต จนรับการยอมรับเป็นอย่างสูงจากแวดวงต่าง ๆ

สนามฟุตบอล

สนามฟุตบอล

บริเวณที่เป็นอาคารอเนกประสงค์ในปัจจุบันนี้ ในยุคแรกของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นที่ตั้งของอาคารเรียนและอาคารที่พักของนักเรียนโรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง หรือ ต.มธก.ในระหว่างปี พ.ศ.2481-2488

footballโรงเรียน ต.มธก. จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และจัดการเรียน การสอนแบบเต็มเวลา โดยที่ทางมหาวิทยาลัยมีความตั้งใจว่า จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้การศึกษา ของมหาวิทยาลัย วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งจัดการเรียนการสอนแบบตลาดวิชามีการพัฒนาที่ดีขึ้น กล่าวคือ นักศึกษาของมหาวิทยาลัย จะมีสองระบบ ทั้งที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมอื่นๆ ทั่วไปและสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียม มธก. เป็นการเฉพาะ

โรงเรียน ต.มธก. จึงเป็นตำนานของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เนื่องด้วยนักเรียน ต.มธก.แต่ละคนและแต่ละรุ่นที่ศึกษา จะการศึกษาเป็นธรรมศาสตร์บัณฑิตล้วนมีคุณภาพและมีชื่อเสียงมีผลงาน กิจกรรมทั้งด้านการเรียนการสอน กิจกรรม ทางการเมือง และกิจกรรมทางด้านการบริหารประเทศ และการทำงานสาธารณะเป็นอย่างมากทุกคน ตัวอย่างเช่น ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค ศาสตราจารย์ประภาศน์ อวยชัยศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก เป็นต้น

บริเวณที่เป็นสถานที่ที่ใกล้ชิดติดกันทางด้านอาคารตึกโดมฝั่งสนามฟุตบอล นับว่ามีตำนานที่ยิ่งใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง เนื่องด้วยเป็นสถานที่ที่เป็นเวทีและเป็นศูนย์กลางการจัดชุมนุมใหญ่ ในระหว่างวันที่ 10 – 14 ตุลาคม พ.ศ.2516

การชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนในเดือน 2516 ก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากระบอบเผด็จการทหาร ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย และเป็นจุดเริ่มต้นของการตระหนักในสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นยุคที่สังคม เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงไป เป็นระบบเศรษฐกิจเสรี มีการจัดตั้งพรรคการเมืองสมัยใหม่ มีแนวคิดเรื่อง การกระจายอำนาจให้ประชาชนปกครองตนเอง และมีการกำเนิดขึ้น ของ เพลงเพื่อชีวิต

การเคลื่อนไหวเดือนตุลาคม 2516 มีผลทำให้วีรชนเสียชีวิต 77 คน และบาดเจ็บ 857คน เหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ก่อเกิดจิต วิญญาณ และวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรมและกว้างขวาง จนกระทั่งกลายข้อเท็จจริง ที่ยอมรับกันว่า พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ของไทยเป็นผลพวงมาจากการต่อสู้ทางการเมืองของวีรชนเดือนตุลาคม 2516

หากตำนานและเรื่องบอกเล่าทางการเมืองสมัยใหม่ของไทยมิอาจตัดขาดจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการประชาธิปไตยของไทยทั้งหมด ก็ไม่สามารถละเลยที่จะกล่าวถึงการ ชุมนุมที่เป็น ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ณ บริเวณนี้ได้เลย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเป้าหมายในการมุ่่งสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับนานาชาติ

ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงมีแนวนโยบายในการส่งเสริมและเผยแพร่งานวิจัยของ คณาจารย์ บุคลากร ตลอดจนนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ให้มีโอกาสและช่องทางการนำผลงานวิจัยออกเผยแพร่สู่สาธารณชนในลักษณะของการนำ เสนอผลงานในเวทีวิชาการทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สนับสนุนการตีพิมพ์ผลงานในวารสารทางวิชาการทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ สนับสนุนผลงานวิจัยไปจดลิขสิทธิ์ และอนุสิทธิบัตร เพื่อยกระดับคุณภาพผลงานวิจัย ตลอดจนสนับสนุนการเขียนตำราและผลิตสื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนอีกด้วย

ธรรมศาสตร์กับสังคม

ธรรมศาสตร์กับนานาชาติ

exchange01

The Japanese Government (Monbukagakusho-MEXT)

exchange02

The Matsumae International Foundation

exchange03

Australia Awards

 

ตราธรรมจักร

ตราธรรมจักร เป็นรูปธรรมจักรสีเหลือง ตัดเส้นด้วยสีแดง มีพานรัฐธรรมนูญสีแดงสลับเหลืองอยู่กลาง ที่ขอบธรรมจักรมีอักษรสีแดงจารึกว่า "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" หรือ "ม.ธ." อยู่ตอนบน กับ "THAMMASAT UNIVERSITY" หรือ "T.U." อยู่ตอนล่าง และระหว่างคำว่า "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" หรือ "ม.ธ." กับ "THAMMASAT UNIVERSITY" หรือ "T.U." มีลายกนกสีแดงคั่นอยู่ symbol-logo(คัดจากหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม 83 ตอนที่ 19 วันที่ 1 มีนาคม 2509)

ตราธรรมจักร" บอกความหมายว่า สถาบันแห่งนี้ยึดถือคติธรรมของพุทธศาสนา เป็นหลักกล่อมเกลาบัณฑิต สิ่งที่อยู่กลางธรรมจักร คือ พานรัฐธรรมนูญ หมายถึง การยึดมั่น เชิดชูรัฐธรรมนูญเป็นหลักการที่ มธก. ยึดถือ และประพฤติปฏิบัติ (จากหนังสือสำนักนั้นธรรมศาสตร์และการเมือง หน้า 54)

 

ตึกโดม

ตึกโดม เป็นอาคารหลังแรกของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ ออกแบบโดยนายหมิว อภัยวงศ์ ตามคำแนะนำของบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย ปรับปรุงจากตึกเก่า 4 หลังของทหารโดยสร้างหลังคาเชื่อมแต่ละตึก จนกลายเป็นอาคารหลังเดียวกัน ส่วนกลางของตึกได้สร้างอาคาร 3 ชั้นขึ้นเพิ่มเติมโดยมี “โดม” เป็นสัญลักษณ์ตรงกลาง รูปแบบของโดมนี้ กล่าวอธิบายกันในภายหลังว่านำรูปแบบมาจากดินสอแปดเหลี่ยมที่เหลาจนแหลมคม เพื่อแสดงถึงภูมิปัญญาที่สูงส่งของการจัดการศึกษา


domebuildingภายในอาคารตึกโดม เมื่อเดินจากบันไดกลางขึ้นไปบนชั้น 2 ห้องแรกจะเป็นห้องทำงาน ของบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งห้องเดียวกันนี้ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่สอง คือ ศูนย์บัญชาการขบวนการเสรีไทยที่มีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำ โดยทำงาน ร่วมกับเสรีไทยสายอังกฤษ และสาย สหรัฐอเมริกา

มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง รวมทั้งตึกโดมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จึงมีสถานะพิเศษอย่างยิ่ง สำหรับผู้ร่วมขบวนการเสรีไทยและผู้รักชาติทั้งมวล แต่ในอีกทางหนึ่งก็ได้ส่งผลให้ฝ่ายกองทัพและผู้มีอำนาจทางการเมือง ฝ่ายตรงข้าม นายปรีดี มีความระแวง และหวาดกลัวมหาวิทยาลัย

หลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน เดือนมิถุนายน พ.ศ.2494 กองทัพบกได้เข้ายึดพื้นที่ของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองไว้ รวมทั้งเสนอขอซื้อที่ผืนนี้ด้วยเงินจำนวน 5 ล้านบาท แต่นักศึกษาของ มธก. จำนวนกว่า 2 พันคน ได้รวมตัวกันเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องขอมหาวิทยาลัยคืนจากรัฐบาลทหารในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2494 และประสบความสำเร็จโดยได้มหาวิทยาลัยคืนกลับ มาอย่างสันติวิธีโดยมีนักศึกษา จำนวนกว่าพันคน ได้บุกเข้ามายึดพื้นที่ มหาวิทยาลัยคืนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2494

อย่างไรก็ตาม ในปีถัดต่อมา คือ พ.ศ.2495 ชื่อของมหาวิทยาลัยก็ได้ถูกตัดคำว่า “การเมือง” ออกไป และเหลือแต่เพียงชื่อ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตราบจนปัจจุบัน

กล่าวได้ว่า โดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัย ดังเช่นที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้นิยมเรียกตนเองว่า “ลูกแม่โดม” ตลอดมา ซึ่งลูกแม่โดมคนหนึ่ง ชื่อ เปลื้อง วรรณศรี ได้ประพันธ์บทกวี “โดม…ผู้พิทักษ์ธรรม” ไว้ในปี พ.ศ.2495 มีความตอนหนึ่งกล่าวว่า “ถ้าขาดโดม...เจ้าพระยา...ท่าพระจันทร์ ก็ขาดสัญลักษณ์พิทักษ์ธรรม

 

สีประจำมหาวิทยาลัย

สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเหลือง-แดง การเลือกสีเหลืองกับแดงนี้ ไม่มีหลักฐานเด่นชัด เพียงแต่ทราบว่า บุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้เลือก ซึ่งอาจมาจากความต้องการเอาสีเหลือง ซึ่งเป็นสีของศาสนา เหมือนดังธรรมจักรกับสีแดง ซึ่งแสดงความเข้มข้นคือ เลือด

yellowred1ดังปรากฏในเพลงของขุนวิจิตรมาตราว่า "เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต" แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้"
(จากหนังสือสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง หน้า 54)

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ "ต้นหางนกยูง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงดนตรีที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2506 

yoongthongและได้ทรงปลูกต้น "หางนกยูง" จำนวนห้าต้น ที่บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่เพื่อให้เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ตามที่นักศึกษาขอพระราชทาน ซึ่งผู้ขอคือ นายวิทยา สุขดำรง

(จากหนังสือสำนักนั้นธรรมศาสตร์และการเมือง หน้า 323)